บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3964 out_tok=2631 at=2026-07-25T20:46:51 -->
# LST พลิกขาดทุนยับ Q2/2565 สู่กำไร 131 ล้านบาท รับอานิสงส์หนังทำเงิน-โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดเต็มที่
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากภาพยนตร์ต่างประเทศทำเงิน-การกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบ
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 275 เป็นผลจากการกลับมาเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ได้ครบทุกสาขา ประกอบกับมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่องเข้าฉายในช่วงไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ LST ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 1,202 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 275** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ได้เต็มรูปแบบ และการมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ทำรายได้ดีหลายเรื่องเข้าฉาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา หลังจากที่ต้องปิดดำเนินการชั่วคราวในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 ประการที่สอง มีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่องเข้าฉาย เช่น Doctor Strange: Multiverse of Madness, Jurassic World Dominion, Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore, Top Gun Maverick ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเพิ่มช่องทางการขายป๊อบคอร์นผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตขึ้นตามไปด้วย แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับลดลงจากร้อยละ 131 ในปีก่อน เป็นร้อยละ 73 ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ก็ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้หลักมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งบ่งชี้ว่าหากมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้ให้เติบโตต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบและการเพิ่มช่องทางการขายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 160%:** จากขาดทุน 218 ล้านบาท ใน Q2/2564 เป็นกำไร 131 ล้านบาท ใน Q2/2565
* **รายได้โตกระโดด 275%:** เพิ่มขึ้น 1,202 ล้านบาท เป็น 1,639 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดโรงภาพยนตร์เต็มที่และภาพยนตร์ทำเงิน
* **สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง:** จาก 131% ใน Q2/2564 เหลือ 73% ใน Q2/2565
* **สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง:** จาก 83% ใน Q2/2564 เหลือ 27% ใน Q2/2565
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 99%:** จาก 83 ล้านบาท เป็น 165 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากส่วนลดค่าเช่าและเงินประกันไฟไหม้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 78%:** เหลือ 47 ล้านบาท จาก 210 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไรจากสยามฟิวเจอร์ฯ สูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของ LST ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,202 ล้านบาท หรือร้อยละ 275 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 437 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ประกอบกับการมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่องเข้าฉาย ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเพิ่มช่องทางการขายป๊อบคอร์นยังช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตขึ้นด้วย
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 629 ล้านบาท หรือร้อยละ 110 สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจากร้อยละ 131 ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็นร้อยละ 73 ของรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84 ล้านบาท หรือร้อยละ 23 โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายสินค้าทางช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท จากค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เรียกเก็บในอัตราปกติ และค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงจากร้อยละ 83 ในปีก่อน เป็นร้อยละ 27 ของรายได้ในไตรมาสนี้
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรือร้อยละ 99 เป็น 165 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนลดค่าเช่าและบริการ รวมถึงเงินประกันไฟไหม้ของสาขาสุขุมวิท
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 163 ล้านบาท หรือร้อยละ 78 เป็น 47 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทได้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทสยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนมาก
โดยรวมแล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาท ในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 349 ล้านบาท หรือร้อยละ 160
## โอกาส
* **การกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การที่โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ และมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูรายได้และกำไร
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเพิ่มช่องทางการขายป๊อบคอร์นผ่านช่องทางต่างๆ เป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการสัดส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์:** ความสำเร็จของรายได้ขึ้นอยู่กับความนิยมของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย หากไม่มีภาพยนตร์ที่ดึงดูดผู้ชมได้มากพอ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าชมภาพยนตร์และซื้อสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดของโรคอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงภาพยนตร์ได้อีกครั้ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในไตรมาสถัดไป:** ประเมินความน่าสนใจและศักยภาพในการทำรายได้
* **แนวโน้มจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** รักษาประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น สภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเกษตรและอาหารโดยตรง เนื่องจาก LST ในเอกสารนี้คือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงและนันทนาการ
* **Volume:** Volume การขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเปิดโรงภาพยนตร์และมีภาพยนตร์ทำเงิน
* **GPM:** สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางการขายป๊อบคอร์น
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท
*(หมายเหตุ: เนื่องจากเอกสารที่ให้มาเป็นของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงและนันทนาการ ไม่ใช่กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารตามที่ระบุในจุดโฟกัส จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามเลนส์ sector ดังกล่าวได้โดยตรง แต่ได้พยายามดึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทมาวิเคราะห์แทน)*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
LST ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท จากการกลับมาเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เต็มรูปแบบและมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงเข้าฉาย ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน บริษัทก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่หากมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|