บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4891 out_tok=2747 at=2026-07-25T20:34:45 -->
# LST กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 9.8% รับแรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น
## รายได้รวมเติบโต 30.2% แต่ GPM หดตัว เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 144.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงก็ตาม โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LST ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 30.2%** ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง 27.7% (สำหรับบริษัทฯ) และอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 21.6% เป็น 17.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเพียง 9.8%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก โดยราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 38.3% และของบริษัทย่อย UPOIC เพิ่มขึ้นถึง 75.5% และ 74.5% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะราคาวัตถุดิบเกษตรในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้นถึง 76.9% ในส่วนของบริษัทฯ และ 79.8% ในส่วนของ UPOIC ทำให้ต้นทุนขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 80.7% เป็น 89.6% ของรายได้จากการขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลง 64.4 ล้านบาท
ในขณะที่บริษัทย่อย UFC มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้จากการขายกลุ่มเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 53.1 ล้านบาท และผักผลไม้กระป๋องเพิ่มขึ้น 37.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดของ UFC เพิ่มขึ้น 16.1 ล้านบาท หรือ 186.3% และบริษัทย่อย UPOIC มีกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 44.3 ล้านบาท หรือ 155.4% จากราคาขายที่สูงขึ้นเช่นกัน
ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 23.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งสินค้าที่สอดคล้องกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 30% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.7 ล้านบาท โดยเฉพาะการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าของที่ดินและต้นทุนสวนปาล์มของ UPOIC
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน** ราคาวัตถุดิบเกษตรที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขายส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรง การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 144.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY** จาก 131.2 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายรวม 2,307.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.2% YoY** จาก 1,772.3 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 38.3%** แต่ปริมาณขายลดลง 3.1%
* **ต้นทุนขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 53.5%** โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 76.9%
* **กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลง 27.7%** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 21.6% เป็น 17.2%
* **บริษัทย่อย UFC มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 186.3%** จากการเติบโตของรายได้กลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง
* **บริษัทย่อย UPOIC มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 155.4%** จากราคาขายน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 407.0 ล้านบาท หรือ 33.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ปรับตัวสูงขึ้น 38.3% ในขณะที่ปริมาณการขายลดลง 3.1% ต้นทุนขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 53.5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้น 76.9% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 64.4 ล้านบาท หรือ 27.7% ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดของบริษัทฯ อยู่ที่ 58.2 ล้านบาท ลดลง 47.8 ล้านบาท หรือ 45.1%
บริษัทย่อย UPOIC มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 85.6 ล้านบาท หรือ 42.8% จากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่สูงขึ้น 75.5% และ 74.5% ตามลำดับ ส่งผลให้มีกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 44.3 ล้านบาท หรือ 155.4%
บริษัทย่อย UFC มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 92.2 ล้านบาท หรือ 25.9% จากการเติบโตของรายได้กลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง ส่งผลให้มีกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 16.1 ล้านบาท หรือ 186.3%
เมื่อรวมผลประกอบการของทั้งกลุ่ม ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 144.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเทียบกับ 131.2 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 6.8% ลดลงจาก 8.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาวัตถุดิบเกษตรที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปาล์ม
* **การเติบโตของบริษัทย่อย UFC:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์
* **ปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้น 30% ของปริมาณการส่งออกของ UFC บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาวัตถุดิบเกษตร เช่น น้ำมันปาล์มดิบ มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขายส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่งสินค้าและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่า:** การตั้งสำรองของ UPOIC สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสินทรัพย์บางส่วน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบเกษตรในตลาดโลก โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบ
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทฯ
* ผลประกอบการของบริษัทย่อย UFC และแนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นต่ออัตรากำไรสุทธิ
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 38.3% และของ UPOIC เพิ่มขึ้น 75.5% (น้ำมันปาล์มดิบ) และ 74.5% (น้ำมันเมล็ดในปาล์ม) สะท้อนภาวะราคาที่สูงขึ้นในตลาด
* **Volume:** ปริมาณการขายของบริษัทฯ ลดลง 3.1% แต่ปริมาณการส่งออกของ UFC เพิ่มขึ้น 30%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.6% เป็น 17.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขาย
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** การส่งออกของ UFC เติบโตดี แสดงถึงความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การส่งออกของ UFC เพิ่มขึ้น 30% แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
LST ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้อย่างน่าประทับใจถึง 30.2% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาขายสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่รวดเร็วกว่าส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทย่อย UFC และ UPOIC จะมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาเช่นกัน ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเติบโตได้ 9.8% ทิศทางในอนาคตยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|