บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
29.00
+3.25 (+12.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4157 out_tok=2568 at=2026-07-25T19:10:49 -->
# LRH พลิกกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทปี 2565 หลังรายได้รวมโต 3,308 ล้านบาท
## รายได้โรงแรม-อสังหาฯ ฟื้นตัวแรงรับเปิดประเทศ ขณะต้นทุนพุ่งตามการดำเนินงาน
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 1,032 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ธุรกิจบริการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 3,308 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ LRH ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนในปีก่อนหน้า และทำให้บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิได้ แม้ว่าต้นทุนรวมจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ LRH พลิกจากขาดทุน 1,032 ล้านบาทในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทในปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 3,308 ล้านบาท** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก 2 ส่วน คือ:
1. **รายได้จากกิจการโรงแรม** เพิ่มขึ้น 1,710 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าประเทศไทยสะดวกขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องดีขึ้น
2. **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** เพิ่มขึ้น 1,572 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของโครงการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น โครงการสกายพาร์ค, อังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์, แคสเซีย, บันยันทรี แอ็กแพนชั่น และลากูน่าพาร์ค 2
นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากกิจการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานและร้านค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากกำไรจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อการลงทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและการบริโภคที่กลับมาคึกคักหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้:
* **ธุรกิจโรงแรม:** ความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมา ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้ห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างและส่งมอบโครงการที่คืบหน้า สอดคล้องกับยอดขายที่คาดว่าจะสามารถรับรู้ได้ในอนาคต (Backlog) ที่สูงถึง 5,963 ล้านบาท
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่:** การเปิดให้บริการตามปกติของร้านค้าปลีกที่คาแนลวิลเลจ ทำให้ผู้เช่าสามารถจ่ายค่าเช่าได้เต็มปี
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น 2,381 ล้านบาท เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ทั้งต้นทุนโรงแรม, ต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ค่าใช้จ่ายในการขาย (ค่านายหน้า, การตลาด) และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ค่าธรรมเนียม, ค่าสิทธิ, ภาษีที่ดินฯ) รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
จากเอกสารระบุว่า "มาตรการการควบคุมเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ถูกผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ธุรกิจบริการมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายจัดการมองว่าแนวโน้มการฟื้นตัวนี้จะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ทางการจีนยังคงดำเนินนโยบายควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดในปี 2565 อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท** ในปี 2565 จากขาดทุน 1,032 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 3,308 ล้านบาท** หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่ม 1,710 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **รายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 1,572 ล้านบาท** จากการรับรู้รายได้โครงการต่างๆ
* **ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 2,381 ล้านบาท** ตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
* **มีรายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์รอรับรู้ในอนาคต (Backlog) 5,963 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 LRH มีรายได้รวม 5,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,308 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,655 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 1,032 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึงไทย ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวกขึ้น เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรม
* **Backlog ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การมีรายได้รอรับรู้ในอนาคตจำนวนมากถึง 5,963 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
* **การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ:** การที่ร้านค้าปลีกที่คาแนลวิลเลจเปิดให้บริการตามปกติ ทำให้รายได้ค่าเช่ากลับมาเต็มที่
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ยืม ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **นโยบาย Zero-COVID ของจีน:** การที่ทางการจีนยังคงดำเนินนโยบายควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2565 เป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อาจนำมาซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจโรงแรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของจีนและผลกระทบต่อการเดินทางเข้าไทย
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง:** แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจโรงแรม
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จาก Backlog และการเปิดตัวโครงการใหม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 1,710 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าไทยสะดวกขึ้น และเป็นช่วงไฮซีซั่น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและรายได้ห้องพักเฉลี่ยดีขึ้น
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 1,572 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการสกายพาร์ค, อังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์, แคสเซีย, บันยันทรี แอ็กแพนชั่น และลากูน่าพาร์ค 2 โดยมีรายได้รอรับรู้ในอนาคต (Backlog) 5,963 ล้านบาท
* **รายได้จากกิจการให้เช่าพื้นที่:** เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท จากการที่ร้านค้าปลีกที่คาแนลวิลเลจเปิดให้บริการตามปกติ ทำให้ผู้เช่าถูกเรียกเก็บค่าเช่าเต็มปี
* **ต้นทุนกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 717 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 919 ล้านบาท ตามการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 339 ล้านบาท จากค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมการจัดการ, ค่าสิทธิ, ภาษีที่ดินฯ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการฟื้นตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 32 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมเมื่อปลายปีที่แล้ว จาก 3.75-4.25% เหลือ 2% ต่อปี ตั้งแต่ Q1/2565
## สรุปท้าย
LRH สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ในปี 2565 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และความไม่แน่นอนจากนโยบายของจีน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LRH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,860.73
ล้านบาท
↑ 87.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,561.08
ล้านบาท
↑ 109.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.69
%
กำไรสุทธิ
1,798.52
ล้านบาท
↑ 185.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
37.00
%
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,861
↑ + 87.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,561
↑ + 109.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,799
↑ + 185.6%
YoY
D/E Ratio
0.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LRH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
11.89
ROA (%)
7.66
Book Value/หุ้น
110.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LRH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+881
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LRH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,075.42
-286.03%
|
578.08
-166.53%
|
-868.88
+154.61%
|
-341.26
-157.37%
|
594.79
+1,782.84%
|
31.59
-93.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
881.07
+880.27%
|
89.88
-200.62%
|
-89.33
-40.86%
|
-151.05
+599.95%
|
-21.58
-85.47%
|
-148.48
-54.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
284.59
-42.17%
|
492.15
-64.21%
|
1,374.97
-3,920.42%
|
-35.99
-426.88%
|
11.01
-78.76%
|
51.83
-192.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
123.82
-89.33%
|
1,160.88
+172.20%
|
426.48
-179.82%
|
-534.32
-191.66%
|
582.94
-1,013.56%
|
-63.81
-153.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,553.42
+6.88%
|
1,453.36
+23.33%
|
1,178.46
+61.01%
|
731.93
+28.69%
|
568.74
-10.09%
|
632.54
+5.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
568.74
-10.09%
|