บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
29.00
+3.25 (+12.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4134 out_tok=2291 at=2026-07-25T20:37:34 -->
# LRH พลิกขาดทุนลด 77% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-อสังหาฯ โต Q3/65
## รายได้รวมพุ่ง 974 ล้านบาท จากโรงแรม-อสังหาฯ ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนเพิ่มตามการดำเนินงาน
บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 77% มาอยู่ที่ 63 ล้านบาท จากขาดทุน 279 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 974 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ แม้จะเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว แต่การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่งสัญญาณบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ LRH ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนลดลงอย่างมาก คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 974 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก 2 ส่วน คือ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 63 ล้านบาท แต่ถือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 77% จากผลขาดทุน 279 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
* **ธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ และร้านขายสินค้า:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 395 ล้านบาท เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างสมบูรณ์ ทำให้การเดินทางเข้าประเทศไทยสะดวกขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (Average Room Rate) ปรับตัวดีขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 578 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นของโครงการสกายพาร์ค และโครงการแคสเซีย ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขายอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการพักในที่พักตากอากาศ
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมก็ปรับเพิ่มขึ้น 769 ล้านบาทตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยต้นทุนกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 188 ล้านบาท ต้นทุนกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 311 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากค่านายหน้าอสังหาฯ) และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 162 ล้านบาท (จากค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าสิทธิ ค่าเช่า และภาษีที่ดินฯ ที่กลับมาเก็บเต็มจำนวน)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมาตรการการควบคุมโควิด-19 ได้ถูกผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ และการเดินทางระหว่างประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวยังไม่กลับมาทั้งหมด เนื่องจากทางการจีนยังคงนโยบายควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนในระยะสั้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การมีรายได้รอรับในอนาคต (Backlog) จำนวน 4,361 ล้านบาท บ่งชี้ถึงศักยภาพในการรับรู้รายได้ต่อเนื่องในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 77% YoY:** จาก 279 ล้านบาทใน Q3/64 เป็น 63 ล้านบาทใน Q3/65
* **รายได้รวมเติบโต 974 ล้านบาท YoY:** สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** อัตราเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องดีขึ้น หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **อสังหาริมทรัพย์รับรู้รายได้เพิ่ม:** จากโครงการสกายพาร์คและแคสเซีย
* **Backlog อสังหาฯ แข็งแกร่ง:** 4,361 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้ในอนาคต
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน:** สอดคล้องกับรายได้ที่เติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 LRH มีผลขาดทุนสุทธิ 63 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 279 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลง 77% แม้ว่าจะเป็นช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว แต่การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 974 ล้านบาท โดยรายได้จากกิจการโรงแรม สนามกอล์ฟ และร้านขายสินค้า เพิ่มขึ้น 395 ล้านบาท จากอัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่ดีขึ้น ขณะที่รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 578 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการสกายพาร์คและแคสเซีย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมได้ปรับเพิ่มขึ้น 769 ล้านบาท ตามการดำเนินงานที่ขยายตัวขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลกและการเปิดประเทศของไทย เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง
* **Backlog ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รอรับในอนาคตจำนวน 4,361 ล้านบาท จะเป็นแรงหนุนการรับรู้รายได้ของบริษัทในระยะต่อไป
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมเมื่อปลายปีก่อน ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** นโยบาย Zero-COVID ของจีนยังคงเข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อการกลับมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ต้นทุนโรงแรม ต้นทุนอสังหาฯ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่ขยายตัว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้และต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี:** การกลับมาเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวนส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะจากตลาดหลัก เช่น จีน ยุโรป และเอเชีย
* **ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** และการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากนโยบายการเงิน:** เช่น อัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 395 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ดีขึ้น และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการกลับมาของอุปสงค์การท่องเที่ยว
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 578 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการสกายพาร์คและแคสเซีย ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการขายและส่งมอบโครงการ
* **ต้นทุนกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 188 ล้านบาท เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และกิจกรรมการดำเนินงาน
* **ต้นทุนกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 311 ล้านบาท สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่านายหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 162 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าสิทธิ ค่าเช่าที่ปรับตามรายได้โรงแรม และภาษีที่ดินฯ ที่กลับมาเก็บเต็มจำนวน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 6 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมเมื่อปลายปีก่อน จาก 3.75-4.25% เหลือ 2% ต่อปีตั้งแต่ Q1/65
## สรุปท้าย
LRH ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่รายได้รวมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่เป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โอกาสจากการท่องเที่ยวที่กลับมาและการมี Backlog อสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน และความผันผวนทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวให้ต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LRH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,860.73
ล้านบาท
↑ 87.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,561.08
ล้านบาท
↑ 109.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.69
%
กำไรสุทธิ
1,798.52
ล้านบาท
↑ 185.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
37.00
%
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,861
↑ + 87.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,561
↑ + 109.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,799
↑ + 185.6%
YoY
D/E Ratio
0.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LRH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
11.89
ROA (%)
7.66
Book Value/หุ้น
110.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LRH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+881
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LRH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,075.42
-286.03%
|
578.08
-166.53%
|
-868.88
+154.61%
|
-341.26
-157.37%
|
594.79
+1,782.84%
|
31.59
-93.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
881.07
+880.27%
|
89.88
-200.62%
|
-89.33
-40.86%
|
-151.05
+599.95%
|
-21.58
-85.47%
|
-148.48
-54.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
284.59
-42.17%
|
492.15
-64.21%
|
1,374.97
-3,920.42%
|
-35.99
-426.88%
|
11.01
-78.76%
|
51.83
-192.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
123.82
-89.33%
|
1,160.88
+172.20%
|
426.48
-179.82%
|
-534.32
-191.66%
|
582.94
-1,013.56%
|
-63.81
-153.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,553.42
+6.88%
|
1,453.36
+23.33%
|
1,178.46
+61.01%
|
731.93
+28.69%
|
568.74
-10.09%
|
632.54
+5.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
568.74
-10.09%
|