บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
29.00
+3.25 (+12.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5683 out_tok=2344 at=2026-07-25T07:31:09 -->
LRH พลิกขาดทุน 144 ล้านบาท สู่กำไร 4 ล้านบาทใน Q2/2566 รับธุรกิจโรงแรมฟื้นแรง
**รายได้โรงแรมพุ่ง 345 ล้านบาท หนุนผลงาน Q2/2566 พลิกบวก ขณะอสังหาฯ ชะลอตัวตามการรับรู้รายได้โครงการ**
บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 144 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจบริการในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ และร้านขายสินค้า แม้ว่าจะเป็นช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงเห็นการฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักและรายได้ห้องพักเฉลี่ยที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีการรับรู้รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากโครงการที่รับรู้รายได้ในงวดนี้มีราคาต่อยูนิตเฉลี่ยต่ำกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ LRH พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในปีก่อนมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง** ซึ่งสามารถชดเชยผลประกอบการที่ชะลอตัวลงของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ธุรกิจโรงแรมได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งจากนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้ห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ของห้องพักที่ขายได้ทั้งหมด รวมถึงห้องพักที่เปิดขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนมีรายได้มากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยรายได้รวมจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 345 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ได้ส่งผลให้ต้นทุนของกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 120 ล้านบาท แต่ก็ยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้
ในทางกลับกัน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 97 ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่รับรู้รายได้ในงวดนี้ เช่น โครงการสกายพาร์ค และโครงการแคสเซีย มีราคาต่อยูนิตเฉลี่ยต่ำกว่าโครงการอังสนา บีช ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ และโครงการบันยัน ทรี เอ็กซ์แพนชั่น ที่รับรู้รายได้ในปีก่อน แม้ว่าจำนวนยูนิตที่รับรู้รายได้ในงวดนี้จะมากกว่าก็ตาม ส่งผลให้ต้นทุนของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 107 ล้านบาทตามการรับรู้รายได้ที่ลดลง
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท จากค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโรงแรม และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 117 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าสิทธิ ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและบริการ เนื่องจากเอกสารระบุว่าธุรกิจบริการในประเทศไทยกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลยังคงส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแนวโน้มเชิงบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับการเปิดตัวและการรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 9,222 ล้านบาท ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 144 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมเติบโต 244 ล้านบาท:** จาก 160 ล้านบาทใน Q2/2565 เป็น 404 ล้านบาทใน Q2/2566
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น:** รายได้รวมจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 345 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว:** รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 97 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการที่ราคาต่อยูนิตต่ำกว่าปีก่อน
* **Backlog อสังหาฯ แข็งแกร่ง:** มีรายได้รอรับรู้ในอนาคตจากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์รวม 9,222 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น:** 183 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้โรงแรมและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH มีรายได้รวม 404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 149.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 160 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 144 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมและบริการ
* **รายได้รอรับรู้จากอสังหาริมทรัพย์:** มูลค่า Backlog 9,222 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
* **ศักยภาพโครงการใหม่:** การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ที่มีราคาต่อยูนิตสูงขึ้น อาจช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาและอัตรากำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกระแสเงินสด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและรายได้ห้องพักเฉลี่ย:** ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าและการรับรู้รายได้ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** โดยเฉพาะโครงการที่มีราคาต่อยูนิตสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 345 ล้านบาท เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้อัตราการเข้าพักและรายได้ห้องพักเฉลี่ยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 97 ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่รับรู้รายได้ในงวดนี้มีราคาต่อยูนิตเฉลี่ยต่ำกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในปีก่อน แม้จำนวนยูนิตที่รับรู้รายได้จะมากกว่าก็ตาม
* **ต้นทุนของกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 107 ล้านบาท ตามการรับรู้รายได้ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท จากค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโรงแรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงานแสดงอสังหาริมทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 117 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าสิทธิ ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่า "ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการต้นทุนการกู้ยืมเงินที่ได้บันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้สูงกว่าปีก่อน แม้ว่าเงินกู้ยืมของกลุ่มบริษัทจะลดลงอย่างต่อเนื่อง" และ "กลุ่มบริษัทได้บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้นสำหรับผลขาดทุนทางภาษี" ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินและการวางแผนภาษี
## สรุปท้าย
LRH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและบริการที่ได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวลงตามการรับรู้รายได้โครงการ แต่ Backlog ที่มีอยู่กว่า 9,222 ล้านบาท ยังคงเป็นปัจจัยบวกสำหรับอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LRH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4,860.73
ล้านบาท
↑ 87.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,561.08
ล้านบาท
↑ 109.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.69
%
กำไรสุทธิ
1,798.52
ล้านบาท
↑ 185.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
37.00
%
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,861
↑ + 87.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,561
↑ + 109.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,799
↑ + 185.6%
YoY
D/E Ratio
0.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LRH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
11.89
ROA (%)
7.66
Book Value/หุ้น
110.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LRH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+881
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LRH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,075.42
-286.03%
|
578.08
-166.53%
|
-868.88
+154.61%
|
-341.26
-157.37%
|
594.79
+1,782.84%
|
31.59
-93.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
881.07
+880.27%
|
89.88
-200.62%
|
-89.33
-40.86%
|
-151.05
+599.95%
|
-21.58
-85.47%
|
-148.48
-54.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
284.59
-42.17%
|
492.15
-64.21%
|
1,374.97
-3,920.42%
|
-35.99
-426.88%
|
11.01
-78.76%
|
51.83
-192.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
123.82
-89.33%
|
1,160.88
+172.20%
|
426.48
-179.82%
|
-534.32
-191.66%
|
582.94
-1,013.56%
|
-63.81
-153.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,553.42
+6.88%
|
1,453.36
+23.33%
|
1,178.46
+61.01%
|
731.93
+28.69%
|
568.74
-10.09%
|
632.54
+5.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
568.74
-10.09%
|