บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
29.00
+3.25 (+12.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4023 out_tok=2066 at=2026-07-25T20:26:02 -->
# LRH พลิกกำไร Q1/2565 โต 40 ล้านบาท รับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้น-อสังหาฯ เติบโต
## รายได้รวมพุ่ง 633 ล้านบาท จากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มตามการดำเนินงาน
บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 200 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ LRH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 633 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก 2 ส่วน คือ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก **การผ่อนปรนมาตรการควบคุมโควิด-19** ของภาครัฐ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ทำให้รายได้จากกิจการโรงแรม สนามกอล์ฟ และร้านขายสินค้า เพิ่มขึ้น 437 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงการ Test & Go ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการกลับมาของนักท่องเที่ยว
ในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รายได้เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท โดยเฉพาะจากการรับรู้รายได้ของโครงการอังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของยอดขายรอรับรู้ (Backlog) ที่มีอยู่ถึง 4,054 ล้านบาท
แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 381 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ต้นทุนโรงแรม ต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายขายและการตลาด และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (รวมถึงภาษีที่ดินฯ ที่กลับมาจัดเก็บเต็มจำนวน) แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้มีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการและการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี Backlog ที่ชัดเจนถึง 4,054 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ภาษีที่ดินฯ อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** LRH มีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาทใน Q1/2565 เทียบกับขาดทุน 200 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 633 ล้านบาท (YoY)
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** รายได้จากโรงแรม สนามกอล์ฟ ร้านค้า เพิ่มขึ้น 437 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และโครงการ Test & Go
* **อสังหาริมทรัพย์หนุน:** รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการอังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์
* **Backlog แข็งแกร่ง:** มีรายได้รอรับรู้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 4,054 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามรายได้:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 381 ล้านบาท สอดคล้องกับการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 40 ล้านบาท พลิกกลับจากผลขาดทุนสุทธิ 200 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 633 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและสนามกอล์ฟ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ที่มากกว่าทำให้บริษัทสามารถกลับมามีกำไรได้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ของธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง
* **ยอดขายรอรับรู้ (Backlog) อสังหาริมทรัพย์:** การมี Backlog 4,054 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การกลับมาระบาดหรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุน:** ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด และค่าใช้จ่ายในการบริหาร อาจกดดันอัตรากำไร
* **ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง:** การยกเลิกมาตรการบรรเทาภาษี ทำให้ภาระภาษีที่ดินฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว และอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรม
* ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการบริหาร Backlog
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อรักษาอัตรากำไร
* ผลกระทบจากการกลับมาจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 437 ล้านบาท เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และโครงการ Test & Go ซึ่งส่งผลดีต่อปริมาณการเข้าพักและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการอังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์ โดยมี Backlog ที่จะรับรู้ในอนาคตจำนวน 4,054 ล้านบาท
* **ต้นทุนของกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 142 ล้านบาท เป็นไปตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 125 ล้านบาท สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายขายและการตลาดของโรงแรม และค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากภาษีที่ดินฯ ที่กลับมาจัดเก็บเต็มจำนวน และค่าธรรมเนียมการจัดการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้โรงแรม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท จากผลกำไรของ บมจ. ไทยวา
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ลดลง 18 ล้านบาท จากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยหลังการปรับโครงสร้างหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการปรับโครงสร้างหนี้เมื่อปลายปีก่อน ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 3.75-4.25% ใน Q1/2564 เหลือ 2% ใน Q1/2565
## สรุปท้าย
LRH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม 633 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มี Backlog รองรับ อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระภาษีที่ดินฯ ที่กลับมาเต็มจำนวน เพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว โดยภาพรวมมีแนวโน้มที่ดีจากการฟื้นตัวของภาคบริการและอสังหาริมทรัพย์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LRH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
4,860.73
ล้านบาท
↑ 87.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,561.08
ล้านบาท
↑ 109.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.69
%
กำไรสุทธิ
1,798.52
ล้านบาท
↑ 185.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
37.00
%
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,861
↑ + 87.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,561
↑ + 109.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,799
↑ + 185.6%
YoY
D/E Ratio
0.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LRH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
11.89
ROA (%)
7.66
Book Value/หุ้น
110.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LRH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+881
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LRH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,075.42
-286.03%
|
578.08
-166.53%
|
-868.88
+154.61%
|
-341.26
-157.37%
|
594.79
+1,782.84%
|
31.59
-93.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
881.07
+880.27%
|
89.88
-200.62%
|
-89.33
-40.86%
|
-151.05
+599.95%
|
-21.58
-85.47%
|
-148.48
-54.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
284.59
-42.17%
|
492.15
-64.21%
|
1,374.97
-3,920.42%
|
-35.99
-426.88%
|
11.01
-78.76%
|
51.83
-192.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
123.82
-89.33%
|
1,160.88
+172.20%
|
426.48
-179.82%
|
-534.32
-191.66%
|
582.94
-1,013.56%
|
-63.81
-153.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,553.42
+6.88%
|
1,453.36
+23.33%
|
1,178.46
+61.01%
|
731.93
+28.69%
|
568.74
-10.09%
|
632.54
+5.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
568.74
-10.09%
|