บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
29.00
+3.25 (+12.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4246 out_tok=2265 at=2026-07-25T20:46:36 -->
# LRH พลิกขาดทุนลด 51% Q2/65 รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-อสังหาฯ โต
## รายได้โรงแรม-อสังหาฯ พุ่งหนุนผลประกอบการดีขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการรับรู้รายได้โครงการใหม่เป็นปัจจัยสำคัญ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 141 ล้านบาท แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 288 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลงถึง 51% การพลิกฟื้นนี้เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ที่ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ LRH ลดลงถึง 51% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 610 ล้านบาท** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 2 ส่วน คือ 1) รายได้จากกิจการโรงแรมที่เติบโตจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว และ 2) รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ๆ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งนั้นมีกลไกดังนี้:
* **ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าประเทศไทยสะดวกขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (Average Room Rate) ของธุรกิจโรงแรมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 317 ล้านบาท
* **การรับรู้รายได้อสังหาริมทรัพย์:** บริษัทมีการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น โครงการสกายพาร์ค, โครงการบันยันทรี เอ็กซ์แพนชั่น, โครงการอังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์, โครงการลากูน่า พาร์ค 2 และ โครงการแคสเซีย ทำให้รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 304 ล้านบาท โดย ณ วันที่รายงาน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะสามารถรับรู้ได้ในอนาคตรวม 4,402 ล้านบาท
แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนรวมก็ปรับเพิ่มขึ้นตาม 468 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนของกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และต้นทุนของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กลับมาจัดเก็บเต็มจำนวน และค่าธรรมเนียมการจัดการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้โรงแรม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่ามี Backlog หรือรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคตสูงถึง 4,402 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อไป ส่วนรายได้จากกิจการโรงแรมมีแนวโน้มดีขึ้นตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และการแข่งขันในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การที่ผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงการปรับตัวที่ดีของบริษัทท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 51% YoY:** จาก 288 ล้านบาทใน Q2/64 เหลือ 141 ล้านบาทใน Q2/65
* **รายได้รวมเติบโต 610 ล้านบาท:** การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการรับรู้รายได้อสังหาริมทรัพย์ใหม่
* **รายได้โรงแรมเพิ่ม 317 ล้านบาท:** รับอานิสงส์การผ่อนคลายมาตรการท่องเที่ยว
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 304 ล้านบาท:** จากโครงการใหม่ๆ เช่น สกายพาร์ค, บันยันทรี เอ็กซ์แพนชั่น
* **Backlog อสังหาริมทรัพย์สูง 4,402 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 468 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนที่แปรผันตามรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 LRH มีรายได้รวม 927 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 610 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 141 ล้านบาท ซึ่งลดลง 147 ล้านบาท หรือลดลง 51% เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 288 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจากการท่องเที่ยวที่กลับมา และการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **Backlog โครงการอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รอการรับรู้ในอนาคตจำนวน 4,402 ล้านบาท จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในระยะต่อไป
* **โครงการใหม่ๆ:** การเปิดตัวและรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของภาคการท่องเที่ยว:** ธุรกิจโรงแรมยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก การระบาดของโรค หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าพลังงาน ค่าแรง และต้นทุนวัสดุ อาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การลงทุน หรือภาษี อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ADR) ของธุรกิจโรงแรม:** จะเป็นตัวชี้วัดการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จาก Backlog อสังหาริมทรัพย์:** การส่งมอบและรับรู้รายได้ตามแผน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ:** แผนการพัฒนาและเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
* **สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค:** ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้โรงแรม:** เพิ่มขึ้น 317 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าไทยสะดวกขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและรายได้ห้องพักเฉลี่ยดีขึ้น
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 304 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ๆ เช่น สกายพาร์ค, บันยันทรี เอ็กซ์แพนชั่น, อังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์, ลากูน่า พาร์ค 2 และ แคสเซีย โดยมี Backlog 4,402 ล้านบาท
* **ต้นทุนโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 144 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 184 ล้านบาท ตามการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายการตลาดโรงแรมและค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กลับมาจัดเก็บเต็มจำนวน และค่าธรรมเนียมการจัดการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้โรงแรม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ลดลง 3 ล้านบาท จากผลกำไรที่ลดลงของ บมจ.ไทยวา เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
LRH ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ๆ แม้ว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การมี Backlog อสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของภาคการท่องเที่ยว การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LRH ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
4,860.73
ล้านบาท
↑ 87.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,561.08
ล้านบาท
↑ 109.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.69
%
กำไรสุทธิ
1,798.52
ล้านบาท
↑ 185.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
37.00
%
D/E Ratio
0.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,861
↑ + 87.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,561
↑ + 109.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,799
↑ + 185.6%
YoY
D/E Ratio
0.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LRH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.98
ROE (%)
11.89
ROA (%)
7.66
Book Value/หุ้น
110.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LRH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+881
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LRH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,075.42
-286.03%
|
578.08
-166.53%
|
-868.88
+154.61%
|
-341.26
-157.37%
|
594.79
+1,782.84%
|
31.59
-93.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
881.07
+880.27%
|
89.88
-200.62%
|
-89.33
-40.86%
|
-151.05
+599.95%
|
-21.58
-85.47%
|
-148.48
-54.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
284.59
-42.17%
|
492.15
-64.21%
|
1,374.97
-3,920.42%
|
-35.99
-426.88%
|
11.01
-78.76%
|
51.83
-192.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
123.82
-89.33%
|
1,160.88
+172.20%
|
426.48
-179.82%
|
-534.32
-191.66%
|
582.94
-1,013.56%
|
-63.81
-153.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,553.42
+6.88%
|
1,453.36
+23.33%
|
1,178.46
+61.01%
|
731.93
+28.69%
|
568.74
-10.09%
|
632.54
+5.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
568.74
-10.09%
|