บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
14.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4339 out_tok=2296 at=2026-07-25T19:41:50 -->
# GJS พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 รับต้นทุนลด-บริหารค่าใช้จ่ายดี
## รายได้-กำไรทรุดตามภาวะตลาดเหล็กโลก แต่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายช่วยลดผลขาดทุน
บริษัท จี เจสตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 1,160 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ ถูกบริหารจัดการได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดเหล็กโลกที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาขายโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและกำไรขั้นต้น** ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 1,160 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการบริหารต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวย** เป็นสาเหตุหลัก โดยราคาขายเฉลี่ยลดลง 18% และปริมาณการขายลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเหล็กโลกและตลาดในประเทศ ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น, และนโยบาย Zero-COVID ของจีน ซึ่งล้วนส่งผลให้การบริโภคและราคาทั่วโลกลดลงอย่างมาก การผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนในประเทศเองก็ลดลง 31% เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลง
แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลง 16% จากปริมาณการผลิตที่ลดลง 26% แต่ก็มีการกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 136 ล้านบาท เนื่องจากราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 20% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 81 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนโดยรวมของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าไตรมาส 3 ปี 2565 จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้ราคาและปริมาณขายลดลง แต่ฝ่ายจัดการได้มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือบ่งชี้ถึงการปรับตัวของราคาเหล็กในทิศทางที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และการชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศทำให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา commodity และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 3 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,160 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง:** อยู่ที่ 3,502 ล้านบาท ลดลง 37.6% YoY
* **กำไรขั้นต้นติดลบ:** ขาดทุนขั้นต้น 21 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,474 ล้านบาทในปีก่อน
* **ราคาและปริมาณขายลดลง:** ราคาขายเฉลี่ยลดลง 18% และปริมาณขายลดลง 24%
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ต้นทุนขายลดลง 16%, ค่าใช้จ่ายขายลดลง 20%, ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 81 ล้านบาท
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการเงินลดลง:** จากการชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท จี เจสตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 3,502 ล้านบาท ลดลง 37.6% เมื่อเทียบกับ 5,611 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกเป็นขาดทุน 21 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 1,474 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,160 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากภาวะตลาดที่อ่อนแอ
* **การลดภาระทางการเงิน:** การชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ:** บ่งชี้ถึงแนวโน้มราคาเหล็กที่อาจปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคา Commodity:** ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนมีความผันผวนสูงตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอก
* **อุปสงค์ในประเทศและตลาดโลก:** การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศและตลาดโลกยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, เงินเฟ้อ, และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
* **การผลิตในประเทศ:** การผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนในประเทศมีแนวโน้มลดลงตามอุปสงค์ที่ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลกและตลาดในประเทศ
* ปริมาณการขายและกำลังการผลิตของบริษัทฯ
* ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อ, และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
* นโยบายการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายและปริมาณการขาย:** ราคาขายเฉลี่ยลดลง 18% และปริมาณการขายลดลง 24% YoY เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้และกำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนขาย:** ลดลง 16% จากปริมาณการผลิตที่ลดลง 26% แต่มีการกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 136 ล้านบาท จากราคาเหล็กที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 20% และ 81 ล้านบาท ตามลำดับ จากปริมาณการขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ
* **อัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการเงิน:** ลดลงอย่างมากจากการชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 718 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 26% ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,238 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 142 ล้านบาท หักลบกับการลดลงของสินค้าคงเหลือ 501 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2% จากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือ 4% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้อื่นและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รวมถึงเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า แม้ว่าเจ้าหนี้การค้าจะลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 689 ล้านบาท หรือ 4% จากสิ้นปี 2564 เป็น 16,528 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีผลกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนที่ 689 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GJS ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากภาวะตลาดเหล็กโลกที่อ่อนแอ ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการลดภาระทางการเงินจากการชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัดผลขาดทุนสุทธิ แม้ว่าความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา commodity และอุปสงค์จะยังคงอยู่ แต่การบริหารจัดการภายในของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวเพื่อประคองผลประกอบการในสภาวะตลาดที่ยากลำบาก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LANNA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,749.23
ล้านบาท
↓ 18.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,470.07
ล้านบาท
↓ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.21
%
กำไรสุทธิ
178.35
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.76
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,749
↓ -18.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,470
↓ -24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
178
↓ -41.5%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LANNA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
8.39
ROA (%)
12.15
Book Value/หุ้น
16.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LANNA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,349
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-663
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LANNA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,348.91
-64.81%
|
-3,833.34
+59.28%
|
-2,406.69
+102.18%
|
-1,190.39
-701.91%
|
197.77
-91.08%
|
2,217.74
-607.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-663.45
-295.66%
|
339.09
+21.38%
|
279.37
-163.59%
|
-439.36
-318.50%
|
201.08
-129.30%
|
-686.33
+6,072.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,796.79
-15.11%
|
2,116.65
+18.69%
|
1,783.40
+385.75%
|
367.14
-141.73%
|
-879.84
-25.03%
|
-1,173.64
-360.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-231.30
-82.50%
|
-1,321.74
+102.33%
|
-653.25
-62.45%
|
-1,739.50
+253.53%
|
-492.04
-238.54%
|
355.17
+3,654.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,072.46
+21.78%
|
1,701.75
-43.81%
|
3,028.67
+39.98%
|
2,163.72
+159.84%
|
832.70
+74.34%
|
477.62
-21.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,725.56
+31.51%
|
2,072.46
+21.78%
|
1,701.75
-43.81%
|
3,028.67
+39.98%
|
2,163.72
+159.84%
|
832.70
+74.34%
|