บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
14.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11797 out_tok=3621 at=2026-07-25T20:23:35 -->
# LANNA กำไร Q1/65 พุ่ง 153% รับราคาถ่านหินโลกแรง
## ธุรกิจถ่านหินฟื้นตัวแรงดันกำไรสุทธิโตเท่าตัว ขณะที่เอทานอลเผชิญต้นทุนวัตถุดิบสูง
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 615.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 153.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจถ่านหินที่ได้รับอานิสงส์จากราคาขายเฉลี่ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจเอทานอลเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LANNA ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 153.53% (จาก 242.63 ล้านบาท เป็น 615.14 ล้านบาท) มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากธุรกิจถ่านหิน** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 95% ของกำไรสุทธิทั้งหมด โดยกำไรจากธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นถึง 176.22% (จาก 212.11 ล้านบาท เป็น 585.89 ล้านบาท) ปัจจัยนี้เป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายถ่านหินโดยเฉลี่ยที่สูงถึง 68.54% แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นเพียง 9.04% ก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจเอทานอลกลับมีกำไรสุทธิลดลงถึง 91.12% (จาก 29.04 ล้านบาท เป็น 2.58 ล้านบาท) เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างกากน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจถ่านหิน:** การที่ราคาขายถ่านหินโดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรก รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศระงับการส่งออกถ่านหินเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงเดือนมกราคม 2565 เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ แม้จะอนุญาตให้ส่งออกได้อีกครั้ง แต่ก็ยังคงควบคุมให้ผู้ส่งออกต้องดำรงสัดส่วนการขายในประเทศไม่น้อยกว่า 25% ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการส่งออกลดลงและดันราคาให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประการที่สอง สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น เป็นแรงผลักดันให้ความต้องการพลังงานทดแทน รวมถึงถ่านหิน เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ราคาขายถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนขายถ่านหินโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 34.04% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขาย ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจาก 52.11% เป็น 61.91%
**ธุรกิจเอทานอล:** กำไรที่ลดลงของธุรกิจเอทานอลเกิดจากราคากากน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ปรับตัวสูงขึ้นถึง 7.51% ในขณะที่ราคาขายเอทานอลโดยเฉลี่ยกลับลดลง 2.76% ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอลหดตัวลงจาก 13.66% เหลือเพียง 5.56%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ราคาถ่านหินคาดว่าจะยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในปี 2565 เนื่องจากประเทศต่างๆ ทยอยเปิดประเทศ ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์พลังงาน และจีนยังคงห้ามนำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลีย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อราคาถ่านหิน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการและการส่งออกในอนาคต
สำหรับธุรกิจเอทานอล แนวโน้มยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจากราคากากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่ผลผลิตอ้อยในฤดูกาลผลิต 2564/2565 ลดลง ประกอบกับราคามันสำปะหลังที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ความต้องการใช้เอทานอลยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน
โดยรวมแล้ว ฝ่ายจัดการคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2565 จะยังคงทำกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจพลังงานมีการฟื้นตัวชัดเจนตามภาวะเศรษฐกิจมหภาค
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 153.53% YoY:** LANNA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2565 ที่ 615.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 242.63 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจถ่านหินเป็นพระเอก:** กำไรจากธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้น 176.22% เป็น 585.89 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 9.04% และราคาขายเฉลี่ยที่พุ่งสูงขึ้นถึง 68.54%
* **เอทานอลเผชิญต้นทุนสูง:** กำไรจากธุรกิจเอทานอลลดลง 91.12% เหลือเพียง 2.58 ล้านบาท เนื่องจากราคากากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้น 7.51% ขณะที่ราคาขายเอทานอลลดลง 2.76%
* **รายได้รวมเติบโต 65.08%:** รายได้รวมอยู่ที่ 5,013.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,036.92 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้จากถ่านหิน 85.70% และเอทานอล 13.37%
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 2,696.78 ล้านบาท คิดเป็น 54.30% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 43.42% ในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจถ่านหิน
* **EBITDA Margin พุ่ง:** EBITDA Margin อยู่ที่ 36.06% เพิ่มขึ้นจาก 29.17% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 5,013.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจถ่านหินที่เพิ่มขึ้นถึง 83.73% เป็น 4,296.12 ล้านบาท จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้จากธุรกิจเอทานอลลดลงเล็กน้อย 1.84% เป็น 670.49 ล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 615.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 153.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 242.63 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 20.17% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **ราคาถ่านหินโลกยังคงแข็งแกร่ง:** แนวโน้มราคาถ่านหินที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้กับธุรกิจถ่านหิน
* **การเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งส่งผลดีต่อความต้องการใช้พลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก PT. PESONA KHATULISTIWA NUSANTARA (PKN) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่เข้าไปลงทุนเมื่อปลายปี 2564 เป็นอีกปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคากากน้ำตาล:** ธุรกิจเอทานอลเผชิญความเสี่ยงจากราคากากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากปริมาณผลผลิตอ้อยที่ลดลง
* **ความผันผวนของราคามันสำปะหลัง:** ราคามันเส้นซึ่งเป็นอีกทางเลือกวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลก็มีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
* **กฎระเบียบและการควบคุมการส่งออก:** แม้ราคาถ่านหินจะสูง แต่การที่รัฐบาลอินโดนีเซียยังคงควบคุมสัดส่วนการขายในประเทศและอาจมีนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในอนาคต เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
* **ข้อจำกัดจากสัญญากู้เงิน:** บริษัทย่อยที่ผลิตเอทานอลมีภาระผูกพันตามสัญญากู้เงิน ซึ่งรวมถึงการดำรงอัตราส่วน DSCR ที่ไม่ต่ำกว่า 1.1 เท่า และการไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข แม้ปัจจุบันจะได้รับการผ่อนผันจากธนาคาร แต่ยังคงเป็นข้อจำกัดที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาถ่านหินโลก:** ติดตามปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาถ่านหิน เช่น สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน นโยบายพลังงานของประเทศต่างๆ และการกลับมาของอุปสงค์
* **นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซีย:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการผลิตและส่งออกถ่านหินของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบหลัก
* **ต้นทุนวัตถุดิบธุรกิจเอทานอล:** การเคลื่อนไหวของราคากากน้ำตาลและมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตเอทานอล
* **การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญากู้เงินของธุรกิจเอทานอล:** การบริหารจัดการเพื่อรักษาสัดส่วน DSCR และเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้:** การติดตามประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพย์สินหมุนเวียน โดยเฉพาะลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP):** ธุรกิจถ่านหินมีราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 68.54% ในไตรมาส 1/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไร ในขณะที่ธุรกิจเอทานอลมีราคาขายเฉลี่ยลดลง 2.76%
* **ปริมาณขาย/ผลิต:** ปริมาณขายถ่านหินเพิ่มขึ้น 9.04% ส่วนปริมาณขายเอทานอลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.97%
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายถ่านหินเฉลี่ยต่อเมตริกตันเพิ่มขึ้น 34.04% ซึ่งน้อยกว่าราคาขาย ทำให้ส่วนต่างกำไรดีขึ้น ต้นทุนขายเอทานอลเพิ่มขึ้น 7.37% จากราคากากน้ำตาลที่สูงขึ้น
* **กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกำลังการผลิตโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขายถ่านหินบ่งชี้ถึงการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่มีอยู่
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ โดยเฉพาะโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งของบริษัทย่อย และค่าใช้จ่ายโครงการทำเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 13,768.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.43% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 27.83% ซึ่งรวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 5,372.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.71% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และเงินกู้ระยะสั้น/ยาว เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** อยู่ที่ 8,395.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.74% จากสิ้นปี 2564 ทำให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 12.00 บาทต่อหุ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.64 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำและมีโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม
* **สภาพคล่อง:** Current Ratio อยู่ที่ 1.90 เท่า และ Quick Ratio อยู่ที่ 1.36 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่ดี
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 87.78 ล้านบาท ลดลงจาก 274.89 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายการที่ไม่กระทบเงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคา และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์จากการดำเนินงาน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 307.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และโครงการทำเหมืองถ่านหิน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับสุทธิ 292.15 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้
## สรุปท้าย
LANNA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 153.53% เป็นผลมาจากธุรกิจถ่านหินที่ได้รับอานิสงส์จากราคาขายเฉลี่ยในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัวและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้แนวโน้มธุรกิจถ่านหินจะยังคงสดใสและคาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่องในปี 2565 แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในธุรกิจเอทานอลและกฎระเบียบต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LANNA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,749.23
ล้านบาท
↓ 18.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,470.07
ล้านบาท
↓ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.21
%
กำไรสุทธิ
178.35
ล้านบาท
↓ 41.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.76
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,749
↓ -18.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,470
↓ -24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
178
↓ -41.5%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LANNA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
8.39
ROA (%)
12.15
Book Value/หุ้น
16.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LANNA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,349
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-663
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LANNA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,348.91
-64.81%
|
-3,833.34
+59.28%
|
-2,406.69
+102.18%
|
-1,190.39
-701.91%
|
197.77
-91.08%
|
2,217.74
-607.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-663.45
-295.66%
|
339.09
+21.38%
|
279.37
-163.59%
|
-439.36
-318.50%
|
201.08
-129.30%
|
-686.33
+6,072.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,796.79
-15.11%
|
2,116.65
+18.69%
|
1,783.40
+385.75%
|
367.14
-141.73%
|
-879.84
-25.03%
|
-1,173.64
-360.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-231.30
-82.50%
|
-1,321.74
+102.33%
|
-653.25
-62.45%
|
-1,739.50
+253.53%
|
-492.04
-238.54%
|
355.17
+3,654.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,072.46
+21.78%
|
1,701.75
-43.81%
|
3,028.67
+39.98%
|
2,163.72
+159.84%
|
832.70
+74.34%
|
477.62
-21.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,725.56
+31.51%
|
2,072.46
+21.78%
|
1,701.75
-43.81%
|
3,028.67
+39.98%
|
2,163.72
+159.84%
|
832.70
+74.34%
|