KKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
110.00
2.00 (1.79%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22871 out_tok=3495 at=2026-07-25T18:09:25 --> # KKP กำไรสุทธิ Q4/2565 ดิ่ง 29.3% YoY รับผลกระทบสำรองพิเศษ-ค่าใช้จ่ายพุ่ง ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิโต 30% หนุนผลงานปี 65 กำไรสุทธิรวมโต 20.3% แต่ไตรมาสสุดท้ายเผชิญแรงกดดันจากสำรองและค่าใช้จ่าย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,430 ล้านบาท ลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตั้งสำรองเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2565 ธนาคารยังคงทำผลงานได้ดี โดยมีกำไรสุทธิ 7,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% จากปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KKP ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 708 ล้านบาท** เพื่อรองรับผลกระทบจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ บล. เกียรตินาคินภัทร และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 30.8%** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30.0% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การตั้งสำรองพิเศษ:** เหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ส่งผลกระทบต่อ บล. เกียรตินาคินภัทร ทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 708 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสนี้ * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น:** ECL ที่เพิ่มขึ้น 30.8% YoY มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงขยายตัวได้ดี และการปรับตัวลงของคุณภาพสินเชื่อตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีการตั้งสำรองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมอีก 252 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ Credit Cost ในไตรมาสนี้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.12% * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต:** ปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยลดทอนผลกระทบ คือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 30.0% YoY มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวม 21.4% ในปี 2565 และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนสินเชื่อตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายการตั้งสำรองพิเศษ 708 ล้านบาทนั้น **มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นในปี 2565 และอยู่ระหว่างการสืบสวน อย่างไรก็ตาม สำหรับ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง** เนื่องจากธนาคารยังคงยึดหลักความรอบคอบในการตั้งสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อที่ยังเติบโตได้ดี ซึ่งอาจส่งผลต่อ Credit Cost ในระดับที่สูงกว่าปกติในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 29.3% YoY** อยู่ที่ 1,430 ล้านบาท จาก 2,023 ล้านบาทใน Q4/2564 * **กำไรสุทธิทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้น 20.3% YoY** อยู่ที่ 7,602 ล้านบาท จาก 6,318 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ Q4/2565 เติบโต 30.0% YoY** เป็น 5,527 ล้านบาท และทั้งปี 2565 เติบโต 21.5% YoY เป็น 19,081 ล้านบาท * **สินเชื่อรวมขยายตัว 21.4%** ในปี 2565 * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน Q4/2565 พุ่ง 41.5% YoY** โดยมีค่าใช้จ่ายสำรองพิเศษ 708 ล้านบาท จากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) Q4/2565 เพิ่มขึ้น 30.8% YoY** เป็น 2,069 ล้านบาท และทั้งปี 2565 ลดลง 3.2% YoY เป็น 5,036 ล้านบาท * **คุณภาพสินเชื่อ:** NPL Ratio (Stage 3 ไม่รวม POCI) อยู่ที่ 3.3% ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 3.0% ณ สิ้นปี 2564 * **อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16.63%** ณ สิ้นปี 2565 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มีกำไรสุทธิ 1,430 ล้านบาท ลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30.0% เป็น 5,527 ล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 41.5% โดยมีรายการสำรองพิเศษ 708 ล้านบาท จากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 30.8% เป็น 2,069 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2565 ธนาคารยังคงมีผลประกอบการที่ดี โดยมีกำไรสุทธิ 7,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งถึง 21.4% และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะลดลงเล็กน้อย 1.0% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม * **การขยายตัวของสินเชื่อ:** ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีคุณภาพสินเชื่อที่ดี โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย (เช่าซื้อรถยนต์, ที่อยู่อาศัย, Micro SMEs) และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ไตรมาส 4 จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่โดยรวมธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ * **ธุรกิจตลาดทุน:** แม้จะเผชิญความผันผวน แต่ KKP ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 1 และมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจและการจัดการกองทุน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ:** แม้ NPL Ratio จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของ NPL Ratio และการตั้งสำรองพิเศษสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ * **เหตุการณ์เฉพาะของธุรกิจตลาดทุน:** เหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ บล. เกียรตินาคินภัทร อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในระยะสั้น * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน อาจกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การตั้งสำรองในปี 2566:** ความต่อเนื่องของการตั้งสำรอง ECL และการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ * **ผลกระทบจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์:** ความคืบหน้าของการสืบสวนและผลกระทบต่อธุรกิจ บล. เกียรตินาคินภัทร * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยและ SME * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจ Wealth Management ท่ามกลางความผันผวนของตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรายได้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) สำหรับไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 5.7% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 5.3% ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายจะปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณเงินรับฝากและตราสารหนี้ที่ออก * **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตโดดเด่น 30.0% YoY ใน Q4/2565 และ 21.5% YoY ในปี 2565 จากการขยายตัวของสินเชื่อทุกประเภท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ใน Q4/2565 ลดลง 7.8% YoY เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ปรับลดลง แม้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจะเติบโต 4.9% YoY * **NPL:** อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.3% ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.0% ณ สิ้นปี 2564 โดยมีสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ปรับเพิ่มขึ้น * **Coverage Ratio:** อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ 154.4% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความระมัดระวังในการตั้งสำรอง * **Credit Cost:** Credit Cost ใน Q4/2565 อยู่ที่ 3.12% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.87% ใน Q4/2564 โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองพิเศษ * **สินเชื่อและเงินฝาก:** สินเชื่อรวมเติบโต 21.4% ในปี 2565 โดยสินเชื่อรายย่อยเติบโต 23.6% และสินเชื่อธุรกิจเติบโต 12.9% เงินรับฝากเติบโต 14.9% โดยมีสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ 59.1% * **CASA:** สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) อยู่ที่ 59.1% ของเงินรับฝากทั้งหมด * **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16.63% ณ สิ้นปี 2565 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโต 1.5% ในปี 2565 โดยมีแรงหนุนจากค่านายหน้าประกันและธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ * **กำไรพิเศษ:** มีรายการขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย 1,540 ล้านบาทในปี 2565 และขาดทุนจากการขายรถยึด 1,844 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 507,637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากปีก่อน โดยมีสินเชื่อรวม 378,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% หนี้สินรวมอยู่ที่ 449,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% โดยมีเงินรับฝาก 331,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืม (Loan to Deposit Ratio) อยู่ที่ 96.4% ## สรุปท้าย KKP ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากรายการสำรองพิเศษที่เกิดจากเหตุการณ์เฉพาะในธุรกิจตลาดทุน และการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการขยายตัวของสินเชื่อและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีในภาพรวม ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการทั้งปีให้เติบโตได้ 20.3% นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ การตั้งสำรองในปีถัดไป และผลกระทบจากเหตุการณ์เฉพาะของธุรกิจตลาดทุน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54 %
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84 %
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1% YoY
D/E Ratio
6.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
6,602.28
-3.09%
6,812.55
-2.05%
6,954.84
-14.63%
8,146.33
+14.84%
7,093.78
+18.74%
5,974.31
+19.25%
กำไรขั้นต้น
20,898.83
-6.23%
22,287.99
-5.43%
23,568.87
-5.45%
24,927.68
+18.18%
21,092.98
+16.42%
18,118.08
+14.82%
ค่าใช้จ่ายรวม
5,623.52
-6.66%
6,024.87
-7.08%
6,483.64
+6.46%
6,090.23
+195.27%
-6,392.91
-153.00%
12,062.12
+34.42%
กำไรสุทธิ
1,772.01
+26.07%
1,405.63
+109.88%
669.74
-53.17%
1,430.05
-29.32%
2,023.35
+82.60%
1,108.08
-34.04%
กำไรต่อหุ้น
2.14
+26.09%
1.70
+109.89%
0.81
-53.18%
1.73
-29.30%
2.44
+82.52%
1.34
-34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
316.54
-3.25%
327.16
-3.46%
338.88
+10.75%
306.00
+2.91%
297.34
-1.96%
303.27
-3.71%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
85.18
-3.69%
88.44
-5.13%
93.22
+24.69%
74.76
+182.96%
-90.12
-144.64%
201.90
+12.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
26.84
+30.10%
20.63
+114.23%
9.63
-45.13%
17.55
-38.46%
28.52
+53.75%
18.55
-44.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1.98
0.00
0.00
+100.00%
-4.42
0.00
-100.00%
49.56
-90.43%
ROE(%)
9.26
+14.04%
8.12
-11.35%
9.16
-34.43%
13.97
+7.88%
12.95
+14.30%
11.33
+62.32%
ROA(%)
3.34
+2.77%
3.25
+12.46%
2.89
-3.02%
2.98
+2.76%
2.90
-13.95%
3.37
+13.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
6.49
-5.81%
6.89
-12.78%
7.90
+2.07%
7.74
+2.93%
7.52
+10.75%
6.79
-7.11%
P/E
9.87
-3.80%
10.26
+49.56%
6.86
-9.97%
7.62
-18.59%
9.36
+21.72%
7.69
-21.05%
P/BV
0.86
+21.13%
0.71
0.71
-39.32%
1.17
+13.59%
1.03
+6.19%
0.97
-25.95%
BV
78.79
+6.03%
74.31
+4.69%
70.98
+12.20%
63.26
+9.45%
57.80
+8.79%
53.13
+5.75%
YIELD(%)
6.04
+3.78%
5.82
-10.05%
6.47
+61.75%
4.00
+6.10%
3.77
-54.08%
8.21
+8.31%
ราคาหุ้น
68.00
+29.52%
52.50
+4.48%
50.25
-31.86%
73.75
+23.43%
59.75
+15.46%
51.75
-21.59%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
81.52

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
488,095.19
-2.07%
498,424.39
-8.60%
545,327.02
+7.42%
507,637.02
+16.40%
436,123.20
+20.01%
363,411.02
+16.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
422,888.95
-2.83%
435,259.22
-10.08%
484,074.17
+7.69%
449,525.57
+16.77%
384,961.05
+21.52%
316,785.30
+18.35%
รวมส่วนของเจ้าของ
65,206.24
+3.16%
63,165.17
+3.12%
61,252.85
+5.41%
58,111.45
+13.58%
51,162.16
+9.73%
46,625.72
+5.94%
D/E
6.49
6.89
7.90
7.74
7.52
6.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.26
8.12
9.16
13.97
12.95
11.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.34
3.25
2.89
2.98
2.90
3.37
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2564 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-20,142.69
8,683.66
+1.16%
8,584.46
-151.89%
-16,542.33
+683.61%
-2,111.05
-89.33%
-19,788.99
-480.82%
5,196.36
-208.28%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,314.89
-4,058.43
+2,928.91%
-133.99
+136.69%
-56.61
-97.26%
-2,067.66
-249.05%
1,387.25
+221.70%
431.22
-72.98%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
13,579.24
-4,358.29
-47.59%
-8,315.09
-150.92%
16,329.91
+226.02%
5,008.83
-70.18%
16,794.46
-555.38%
-3,688.00
-213.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-248.56
266.94
+97.19%
135.37
-150.32%
-269.04
-132.41%
830.12
-151.65%
-1,607.28
-182.87%
1,939.58
+4,171.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,490.63
+34.33%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-20.68%
1,301.09
-75.47%
5,303.72
+86.88%
2,838.05
+215.88%
898.47
+5.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,242.07
-16.67%
1,424.56
+22.03%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-83.17%
6,133.84
+398.37%
1,230.77
-56.63%
2,838.05
+215.88%