KKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
112.50
1.50 (1.32%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22871 out_tok=3495 at=2026-07-25T18:09:25 --> # KKP กำไรสุทธิ Q4/2565 ดิ่ง 29.3% YoY รับผลกระทบสำรองพิเศษ-ค่าใช้จ่ายพุ่ง ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิโต 30% หนุนผลงานปี 65 กำไรสุทธิรวมโต 20.3% แต่ไตรมาสสุดท้ายเผชิญแรงกดดันจากสำรองและค่าใช้จ่าย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,430 ล้านบาท ลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตั้งสำรองเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2565 ธนาคารยังคงทำผลงานได้ดี โดยมีกำไรสุทธิ 7,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% จากปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KKP ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 708 ล้านบาท** เพื่อรองรับผลกระทบจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ บล. เกียรตินาคินภัทร และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 30.8%** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30.0% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การตั้งสำรองพิเศษ:** เหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ส่งผลกระทบต่อ บล. เกียรตินาคินภัทร ทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 708 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสนี้ * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น:** ECL ที่เพิ่มขึ้น 30.8% YoY มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงขยายตัวได้ดี และการปรับตัวลงของคุณภาพสินเชื่อตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีการตั้งสำรองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมอีก 252 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ Credit Cost ในไตรมาสนี้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.12% * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต:** ปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยลดทอนผลกระทบ คือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 30.0% YoY มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวม 21.4% ในปี 2565 และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนสินเชื่อตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายการตั้งสำรองพิเศษ 708 ล้านบาทนั้น **มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นในปี 2565 และอยู่ระหว่างการสืบสวน อย่างไรก็ตาม สำหรับ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง** เนื่องจากธนาคารยังคงยึดหลักความรอบคอบในการตั้งสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อที่ยังเติบโตได้ดี ซึ่งอาจส่งผลต่อ Credit Cost ในระดับที่สูงกว่าปกติในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 29.3% YoY** อยู่ที่ 1,430 ล้านบาท จาก 2,023 ล้านบาทใน Q4/2564 * **กำไรสุทธิทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้น 20.3% YoY** อยู่ที่ 7,602 ล้านบาท จาก 6,318 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ Q4/2565 เติบโต 30.0% YoY** เป็น 5,527 ล้านบาท และทั้งปี 2565 เติบโต 21.5% YoY เป็น 19,081 ล้านบาท * **สินเชื่อรวมขยายตัว 21.4%** ในปี 2565 * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน Q4/2565 พุ่ง 41.5% YoY** โดยมีค่าใช้จ่ายสำรองพิเศษ 708 ล้านบาท จากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) Q4/2565 เพิ่มขึ้น 30.8% YoY** เป็น 2,069 ล้านบาท และทั้งปี 2565 ลดลง 3.2% YoY เป็น 5,036 ล้านบาท * **คุณภาพสินเชื่อ:** NPL Ratio (Stage 3 ไม่รวม POCI) อยู่ที่ 3.3% ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 3.0% ณ สิ้นปี 2564 * **อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16.63%** ณ สิ้นปี 2565 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มีกำไรสุทธิ 1,430 ล้านบาท ลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 30.0% เป็น 5,527 ล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 41.5% โดยมีรายการสำรองพิเศษ 708 ล้านบาท จากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 30.8% เป็น 2,069 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2565 ธนาคารยังคงมีผลประกอบการที่ดี โดยมีกำไรสุทธิ 7,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งถึง 21.4% และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะลดลงเล็กน้อย 1.0% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม * **การขยายตัวของสินเชื่อ:** ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีคุณภาพสินเชื่อที่ดี โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย (เช่าซื้อรถยนต์, ที่อยู่อาศัย, Micro SMEs) และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ไตรมาส 4 จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่โดยรวมธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ * **ธุรกิจตลาดทุน:** แม้จะเผชิญความผันผวน แต่ KKP ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 1 และมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจและการจัดการกองทุน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ:** แม้ NPL Ratio จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของ NPL Ratio และการตั้งสำรองพิเศษสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ * **เหตุการณ์เฉพาะของธุรกิจตลาดทุน:** เหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ บล. เกียรตินาคินภัทร อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในระยะสั้น * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน อาจกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การตั้งสำรองในปี 2566:** ความต่อเนื่องของการตั้งสำรอง ECL และการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ * **ผลกระทบจากเหตุการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์:** ความคืบหน้าของการสืบสวนและผลกระทบต่อธุรกิจ บล. เกียรตินาคินภัทร * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยและ SME * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจ Wealth Management ท่ามกลางความผันผวนของตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรายได้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) สำหรับไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 5.7% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 5.3% ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายจะปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณเงินรับฝากและตราสารหนี้ที่ออก * **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตโดดเด่น 30.0% YoY ใน Q4/2565 และ 21.5% YoY ในปี 2565 จากการขยายตัวของสินเชื่อทุกประเภท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ใน Q4/2565 ลดลง 7.8% YoY เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ปรับลดลง แม้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจะเติบโต 4.9% YoY * **NPL:** อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.3% ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.0% ณ สิ้นปี 2564 โดยมีสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ปรับเพิ่มขึ้น * **Coverage Ratio:** อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ 154.4% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความระมัดระวังในการตั้งสำรอง * **Credit Cost:** Credit Cost ใน Q4/2565 อยู่ที่ 3.12% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.87% ใน Q4/2564 โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองพิเศษ * **สินเชื่อและเงินฝาก:** สินเชื่อรวมเติบโต 21.4% ในปี 2565 โดยสินเชื่อรายย่อยเติบโต 23.6% และสินเชื่อธุรกิจเติบโต 12.9% เงินรับฝากเติบโต 14.9% โดยมีสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ 59.1% * **CASA:** สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) อยู่ที่ 59.1% ของเงินรับฝากทั้งหมด * **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16.63% ณ สิ้นปี 2565 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโต 1.5% ในปี 2565 โดยมีแรงหนุนจากค่านายหน้าประกันและธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ * **กำไรพิเศษ:** มีรายการขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย 1,540 ล้านบาทในปี 2565 และขาดทุนจากการขายรถยึด 1,844 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 507,637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากปีก่อน โดยมีสินเชื่อรวม 378,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% หนี้สินรวมอยู่ที่ 449,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% โดยมีเงินรับฝาก 331,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืม (Loan to Deposit Ratio) อยู่ที่ 96.4% ## สรุปท้าย KKP ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากรายการสำรองพิเศษที่เกิดจากเหตุการณ์เฉพาะในธุรกิจตลาดทุน และการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการขยายตัวของสินเชื่อและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีในภาพรวม ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการทั้งปีให้เติบโตได้ 20.3% นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ การตั้งสำรองในปีถัดไป และผลกระทบจากเหตุการณ์เฉพาะของธุรกิจตลาดทุน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54 %
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84 %
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1% YoY
D/E Ratio
6.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,602.28
-3.09%
6,812.55
-2.05%
6,954.84
-14.63%
8,146.33
+14.84%
7,093.78
+18.74%
5,974.31
+19.25%
กำไรขั้นต้น —
20,898.83
-6.23%
22,287.99
-5.43%
23,568.87
-5.45%
24,927.68
+18.18%
21,092.98
+16.42%
18,118.08
+14.82%
ค่าใช้จ่ายรวม —
5,623.52
-6.66%
6,024.87
-7.08%
6,483.64
+6.46%
6,090.23
+195.27%
-6,392.91
-153.00%
12,062.12
+34.42%
กำไรสุทธิ —
1,772.01
+26.07%
1,405.63
+109.88%
669.74
-53.17%
1,430.05
-29.32%
2,023.35
+82.60%
1,108.08
-34.04%
กำไรต่อหุ้น —
2.14
+26.09%
1.70
+109.89%
0.81
-53.18%
1.73
-29.30%
2.44
+82.52%
1.34
-34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
316.54
-3.25%
327.16
-3.46%
338.88
+10.75%
306.00
+2.91%
297.34
-1.96%
303.27
-3.71%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
85.18
-3.69%
88.44
-5.13%
93.22
+24.69%
74.76
+182.96%
-90.12
-144.64%
201.90
+12.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
26.84
+30.10%
20.63
+114.23%
9.63
-45.13%
17.55
-38.46%
28.52
+53.75%
18.55
-44.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-1.98
0.00
0.00
+100.00%
-4.42
0.00
-100.00%
49.56
-90.43%
ROE(%) —
9.26
+14.04%
8.12
-11.35%
9.16
-34.43%
13.97
+7.88%
12.95
+14.30%
11.33
+62.32%
ROA(%) —
3.34
+2.77%
3.25
+12.46%
2.89
-3.02%
2.98
+2.76%
2.90
-13.95%
3.37
+13.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
6.49
-5.81%
6.89
-12.78%
7.90
+2.07%
7.74
+2.93%
7.52
+10.75%
6.79
-7.11%
P/E —
9.87
-3.80%
10.26
+49.56%
6.86
-9.97%
7.62
-18.59%
9.36
+21.72%
7.69
-21.05%
P/BV —
0.86
+21.13%
0.71
0.71
-39.32%
1.17
+13.59%
1.03
+6.19%
0.97
-25.95%
BV —
78.79
+6.03%
74.31
+4.69%
70.98
+12.20%
63.26
+9.45%
57.80
+8.79%
53.13
+5.75%
YIELD(%) —
6.04
+3.78%
5.82
-10.05%
6.47
+61.75%
4.00
+6.10%
3.77
-54.08%
8.21
+8.31%
ราคาหุ้น —
68.00
+29.52%
52.50
+4.48%
50.25
-31.86%
73.75
+23.43%
59.75
+15.46%
51.75
-21.59%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
80.20

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
488,095.19
-2.07%
498,424.39
-8.60%
545,327.02
+7.42%
507,637.02
+16.40%
436,123.20
+20.01%
363,411.02
+16.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
422,888.95
-2.83%
435,259.22
-10.08%
484,074.17
+7.69%
449,525.57
+16.77%
384,961.05
+21.52%
316,785.30
+18.35%
รวมส่วนของเจ้าของ —
65,206.24
+3.16%
63,165.17
+3.12%
61,252.85
+5.41%
58,111.45
+13.58%
51,162.16
+9.73%
46,625.72
+5.94%
D/E —
6.49
6.89
7.90
7.74
7.52
6.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.26
8.12
9.16
13.97
12.95
11.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.34
3.25
2.89
2.98
2.90
3.37
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2564 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-20,142.69
8,683.66
+1.16%
8,584.46
-151.89%
-16,542.33
+683.61%
-2,111.05
-89.33%
-19,788.99
-480.82%
5,196.36
-208.28%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,314.89
-4,058.43
+2,928.91%
-133.99
+136.69%
-56.61
-97.26%
-2,067.66
-249.05%
1,387.25
+221.70%
431.22
-72.98%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
13,579.24
-4,358.29
-47.59%
-8,315.09
-150.92%
16,329.91
+226.02%
5,008.83
-70.18%
16,794.46
-555.38%
-3,688.00
-213.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-248.56
266.94
+97.19%
135.37
-150.32%
-269.04
-132.41%
830.12
-151.65%
-1,607.28
-182.87%
1,939.58
+4,171.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,490.63
+34.33%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-20.68%
1,301.09
-75.47%
5,303.72
+86.88%
2,838.05
+215.88%
898.47
+5.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,242.07
-16.67%
1,424.56
+22.03%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-83.17%
6,133.84
+398.37%
1,230.77
-56.63%
2,838.05
+215.88%