KKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
110.00
2.00 (1.79%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
{ "documents": [ { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_1912b24af18d41be810ed17d3928ee3e", "content": "ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ผลกำรด ำเนินงำน \nส ำหรับไตรมำส 2/2569 และงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนำยน 2569\n(งบกำรเงินรวมก่อนตรวจสอบ)\n\nธนำคำรเกียรตินำคินภัทรจ ำกัด (มหำชน)\n\nฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์\n\nโทรศัพท์ : 02 495 1366\n\nEmail: investor_relations@kkpfg.com\n\nWebsite: www.kkpfg.com", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 1, "tags": [ "สิ้นสุด", "วันที่", "ตรวจสอบ", "เกียรติ", "นักลงทุน", "สัมพันธ์", "โทรศัพท์", "investor", "_relations@kkpfg.com", "Website" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_2c65ae978ed541daad1fb31b0c6640e0", "content": "2\n\nภาวะเศรษฐกิจตลาดเงิน และตลาดทุน\n\nการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังกระจุกตัวอยู่ในบางภาคส่วน โดยมีแรงหนุนหลักสามด้าน ได้แก่ (1) การบริโภคสินค้าคงทนน าโดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้นจากการเร่งซื้อก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV\n3.0 ในช่วงปลายปีประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จ านวนมากในงานมหกรรมยานยนต์ในช่วงไตรมาสแรกซึ่งสอดคล้องกับวัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ของผู้บริโภค (2) การใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul) ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ามันที่ปรับลดลง และ (3) การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสอดคล้องกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในกลุ่ม Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามภาคการผลิตอื่นยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรงต่อเนื่องขณะที่การขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการน าเข้าวัตถุดิบและ\nสินค้าขั้นกลางเพื่อการผลิตรวมถึงสินค้าน าเข้าที่เข้ามาทดแทนการผลิตในประเทศมากขึ้นประกอบกับการส่งออกสินค้านอกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอตัวลงส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมในปี 2569 ยังมีแนวโน้มโตได้ต่ากว่าระดับศักยภาพ โดยคาดว่า\nจะเติบโตที่ร้อยละ 2.1 ก่อนจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในปีถัดไป\n\nด้านนโยบายการเงินคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ในการประชุมเดือนมิถุนายน 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยด้านอุปทาน (Supply-side shock) และวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางทั่วโลกซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ท าให้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่\nร้อยละ 1.00 ตลอดทั้งปี 2569 และปี 2570\n\nในส่วนของภาวะตลาดรถยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยยอดขายรถยนต์รวมขยายตัวที่ร้อยละ 14.1 น าโดยการขยายตัวของกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ร้อยละ 21.6 จากยอดขายกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า\nเป็นหลักขณะที่ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขยายตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.5 สอดคล้องกับแนวโน้มรายได้และก าลังซื้อที่มี\nแนวโน้มชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันตลาดรถยนต์ใช้แล้วยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่\nชะลอตัวลงและการแข่งขันทางด้านราคาจากค่ายรถยนต์จีน\n\nทางด้านดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ขยายตัวในไตรมาส 2/2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นภายหลังการผ่อนคลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้นความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่ลดลงประกอบกับสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติที่ยังอยู่ในระดับไม่สูงนักตลาดหุ้นไทยจึงได้รับอานิสงส์จาก\nเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ SET Index ในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 9.9 โดยปิดที่ 1,591.24 จุดจาก 1,448.14 จุดณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ทางด้านมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาด\nเอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 2/2569 เท่ากับ 66,811 ล้านบาทขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 จาก 65,109 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 2, "tags": [ "รถยนต์", "ขยายตัว", "ร้อยละ", "ไตรมาส", "นโยบาย", "ยอดขาย", "การลงทุน", "การผลิต", "เศรษฐกิจ", "สินค้า" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_14930e172f8d47789b0a96e6131827c5", "content": "3\n\nสรุปผลการด าเนินงานส าหรับไตรมาส 2/2569 และงวดหกเดือนปี 2569\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 ธนาคารเกียรตินาคินภัทรและบริษัทย่อยมีก าไรสุทธิรวมจ านวน 2,122 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 และมีก าไรเบ็ดเสร็จรวมจ านวน 2,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.6 จากงวดเดียวกันของปีก่อน\nโดยผลการด าเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการด าเนินงานในหลายธุรกิจหลักสะท้อนถึงความสามารถในการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ของกลุ่มธุรกิจฯและส่งผลให้เกิดการเติบโตของรายได้ที่\nมิใช่ดอกเบี้ยในระดับที่ดี ขณะเดียวกันการด าเนินงานตามแนวทางการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น และช่วยให้ผลขาดทุนจากการขายรถยึดยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้\n\nส าหรับก าไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 โดยหลักเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่\nเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.3 หากเทียบกับไตรมาส 2/2568 จากการเติบโตของรายได้ในหลายธุรกิจหลักทั้งในส่วนของรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งรายได้ที่เกิดจากการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime!) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินปันผลรวมถึงก าไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด โดยบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทรยังคงมีส่วน\nแบ่งตลาด 1 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับที่ 1 อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับ\nเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ร้อยละ 0.4 โดยหลักจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยส าหรับไตรมาส 2/2569 ที่ปรับเพิ่มขึ้นหากเทียบกับไตรมาส\n2/2568 จากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง\n\nทางด้านปริมาณสินเชื่อโดยรวมณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 จากสิ้นปี 2568 ซึ่งยังคงเป็นไปตามมาตรการของธนาคารในการเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวังไปในประเภทที่มีผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีคุณภาพสูงส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารกลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี\n\nในขณะเดียวกันเพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไปข้างหน้า ในระหว่างไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้มีการพิจารณาตัดหนี้สูญในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่คงค้างอยู่เป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้ธนาคารยังคงด าเนินการอย่างระมัดระวังในการพิจารณาตั้งส ารองในระดับที่เหมาะสม โดยมีการส ารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นส าหรับไตรมาส 2/2569 เป็นจ านวนรวมทั้งสิ้น 970 ล้านบาท ซึ่งในจ านวนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นส าหรับไตรมาส 2/2569 นี้ ได้รวมผลขาดทุนด้าน\nเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อเป็นการรองรับการตัดหนี้สูญในครั้งนี้แล้วด้วย ในส่วนของผลขาดทุนจากการขายรถยึดปรับลดลงตามสถานการณ์รถยึดที่ยังควบคุมได้ในระดับที่ดี ทั้งนี้ ณสิ้นไตรมาส 2/2569 อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะ\nเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 150.7 ทางด้านปริมาณสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตปรับตัวลดลง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม 2 ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ณสิ้นไตรมาส 2/2569\nจากร้อยละ 4.3 ณสิ้นปี 2568\n\nส าหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีก าไรสุทธิรวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.0 จากช่วง\nเดียวกันของปี 2568 และมีก าไรเบ็ดเสร็จรวมจ านวน 4,270 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.7 หากเทียบกับงวดครึ่งแรกของปีก่อน ส าหรับก าไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.0 จากงวด\nเดียวกันของปีก่อน โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งรายได้ที่เกิดจากการให้บริการทางการเงินและ\nการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime!) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนรายได้ค่านายหน้าขายประกันรวมถึง\n\n1 ส่วนแบ่งตลาดรวม SET และ mai ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท (proprietary trading)\n\n2 ไม่รวมสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (Purchased or originated credit-impaired financial assets)", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 3, "tags": [ "เพิ่มขึ้น", "ไตรมาส", "รายได้", "ร้อยละ", "ธุรกิจ", "เครดิต", "ขาดทุน", "สินเชื่อ", "ธนาคาร", "ทางการเงิน" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_65f48e25c2a84f88b0ccdd6009df361f", "content": "4\n\nการเพิ่มขึ้นของก าไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุนและรายได้จากเงินปันผลที่\nเพิ่มขึ้นประกอบกับผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ปรับลดลงตามคุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งรวมแล้วสามารถช่วยบรรเทา\nผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามมาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อของธนาคารได้ในระดับที่ดี\n\nตารางผลการด าเนินงานส าหรับไตรมาส 2/2569 และงวดหกเดือนปี 2569\n\nหน่วย : ล้านบาท\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nQoQ\n\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nYoY\n\n(ร้อยละ)\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2569\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2568\n\nYoY\n\n(ร้อยละ)\n\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ\n4,329\n4,216\n2.7\n4,312\n0.4\n8,545\n8,758\n(2.4)\n\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n2,558\n2,483\n3.0\n1,876\n36.3\n5,041\n3,384\n49.0\n\nรวมรายได้จากการด าเนินงาน\n6,887\n6,699\n2.8\n6,189\n11.3\n13,586\n12,142\n11.9\n\nรวมค่าใช้จ่ายจากการด าเนินงานอื่น ๆ\n3,200\n3,261\n(1.9)\n3,454\n(7.4)\n6,461\n6,969\n(7.3)\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n970\n961\n0.9\n973\n(0.3)\n1,931\n2,076\n(7.0)\n\nก าไรจากการด าเนินงานก่อนภาษีเงินได้\n2,717\n2,477\n9.7\n1,762\n54.2\n5,194\n3,097\n67.7\n\nภาษี เงินได้ \n531\n477\n11.3\n351\n51.4\n1,009\n622\n62.2\n\nก าไรสุทธิ (ส่วนที่ เป็นของธนาคาร)\n2,122\n1,955\n8.5\n1,409\n50.6\n4,078\n2,471\n65.0\n\nก าไรเบ็ดเสร็จรวม (ส่วนที่ เป็นของธนาคาร )\n2,364\n1,906\n24.0\n1,647\n43.6\n4,270\n2,950\n44.7\n\nก าไรต่อหุ้ นขั้ นพื้ นฐาน (บาท)\n2.54\n2.40\n5.8\n1.70\n49.4\n4.94\n2.98\n65.8\n\nก าไรต่อหุ้นปรับลด (บาท)\n2.52\n2.40\n5.0\n1.70\n48.2\n4.93\n2.98\n65.4\n\nตารางสรุปข้อมูลผลประกอบการ\n\nอัตราส่วนรายปี\n\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nครึ่งแรกปี\n\n2569\n\nครึ่งแรกปี\n\n2568\n\nก าไรสุทธิ (ล้านบาท) \n2,122\n1,955\n1,409\n4,078\n2,471\nอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE)\n12.4\n11.8\n8.8\n12.2\n7.8\nอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (ROAA)\n1.6\n1.6\n1.1\n1.6\n1.0\nก าไรเบ็ดเสร็จ (ล้านบาท)\n2,364\n1,906\n1,647\n4,270\n2,950\nอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE)\n13.8\n11.5\n10.3\n12.8\n9.3\nอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (ROAA)\n1.8\n1.5\n1.3\n1.7\n1.2\nอัตราการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ\n1.6\n1.5\n(1.2)\n3.1\n(2.6)\n\nอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม 3 \n3.5\n4.1\n4.3\n3.5\n4.3\n\nอัตราส่วนการตั้งส ารองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต 4 \n150.7\n142.3 \n132.7\n150.7\n132.7\n\n3 ไม่รวมรายการระหว่างธนาคารและสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (Purchased or originated credit-impaired financial assets)\n\n4 ไม่รวมสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (Purchased or originated credit-impaired financial assets)", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 4, "tags": [ "ไตรมาส", "สินเชื่อ", "เครดิต", "รายได้", "ธนาคาร", "ร้อยละ", "ผลตอบแทน", "เฉลี่ย", "สินทรัพย์", "ด้อยค่า" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_4e5a6bb2693a437cb0855d43a623aa6f", "content": "5\n\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ\n\nหน่วย : ล้านบาท\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nQoQ\n\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nYoY\n\n(ร้อยละ)\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2569\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2568\n\nYoY\n\n(ร้อยละ)\n\nรายได้ดอกเบี้ย\n5,996\n5,938\n1.0\n6,693\n(10.4)\n11,934\n13,630\n(12.4)\n\nเงินให้สินเชื่อ\n2,706\n2,660\n1.7\n3,072\n(11.9)\n5,366\n6,258\n(14.3)\n\nเช่าซื้อและสัญญาเช่าการเงิน\n2,743\n2,778\n(1.3)\n3,024\n(9.3)\n5,521\n6,160\n(10.4)\n\nเงินให้สินเชื่อ POCI\n16\n17\n(2.6)\n16\n2.4\n33\n32\n3.6\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n183\n147\n24.7\n195\n(6.3)\n329\n440\n(25.2)\n\nเงินลงทุน\n313\n322\n(2.8)\n370\n(15.4)\n636\n708\n(10.2)\n\nอื่ นๆ\n35\n15\n130.5\n16\n120.1\n50\n32\n56.1\n\nค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย\n1,668\n1,722\n(3.1)\n2,381\n(30.0)\n3,389\n4,872\n(30.4)\n\nเงินรับฝาก\n1,083\n1,154\n(6.2)\n1,771\n(38.8)\n2,237\n3,615\n(38.1)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน\n58\n67\n(13.1)\n54\n8.0\n126\n123\n1.8\n\nตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม\n121\n104\n16.6\n128\n(5.3)\n225\n281\n(19.9)\n\nค่าธรรมเนียมในการกู้ยืมเงิน\n4\n6\n(39.2)\n2\n93.6\n10\n7\n50.1\n\nเงินน าส่งกองทุนฟื้นฟูและสถาบันคุ้มครองเงินฝาก\n385\n365\n5.6\n402\n(4.1)\n750\n804\n(6.7)\n\nอื่ นๆ\n16\n26\n(37.8)\n24\n(34.4)\n41\n42\n(1.1)\n\nรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ\n4,329\n4,216\n2.7\n4,312\n0.4\n8,545\n8,758\n(2.4)\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจ านวน 4,329 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 หากเทียบกับไตรมาส\n2/2568 โดยหลักจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ยังคงปรับตัวลดลงในระดับที่ดีที่ร้อยละ 30.0 หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวลง\nในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยยังคงปรับตัวลดลงร้อยละ 10.4 โดยยังคงเป็นผลต่อเนื่องจากการมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไป\nในประเภทที่มีคุณภาพสูง\nและการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อตามการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายทางด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยส าหรับไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.6 หากเทียบไตรมาส 2/2568 ที่อยู่ที่ร้อยละ 4.4\n\nหากเทียบกับไตรมาส 1/2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยประกอบกับการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 1.6 ในระหว่างไตรมาส 2/2569 ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.6 เทียบกับ\nไตรมาส 1/2569\n\nส าหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจ านวน 8,545 ล้านบาทปรับลดลงร้อยละ 2.4 จากงวดครึ่งแรกของปี\n2568\nโดยหลักจากการหดตัวของสินเชื่อตามมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสูง ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นโดยอยู่ที่ร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับงวดครึ่งแรกของปี 2568 ที่อยู่\nที่ร้อยละ 4.5 โดยหลักจากการปรับลดลงของต้นทุนทางการเงินตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและทิศทางอัตรา\nดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวลง", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 5, "tags": [ "ร้อยละ", "ดอกเบี้ย", "ไตรมาส", "รายได้", "สินเชื่อ", "อัตราดอกเบี้ย", "ธนาคาร", "เพิ่มขึ้น", "ปรับตัว", "การบริหาร" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_3db4305bbebb4c2aa36afa392e1b348a", "content": "6\n\nอัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยจ่าย และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย\n\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nไตรมาส\n\n4/2568\n\nไตรมาส\n\n3/2568\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nครึ่งแรกปี\n\n2569\n\nครึ่งแรกปี\n\n2568\nอัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อ \n6.2\n6.4\n6.6\n6.7\n6.8\n6.3\n7.0\nอัตราดอกเบี้ยจ่าย \n1.7\n1.8\n2.0\n2.3\n2.4\n1.7\n2.5\nส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย \n4.6\n4.6\n4.6\n4.4\n4.4\n4.6\n4.5\n\nรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n\nหน่วย : ล้านบาท\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nQoQ\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nYoY\n(ร้อยละ)\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2569\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2568\n\nYoY\n(ร้อยละ)\n\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ \n2,246\n1,989\n12.9\n1,698\n32.3\n4,235\n3,278\n29.2\n\nค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ\n376\n371\n1.4\n240\n56.9\n747\n513\n45.7\nรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ\n1,870 \n1,618 \n15.6 \n1,458 \n28.2 \n3,488 \n2,765 \n26.1 \nก าไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน\n\nที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุน\n\n284\n385\n(26.3)\n247\n14.8\n669\n295\n126.3\n\nก าไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุน\n13\n-\nn/a\n-\nn/a\n13\n-\nn/a\nรายได้จากเงินปันผล\n231\n305\n(24.3)\n46\n398.7\n535\n140\n281.2\nรายได้จากการด าเนินงานอื่นๆ\n161\n175\n(8.2)\n125\n28.9\n336\n183\n84.2\nรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย\n2,558\n2,483\n3.0\n1,876\n36.3\n5,041\n3,384\n49.0\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจ านวน 2,558 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่ดีที่ร้อยละ 36.3 จากไตรมาส 2/2568 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้อื่นๆ โดยรายได้ค่าธรรมเนียม\nและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2 จากไตรมาส 2/2568 โดยยังคงเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในส่วนของรายได้ที่เกิดจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งรายได้จากธุรกิจการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์\n(Dime!) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจการจัดการกองทุนตามการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการหรือท ารายการ (Asset under Advise Asset under Management และ Asset under Platform) รวมถึงภาวะตลาดที่ยังคงปรับตัวดีขึ้น\nโดยมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส าหรับไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.8 หากเทียบกับไตรมาส 2/2568\nส าหรับไตรมาส 2/2569 บล.เกียรตินาคินภัทรยังคงมีส่วนแบ่งตลาดในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับที่ 1 โดยมีส่วนแบ่งตลาด 5 อยู่ที่ร้อยละ 20.62 นอกจากนี้แล้วในส่วนของรายได้อื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่ดีเช่นกันหากเทียบกับไตรมาส 2/2568 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินปันผลและก าไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่า\nยุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด\n\nหากเทียบกับไตรมาส 1/2569 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 จากการปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.6 โดยหลักจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจการให้บริการทางการเงิน\n\n5 ส่วนแบ่งการตลาดรวมตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาด เอ็ม เอ ไอ ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท (proprietary trading)", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 6, "tags": [ "ไตรมาส", "รายได้", "เพิ่มขึ้น", "ร้อยละ", "ค่าธรรมเนียม", "บริการ", "มูลค่า", "อัตราดอกเบี้ย", "ขาดทุน", "ทางการเงิน" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_59a310a785b64ec58a986b57f512b69c", "content": "7\n\nและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime!) รายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจตามธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 รวมถึงรายได้จากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งที่ปรับเพิ่มขึ้น\n\nส าหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจ านวน 5,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.0 จากงวดเดียวกันของปี\n2568 จากการเพิ่มขึ้นในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจการ\nให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime!) รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รวมถึงรายได้จากค่านายหน้าขายประกันที่ปรับเพิ่มขึ้นหากเทียบกับงวดครึ่งแรกของปี 2568 ในขณะที่รายได้อื่นๆปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่ดีเช่นกัน โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินปันผลและก าไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุนตามภาวะตลาดนอกจากนี้แล้วรายได้จากการด าเนินงานอื่นๆที่ปรับเพิ่มขึ้นบางส่วนเกิดจากเงินสมทบจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ในส่วนของโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”\n\nค่าใช้จ่ายในการด าเนินงาน\n\nหน่วย: ล้านบาท\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nQoQ\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nYoY\n(ร้อยละ)\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2569\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2568\n\nYoY\n(ร้อยละ) \nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน\n1,908\n1,920\n(0.6)\n1,842\n3.5\n3,828\n3,588\n6.7\nค่าตอบแทนกรรมการ\n10\n10\n(2.2)\n4\n128.1\n20\n14\n39.2\nค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์\n391\n377\n3.7\n366\n7.1\n769\n729\n5.4\n\nค่าภาษีอากร\n118\n138\n(14.9)\n154\n(23.8)\n256\n301\n(15.0)\n\nขาดทุนจากการปรับมูลค่าทรัพย์สินรอการขาย (โอนกลับ) \n(65)\n8\n(895.9)\n(54)\n18.8\n(56)\n11\n(611.4)\nขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย\n333\n317\n5.1\n594\n(44.0)\n649\n1,233\n(47.3)\n\n(ก าไร) ขาดทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์รอการขาย \n50\n(15)\n(438.0)\n(38)\n(232.9)\n35\n(93)\n(137.7)\nขาดทุนจากการขายรถยึด\n283\n331\n(14.6)\n631\n(55.2)\n614\n1,326\n(53.7)\nอื่น ๆ\n505\n491\n2.9\n547\n(7.8)\n996\n1,092\n(8.9)\n\nรวมค่าใช้จ่ายจากการด าเนินงานอื่น ๆ\n3,200\n3,261\n(1.9)\n3,454\n(7.4)\n6,461\n6,969\n(7.3)\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 ธนาคารมุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานมีจ านวน 3,200 ล้านบาทปรับตัวลดลงร้อยละ 7.4 จากไตรมาส 2/2568 โดยหลักจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่มีจ านวน 283 ล้านบาทยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 55.2 หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนตามปริมาณรถยึดที่\nทยอยปรับตัวลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆยังควบคุมได้ในระดับที่ดี ทั้งนี้หากไม่รวมรายการที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินรอการขายอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานต่อรายได้สุทธิส าหรับไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ร้อยละ 42.9 ปรับลดลงจากไตรมาส 2/2568 ที่\nอยู่ที่ร้อยละ 46.8\n\nหากเทียบกับไตรมาส 1/2569 ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานลดลงร้อยละ 1.9 จากไตรมาส 1/2569 โดยหลักจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดซึ่งยังคงปรับลดลงหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆยังสามารถบริหารได้\nในระดับที่มีประสิทธิภาพ\n\nส าหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานมีจ านวน 6,461 ล้านบาทลดลงร้อยละ 7.3 จากครึ่งแรกของปี\n2568 โดยหลักจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่มีจ านวน 614 ล้านบาทปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องหากเทียบกับผล", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 7, "tags": [ "ไตรมาส", "รายได้", "ค่าใช้จ่าย", "ร้อยละ", "เพิ่มขึ้น", "ขาดทุน", "ธุรกิจ", "โดยหลัก", "ในขณะที่", "มูลค่า" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_7cefe3172bd349db89656ee278fdab57", "content": "8\n\nขาดทุนจ านวน 1,326 ล้านบาทในงวดครึ่งแรกของปี 2568 หากไม่รวมรายการที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินรอการขายอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานต่อรายได้สุทธิส าหรับครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 43.3 ปรับลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่อยู่\nที่ร้อยละ 46.8\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL)\n\nหน่วย: ล้านบาท\n\nไตรมาส\n\n2/2569\n\nไตรมาส\n\n1/2569\n\nQoQ\n(ร้อยละ)\n\nไตรมาส\n\n2/2568\n\nYoY\n(ร้อยละ)\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2569\n\nครึ่งแรก\n\nปี 2568\n\nYoY\n(ร้อยละ)\n\nผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n970\n961\n0.9\n973\n(0.3)\n1,931\n2,076\n(7.0)\n\nอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะ\nเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากการขายรถยึดต่อยอดสินเชื่อเฉลี่ย (ร้อยละ)\n\n1.43\n1.50\n\n1.78\n\n1.46\n1.88\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 ธนาคารอาศัยหลักความรอบคอบในการพิจารณาตั้งส ารองตามแบบจ าลองการวัดมูลค่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆอย่างระมัดระวังรวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณภาพของสินเชื่อจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงส าหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นส าหรับไตรมาส 2/2569 มีจ านวน 970 ล้านบาทปรับลดลงที่ร้อยละ 0.3 หากเทียบกับไตรมาส 2/2568 ตามคุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ในขณะเดียวกัน\nเพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไปข้างหน้า ในระหว่างไตรมาส 2/2569 ธนาคารได้มีการพิจารณาตัดหนี้สูญในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่คงค้างอยู่เป็นระยะเวลานาน โดยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะ\nเกิดขึ้นส าหรับไตรมาส 2/2569 จ านวน 970 ล้านบาทนี้ ได้รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อรองรับการตัดหนี้สูญ\nในครั้งนี้แล้วด้วย ส าหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและรายการขาดทุนจากการขายรถยึด (credit cost) ส าหรับไตรมาส 2/2569 คิดเป็นอัตราร้อยละ 1.43 ของยอดสินเชื่อเฉลี่ยปรับลดลงจากร้อยละ 1.78 ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อที่ธนาคารได้ด าเนินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้าน\nเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 150.7 ณสิ้นไตรมาส 2/2569 จากร้อยละ\n132.7 ณสิ้นไตรมาส 2/2568\n\nหากเทียบกับไตรมาส 1/2569 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.9 โดยหลักเกิดจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อรองรับการตัดหนี้สูญตามที่ได้กล่าวข้างต้น\n\nส าหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจ านวน 1,931 ล้านบาทลดลงร้อยละ 7.0 จากจ านวน 2,076 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ส าหรับจ านวนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและรายการขาดทุนจากการขายรถยึด (credit cost) คิดเป็นอัตราร้อยละ 1.46 ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ปรับลดลงจากร้อยละ 1.88 ในช่วงครึ่งแรกของปี\n2568 สะท้อนพัฒนาการทางด้านคุณภาพสินเชื่อตามมาตรการที่ธนาคารได้ด าเนินการในระยะเวลาที่ผ่านมา\n\nฐานะการเงินของธนาคารและบริษัทย่อย\n\nสินทรัพย์\n\nณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารมีสินทรัพย์ตามงบการเงินรวมจ านวน 528,700 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3\nจากณ สิ้นปี 2568 โดยเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิปรับเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 3.6 จากสิ้นปี 2568", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 8, "tags": [ "ขาดทุน", "ร้อยละ", "เครดิต", "เกิดขึ้น", "ไตรมาส", "สินเชื่อ", "ธนาคาร", "คุณภาพ", "เพิ่มขึ้น", "อัตราส่วน" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_5e271caec0a2496f86195ae8da1c75c3", "content": "9\n\nสินทรัพย์ข้อมูลทางการเงินรวม\nเปลี่ยนแปลง\n\n(ล้านบาท) \n30 มิ.ย. 69\n31 ธ.ค. 68\nร้อยละ\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ\n44,463\n39,238\n13.3\n\nสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุน\n32,622\n23,637\n38.0\n\nสินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์\n14,069\n9,824\n43.2\n\nเงินลงทุนในหลักทรัพย์สุทธิ\n43,049\n42,851\n0.5\n\nเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ\n343,213\n331,200\n3.6\n\nทรัพย์สินรอการขายสุทธิ\n6,398\n6,426\n(0.4)\n\nสินทรัพย์อื่น\n44,887\n34,920\n28.5\n\nรวมสินทรัพย์\n528,700\n488,095\n8.3\n\nหนี้ สินและส่วนของเจ้ าของ\n\nณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารมีหนี้สินตามงบการเงินรวมจ านวน 459,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 จากสิ้นปี\n2568 โดยหลักจากการปรับเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมและเงินรับฝากทั้งนี้เงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์มีสัดส่วนปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 53.6 จากที่เคยมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 46.8 ณสิ้นปี 2568 และเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลามีสัดส่วนร้อยละ 46.4 ของเงินรับฝากทั้งหมด ส าหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืมเท่ากับร้อยละ\n91.2 ณสิ้นไตรมาส 2/2569\n\nหนี้สินและส่วนของเจ้าของข้อมูลทางการเงินรวม\nเปลี่ยนแปลง\n\n(ล้านบาท) \n30 มิ.ย. 69\n31 ธ.ค. 68\nร้อยละ\nเงินรับฝาก\n356,617\n348,300\n2.4\n\nกระแสรายวัน\n1,311\n1,612\n(18.7)\n\nออมทรัพย์\n189,757\n161,249\n17.7\n\nจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลา\n165,527\n185,414\n(10.7)\n\nบัตรเงินฝาก\n23\n25\n(8.1)\n\nรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ\n20,496\n13,078\n56.7\n\nหนี้สินทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านก าไรหรือขาดทุน\n5,801\n3,017\n92.3\n\nหนี้สินตราสารอนุพันธ์\n14,604\n9,832\n48.5\n\nตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม\n31,266\n15,088\n107.2\n\nหนี้สินอื่น\n30,360\n33,574\n(9.6)\n\nรวมหนี้สิน\n459,145\n422,889\n8.6\n\nส่วนของเจ้าของ (ส่วนของธนาคาร)\n69,014\n64,772\n6.5\n\nรวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ\n528,700\n488,095\n8.3\n\nส่วนของเจ้าของ (เฉพาะส่วนของธนาคาร) ณสิ้นไตรมาส 2/2569 มีจ านวน 69,014 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการรวมก าไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารส าหรับงวดครึ่งแรกของปี 2569 สุทธิด้วยการจ่ายเงินปันผล", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 9, "tags": [ "ร้อยละ", "หนี้สิน", "สินทรัพย์", "ธนาคาร", "เงินฝาก", "ทางการเงิน", "มูลค่า", "ตราสาร", "เพิ่มขึ้น", "เจ้าของ" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_d8b20dd517d34b3191c7f2eb9c9db60a", "content": "10\n\nนอกจากนี้แล้วส าหรับงวดครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารได้รับเงินจากการที่มีผู้มาใช้สิทธิตามใบส าคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของธนาคารครั้งที่ 6 (KKP-W6) และจากการที่มีผู้มาใช้สิทธิตามโครงการ KKP ESOP Warrants ส าหรับการใช้สิทธิครั้งที่\n2 ตามที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจ าปีพ.ศ. 2566 ได้มีมติอนุมัติการออกและจัดสรรใบส าคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารส าหรับโครงการดังกล่าว\n\nความเพียงพอของเงินกองทุน\n\nระดับเงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่เพียงพอเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจส าหรับสถานการณ์ปัจจุบัน และอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่าของธนาคารแห่งประเทศไทย (ขั้นต่าตามกฎหมายและเงินกองทุนส่วนเพิ่ม) ที่ร้อยละ\n11.0 ส าหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นร้อยละ 8.5 ส าหรับอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และร้อยละ 7.0 ส าหรับอัตราส่วน\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ส่วนที่เป็นของเจ้าของ นอกจากนี้ ความเหมาะสมของระดับเงินกองทุนที่ธนาคารต้องด ารงและปริมาณความต้องการเงินกองทุนส่วนเพิ่มในอนาคตจะถูกวางแผนให้สอดคล้องตามแผนการด าเนินธุรกิจในแต่ละปีรวมถึงมีการทบทวนระหว่างปี เพื่อให้เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงด้านต่างๆจากการด าเนินธุรกิจทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤต\n\nโดยณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ค านวณตามเกณฑ์\nBasel III ซึ่งรวมก าไรถึงสิ้นปี 2568 ภายหลังการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ร้อยละ 15.42 ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Tier 1 Ratio) เท่ากับร้อยละ 13.60 แต่หากรวมก าไรสุทธิถึงสิ้นไตรมาส 2/2569 จะท าให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16.27 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 จะเท่ากับร้อยละ 14.44 โดยเงินกองทุนชั้นที่ 1 ของธนาคารเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของทั้งจ านวนคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 88.15 ของเงินกองทุนทั้งสิ้นซึ่ง\nแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ดีของเงินกองทุนของธนาคารสามารถรองรับความเสี่ยงและผลขาดทุนได้ดีที่สุด\n\nอัตราส่วนขั้นต่าของธนาคารแห่งประเทศไทยอัตราส่วน (หน่วย: ร้อยละ)\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่า\n\nตามกฎหมายอัตราส่วนเงินกองทุนส่วนเพิ่ม\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่า\nตามกฎหมายและเงินกองทุน\n\nส่วนเพิ่ มอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\n4.50\n2.50\n7.00\nอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 \n6.00\n2.50\n8.50\nอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น\n8.50\n2.50\n11.00\n\nข้อมูลเงินกองทุนและอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีรายละเอียดดังนี้", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 10, "tags": [ "กองทุน", "อัตราส่วน", "ร้อยละ", "ธนาคาร", "สินทรัพย์", "เสี่ยง", "รองรับ", "ตามกฎหมาย", "เจ้าของ", "หุ้นสามัญ" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_e10789a1561245bcb68268ff6e34a53d", "content": "11\n\nงบการเงินเฉพาะธนาคารงบการเงินรวม\n\n30 มิ.ย. 69\n31 มี.ค. 69\n30 มิ.ย. 68\n30 มิ.ย. 69 6 \n31 มี.ค. 69\n30 มิ.ย. 68\n\nเงินกองทุน (หน่วย: ล้านบาท)\n\nเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\n52,003\n49,170\n48,723\nn/a\n55,975\n55,417\nเงินกองทุนชั้นที่ 1\n52,003\n49,170\n48,723\nn/a\n55,975\n55,417\nรวมเงินกองทุนทั้งสิ้น\n58,991\n58,989\n61,629\nn/a\n65,952\n68,500\n\nอัตราส่วน (หน่วย: ร้อยละ)\n\n\n\n\n\n\nอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ\n13.60\n13.45\n13.50\nn/a\n14.39\n14.48\nอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1\n13.60\n13.45\n13.50\nn/a\n14.39\n14.48\nอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น\n15.42\n16.14\n17.08\nn/a\n16.96\n17.90\n\nการด าเนินงานของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (“กลุ่มธุรกิจฯ”)\n\nกลุ่มธุรกิจฯ แบ่งการด าเนินงานออกเป็น 2 ธุรกิจหลักคือธุรกิจธนาคารพาณิชย์ด าเนินงานโดยธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธุรกิจตลาดทุนด าเนินงานโดยบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ ได้แก่ เคเคพี แคปปิตอลบล.เกียรตินาคินภัทรบล.เคเคพี ไดม์\nและ\nบลจ.เกียรตินาคินภัทร\nโดยในด้านการด าเนินงานจะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทั้งในส่วนของธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน\n\nธุรกิจธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ประกอบด้วยสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจสินเชื่อบรรษัทสินเชื่อ Lombard สินเชื่อจากการบริหารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้\n\nประเภทของสินเชื่อ 7\n\n(หน่วย: ล้านบาท)\n\n30 มิ.ย. 69\n31 มี.ค. 69\n(%QoQ)\n31 ธ.ค. 68\n(%YTD)\n\nสินเชื่อรายย่อย\n225,413\n230,322\n(2.1) \n234,055\n(3.7)\n\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์\n143,876\n147,405\n(2.4)\n150,942\n(4.7)\n\nสินเชื่อบุคคล\n11,109\n11,189\n(0.7)\n11,608\n(4.3)\n\nสินเชื่อ Micro SMEs\n12,566\n14,511\n(13.4)\n14,651\n(14.2)\n\nสินเชื่ อเพื่ อที่ อยู่ อาศัย\n57,862\n57,217\n1.1\n56,854\n1.8\n\nสินเชื่อธุรกิจ\n56,346\n54,613\n3.2 \n52,771\n6.8\n\nสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์\n22,054\n21,781\n1.3\n19,860\n11.0\n\nสินเชื่ อธุรกิจเอสเอ็มอี \n34,292\n32,832\n4.4\n32,911\n4.2\n\nสินเชื่อบรรษัท\n64,705\n57,797\n12.0\n52,255\n23.8\n\nสินเชื่อสายบริหารหนี้\n1,154\n1,154\n0.0\n1,174\n(1.7)\n\nสินเชื่ อ Lombard\n6,457\n4,742\n36.2\n3,262\n97.9\n\nรวมเงินให้สิ นเชื่ อ\n354,075\n348,628\n1.6\n343,518\n3.1\n\nรวมเงินให้สินเชื่อ (ไม่รวม POCI) 8 \n353,664\n348,217\n1.6\n343,087\n3.1\n\n6 ข้อมูลเงินกองทุนส าหรับงบการเงินรวมของไตรมาส 2/2569 จะเปิดเผยพร้อมงบการเงินฉบับตรวจสอบแล้ว\n\n7 ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับ\n\n8 สินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (Purchased or originated credit-impaired financial assets)", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 11, "tags": [ "สินเชื่อ", "ธุรกิจ", "กองทุน", "งบการเงิน", "อัตราส่วน", "เกียรติ", "ธนาคารพาณิชย์", "ธนาคาร", "เจ้าของ", "รายย่อย" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_5f021bb8650349959709790c9636ac72", "content": "12\n\nณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินเชื่อรวมของธนาคาร (ไม่รวม POCI) มีจ านวน 353,664 ล้านบาทขยายตัวร้อยละ 3.1 จากสิ้นปี 2568 โดยการขยายตัวจะเป็นไปตามแผนการของธนาคารในการเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และเน้นการเติบโตในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีคุณภาพสินเชื่อที่ดี ทั้งนี้ข้อมูลสินเชื่อแต่ละประเภทมีรายละเอียดดังนี้\n\n▪ \nสินเชื่อรายย่อยมีจ านวน 225,413 ล้านบาทหดตัวร้อยละ 3.7 จากสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อรายย่อยประกอบด้วยสินเชื่อ\nเช่าซื้อรถยนต์สินเชื่อบุคคลสินเชื่อ Micro SMEs และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย\n- \nสินเชื่ อเช่ าซื้ อรถยนต์ มีจ านวน 143,876 ล้านบาท ยังคงหดตัวที่ร้อยละ 4.7 จากสิ้นปี 2568 โดยธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ต่อสินเชื่อรวมของธนาคารเท่ากับร้อยละ 41 ณสิ้นไตรมาส 2/2569 และมีสัดส่วนสินเชื่อเช่า\nซื้อรถยนต์ใหม่ต่อรถยนต์ใช้แล้วเท่ากับ 35:65 ทั้งนี้ธนาคารมีอัตราส่วนการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ต่อยอดจ าหน่ายรถยนต์ใหม่ส าหรับ 5 เดือนแรกของปี 2569 ที่ร้อยละ 2.4 ปรับลดลงจากร้อยละ 3.2 หากเทียบกับช่วง\nเดียวกันของปีก่อนตามมาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อของธนาคาร\n- \nสินเชื่ อรายย่อยอื่ นๆ มีจ านวน 81,537 ล้านบาทหดตัวที่ร้อยละ 1.9 จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการลดลงของสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ตามที่ธนาคารได้มีการพิจารณาตัดหนี้สูญในระหว่างไตรมาส\n2/2569\n\n▪ \nสินเชื่อธุรกิจมีจ านวน 56,346 ล้านบาทขยายตัวที่ร้อยละ 6.8 จากสิ้นปี 2568 โดยเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งในส่วนของสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี \n- \nสินเชื่ อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจ านวน 22,054 ล้านบาทขยายตัวร้อยละ 11.0 จากสิ้นปี 2568 \n- \nสินเชื่ อธุรกิจเอสเอ็มอีมีจ านวน 34,292 ล้านบาทขยายตัวร้อยละ 4.2 จากสิ้นปี 2568\n\n▪ \nสินเชื่อบรรษัทประกอบด้วยสินเชื่อขนาดใหญ่ที่ให้กับฐานลูกค้าในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และบริษัทขนาด\nใหญ่หรือสินเชื่อที่เกี่ยวกับการท ารายการของสายงานวานิชธนกิจธุรกิจตลาดทุนมีจ านวน 64,705 ล้านบาทขยายตัวที่\nร้อยละ 23.8 จากสิ้นปี 2568\n\n▪ \nสินเชื่อสายบริหารหนี้ มีจ านวน 1,154 ล้านบาท โดยสินเชื่อของสายบริหารหนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทสินทรัพย์ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) เป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต\nเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (POCI) จากเดิมที่เคยจัดประเภทอยู่ในเงินลงทุนในสิทธิเรียกร้องสุทธิ\n\n▪ \nสินเชื่อ Lombard เป็นสินเชื่อหมุนเวียนอเนกประสงค์ส าหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่ โดยใช้สินทรัพย์ทางการเงินของลูกค้าเป็นหลักประกันมีจ านวน 6,457 ล้านบาทขยายตัวที่ร้อยละ 97.9 จากสิ้นปี 2568\n\nการจัดชั้นของสินเชื่อและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น\n\nธนาคารมีการบริหารจัดการคุณภาพของสินเชื่ออย่างใกล้ชิด และด าเนินการตามหลักความรอบคอบในการพิจารณาตั้งส ารองส าหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) รวมทั้งมีการทบทวนอย่างต่อเนื่องถึงความเพียงพอของการตั้งส ารองเพื่อรองรับคุณภาพของสินเชื่อส่วนที่คาดว่าจะด้อยลง โดยณ สิ้น 30\nมิถุนายน 2569 ธนาคารมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจ านวน 18,550 ล้านบาทปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีจ านวน 20,475 ล้านบาท โดยหลักเกิดจากการที่ธนาคารได้มีการพิจารณาตัดหนี้สูญสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยตามที่", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 12, "tags": [ "สินเชื่อ", "ร้อยละ", "ธนาคาร", "สิ้นปี", "ขยายตัว", "รถยนต์", "ธุรกิจ", "คุณภาพ", "ทางการเงิน", "เครดิต" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_3a3c2f9c033f414882ac76d6fb87e246", "content": "13\n\nกล่าวไว้ข้างต้นส าหรับอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ร้อยละ\n150.7 ณสิ้นไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 137.2 ณสิ้นปี 2568\n\nภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับณ วันที่ 30 มิถุนายน\n2569 จัดประเภทได้ดังนี้\n\nหน่วย : ล้านบาท\n30 มิถุนายน 2569\n31 มีนาคม 2569\n30 มิถุนายน 2568\nเงินให้สินเชื่อ\n\nและดอกเบี้ย\n\nค้างรับ\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้าน\nเครดิตที่คาดว่า\n\nจะเกิดขึ้น 9\n\nเงินให้สินเชื่อ\n\nและดอกเบี้ย\n\nค้างรับ\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้าน\nเครดิตที่คาดว่า\n\nจะเกิดขึ้น 9\n\nเงินให้สินเชื่อ\n\nและดอกเบี้ย\n\nค้างรับ\n\nค่าเผื่อผลขาดทุนด้าน\nเครดิตที่คาดว่า\n\nจะเกิดขึ้น 9\n\nชั้นที่ 1 : สินทรัพย์ทางการเงินที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนั ยส าคัญของความเสี่ ยงด้ านเครดิต\n328,050\n7,604\n320,407\n7,827\n323,251\n6,619\n\nชั้นที่ 2 : สินทรัพย์ทางการเงินที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนั ยส าคัญของความเสี่ ยงด้ านเครดิต\n18,923\n4,137\n18,902\n4,248\n24,588\n5,453\n\nชั้นที่ 3 : สินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต\n13,806\n6,659\n16,268 8,282\n17,507\n8,357\n\nสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือ\nเมื่ อเกิดรายการ\n734\n150 724\n118\n745\n101\n\nรวม\n361,512\n18,550 356,302 20,475\n366,090\n20,531\n\nคุณภาพสินเชื่อ\n\nปริมาณสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Stage 3) ของธนาคารและบริษัทย่อยจ าแนกตามประเภทได้ดังนี้\n\n30 มิถุนายน 2569\n31 มีนาคม 2569\n31 ธันวาคม 2568\n ประเภทของสินเชื่อ \nจ านวนเงิน\n(ล้านนบาท)\n\nร้อยละของ\n\nสินเชื่อ\n\nจ านวนเงิน\n\n(ล้านบาท)\n\nร้อยละของ\n\nสินเชื่อ\n\nจ านวนเงิน\n\n(ล้านบาท)\n\nร้อยละของ\n\nสินเชื่อ\n\nสินเชื่อรายย่อย\n4,699\n2.1\n6,753\n2.9\n7,061\n3.0\n\nสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์\n3,358\n2.3\n3,498\n2.4\n3,890\n2.6\n\nสินเชื่อบุคคล\n96\n0.9\n98\n0.9\n120\n1.0\n\nสินเชื่อ Micro SMEs\n511\n4.1\n2,394\n16.5\n2,258\n15.4\n\nสินเชื่ อเพื่ อที่ อยู่ อาศัย\n735\n1.3\n763\n1.3\n793\n1.4\n\nสินเชื่อธุรกิจ\n4,090\n7.3\n4,286\n7.8\n4,289\n8.1\n\nสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์\n2,415\n11.0\n2,489\n11.4\n2,489\n12.5\n\nสินเชื่ อธุรกิจเอสเอ็มอี \n1,675\n4.9\n1,797\n5.5\n1,800\n5.5\n\nสินเชื่อบรรษัท\n3,087\n4.8\n2,964\n5.1\n2,919\n5.6\n\nสินเชื่อสายบริหารหนี้\n844\n73.1\n844\n73.1\n864\n73.6\n\nสินเชื่ อ Lombard\n-\n0.0\n-\n0.0\n-\n0.0\n\nสินเชื่ อที่ มีการด้อยค่ าด้ านเครดิต\n12,720\n3.6\n14,847\n4.3\n15,133\n4.4\n\nสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (ไม่รวม POCI)\n12,309\n3.5\n14,436\n4.1\n14,702\n4.3\n\n9 รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นส าหรับสินเชื่อและภาระผูกพันที่จะให้สินเชื่อและการค้าประกันทางการเงิน", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 13, "tags": [ "สินเชื่อ", "เครดิต", "ทางการเงิน", "ขาดทุน", "เกิดขึ้น", "ด้อยค่า", "ร้อยละ", "ดอกเบี้ย", "มิถุนายน", "สินทรัพย์" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_749cbf4dda474b6e932b69e6ed5c6d41", "content": "14\n\nธนาคารมีการติดตามและบริหารจัดการสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอย่างใกล้ชิดผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การตัดหนี้สูญมาตรการต่างๆในการช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะยาวตามความเหมาะสมส าหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มรวมถึงการมุ่งเน้นขยายสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสินเชื่อส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อของธนาคารปรับตัวดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณสินเชื่อที่\nมีการด้อยค่าด้านเครดิตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังปรับลดลงในระดับที่ดีตามสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ในขณะเดียวกันเพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไปข้างหน้า ในระหว่างไตรมาส 2/2569\nธนาคารได้มีการพิจารณาตัดหนี้สูญในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ที่คงค้างอยู่เป็นระยะเวลานานส่งผลให้ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ปริมาณสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Stage 3) ของธนาคารและบริษัทย่อย (ไม่รวม POCI) มีจ านวน 12,309 ล้านบาท ปรับลดลงจากจ านวน 14,436 ล้านบาทณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ส าหรับอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่า\nด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ปรับลดลงอยู่ที่ร้อยละ 3.5 เทียบกับร้อยละ 4.1 ณสิ้นไตรมาส 1/2569\n\nธุรกิจตลาดทุน \n\nธุรกิจตลาดทุนประกอบด้วยธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจวานิชธนกิจธุรกิจการลงทุนธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัล โดยมีรายละเอียดดังนี้\n\n▪ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\nบล.เกียรตินาคินภัทรด าเนินธุรกิจให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และตราสารอนุพันธ์แก่ลูกค้าประเภทสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มลูกค้าบุคคลรายใหญ่ภายใต้บริการ Wealth Management ซึ่งในกลุ่มนี้บริษัท\nให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนและหุ้นกู้อนุพันธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศส าหรับไตรมาส 2/2569 บล.เกียรตินาคินภัทรมีส่วนแบ่งตลาด 10 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ร้อยละ 20.62 เป็นอันดับที่ 1 จากจ านวนบริษัทหลักทรัพย์\n\nทั้งหมด 36 แห่ง และมีรายได้ค่านายหน้าจ านวน 298 ล้านบาท 11 ประกอบด้วยรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์จ านวน 224 ล้านบาท และรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์จ านวน 74 ล้านบาทนอกจากนี้ บล.เกียรตินาคินภัทรยังมีรายได้ค่านายหน้าจากการเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุนจ านวน 407 ล้านบาท 12\n\n▪ ธุรกิจวานิชธนกิจ\n\nบล.เกียรตินาคินภัทรประกอบธุรกิจวานิชธนกิจ ให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจ าหน่ายหลักทรัพย์ส าหรับไตรมาส 2/2569 รายได้รวมจากธุรกิจวานิชธนกิจมีจ านวน 119 ล้านบาทประกอบด้วยรายได้จากการเป็นที่ปรึกษา\nทางการเงินรายได้จากการจัดจ าหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์\n\n▪ ธุรกิจการลงทุน\n\nธุรกิจการลงทุนของบริษัทอยู่ภายใต้การด าเนินงานของ 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ฝ่ายลงทุน (Direct Investment) ซึ่งรับผิดชอบการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาว และฝ่ายค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Equity and Derivatives\nTrading) ซึ่งรับผิดชอบการลงทุนระยะสั้น และเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ประเภททุน (Equity) และกึ่งทุน (Equity-Linked\nSecurities) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดอนุพันธ์ เป็นการลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี โดยเน้นกลยุทธ์ด้านการหาก าไรส่วนต่าง\n(Arbitrage) รวมถึงการเป็นผู้ออกและเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (Financial Products) ส าหรับไตรมาส 2/2569 ฝ่ายลงทุนมี\n\n10 รวม SET และ mai ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท (proprietary trading)\n\n11 รวมรายได้ค่านายหน้าที่ได้รับจากบริษัทย่อย\n\n12 รวมรายได้ค่านายหน้าจากการเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุนที่ได้รับจากบริษัทย่อย", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 14, "tags": [ "ธุรกิจ", "สินเชื่อ", "หลักทรัพย์", "รายได้", "ไตรมาส", "การลงทุน", "ค่านายหน้า", "บริษัท", "นายหน้าซื้อขาย", "ธนาคาร" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_43dbfbb335384480b74713122964750c", "content": "15\n\nผลก าไรจากการลงทุนโดยรวมก าไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นรวมเป็นจ านวน 21 ล้านบาทส าหรับฝ่ายค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถท ารายได้จ านวน 130 ล้านบาท 13 และเมื่อรวมกับรายได้จากการลงทุนอื่นในส่วนของการบริหารเงินทุนและ\nสภาพคล่องของบริษัท ท าให้ในไตรมาส 2/2569 ผลก าไรจากธุรกิจการลงทุนโดยรวมก าไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นมีจ านวน 496\nล้านบาท\n\n▪ ธุรกิจจัดการกองทุน \n\nบลจ.เกียรตินาคินภัทรประกอบธุรกิจจัดการกองทุนภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการจัดการกองทุนรวม และ\nใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริการด้านการจัดการลงทุนแก่ลูกค้าบุคคลทั่วไปหรือลูกค้าองค์กรนิติบุคคลที่สนใจการลงทุนในกองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคล ณวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บลจ.เกียรตินาคินภัทรมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของกองทุนรวมเป็นจ านวน 315,108 ล้านบาท มีจ านวนกองทุนภายใต้การบริหารรวม 195 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนรวม (Mutual Fund) 194 กอง และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 1 กอง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 4.61 ส าหรับไตรมาส 2/2569 และมีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนรวมจ านวน 411 ล้านบาท ส าหรับกองทุนส่วนบุคคลณ วันที่ 30\nมิถุนายน 2569 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารทั้งสิ้น 24,633 ล้านบาท และมีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลจ านวน 22 ล้านบาท\n\n▪ ธุรกิจการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัล\n\nบล.เคเคพี\nไดม์\nให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในประเทศหลักทรัพย์ต่างประเทศหลักทรัพย์ในประเทศบริการการลงทุนในหุ้นกู้ และทองค า รวมถึงบริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทออมทรัพย์\n(Dime! FCD) ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร และในระหว่างปี 2568 ได้เพิ่มการให้บริการการซื้อขายออปชัน (Options) และ\nบริการขายประกันภัยการเดินทางให้กับลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชันไดม์ โดยมุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลรายย่อยขนาดเล็ก\n(Mass Segment) นอกจากนี้แล้วในระหว่างไตรมาส 2/2569 บล.เคเคพี ไดม์ ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์บัตรไดม์เนินบัตรเดบิตของธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการอ านวยความสะดวกในการใช้จ่ายให้กับลูกค้า\n\nส าหรับไตรมาส 2/2569 บล.เคเคพี ไดม์มีรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมในประเทศรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศและในประเทศรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ก าไรและ\nผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินรายได้ดอกเบี้ยและรายได้อื่นๆเป็นจ านวนรวม 542 ล้านบาท 14\n\nกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรกับการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน\n\nกลุ่มธุรกิจฯ มีความมุ่งมั่นในการด าเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน โดยมีโครงสร้างก ากับดูแลด้านความยั่งยืนที่\nชัดเจน และได้ด าเนินกลยุทธ์ ‘Enhancing Implementation’ พร้อมทั้งก าหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (ESG KPIs) เพื่อเร่งการบูรณา\nการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และการก ากับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ากับการด าเนินงานของกลุ่มธุรกิจฯ อย่างเป็นรูปธรรม\n\n13 รายได้ก่อนหักต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง เมื่อหักต้นทุนดังกล่าวแล้วจะมีผลก าไร 97 ล้านบาท\n\n14 รวมรายได้ที่ได้รับจากบริษัทใหญ่และบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 15, "tags": [ "ธุรกิจ", "รายได้", "กองทุน", "กองทุนรวม", "การลงทุน", "เกียรติ", "ให้บริการ", "ลูกค้า", "หลักทรัพย์", "ไตรมาส" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_967b652ca59e4dfcb695be2c2883c40d", "content": "16\n\nความก้าวหน้าของการด าเนินงานด้านความยั่งยืนสะท้อนผ่านผลการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในปี 2568 และผลการประเมิน MSCI ESG Ratings ระดับ AA ในปี 2569 (รายงานผลณ วันที่ 23 มีนาคม 2569) โดย\nในไตรมาส 2/2569 กลุ่มธุรกิจฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลักบนรากฐานของการก ากับดูแลกิจการที่ดีดังนี้\n\nการสร้างความมั่งคั่งยั่งยืน (Building Sustainable Wealth)\n\nด าเนินงานด้านการเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) ทั้งในส่วนของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจตลาดทุน\n\n▪ ธนาคารประเมินความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อคัดกรองกลุ่มลูกค้าธุรกิจทุกรายภายใต้นโยบายสินเชื่อโดยค านึงถึงมิติด้าน\n\nสิ่งแวดล้อมรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสังคม และธรรมาภิบาล (ESG Responsible Lending Policy) และ\nได้ก าหนดกรอบธุรกรรมต้องห้าม (Exclusion List) ที่ธนาคารไม่ให้การสนับสนุน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมและชุมชนจากการให้สินเชื่อของธนาคาร\n\n▪ บล. เกียรตินาคินภัทร ผนวกการพิจารณาด้าน ESG ในการคัดเลือกและแนะน ากองทุนรวม โดยก าหนดให้กองทุนที่\n\nได้รับการพิจารณาเป็น “Top Pick” ต้องผ่านเกณฑ์ ESG ขั้นต่า พร้อมด าเนินการประเมิน ESG Due Diligence กับผู้จัดการกองทุนรวมถึงได้มีการบูรณาการด้าน ESG เข้ากับกระบวนการบริหารผลิตภัณฑ์การลงทุนได้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล (Mandate Private Fund) ตลาดสินทรัพย์นอกตลาดและกองทุนกึ่งสภาพคล่อง (Private\nMarkets and Semi-liquid) และกองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Funds)\n\n▪ บลจ. เกียรตินาคินภัทรลงนามรับหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Principles for Responsible Investment: PRI) โดยมี\n\nการผนวกปัจจัยด้าน ESG เข้ากับกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนครอบคลุมขั้นตอนก่อนการลงทุน (Pre-\ninvestment) และการติดตามและบริหารการลงทุนหลังการลงทุน (Post-investment) ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบนอกจากนี้ บลจ. ได้ด าเนินบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ถือหลักทรัพย์ (Active Ownership) ผ่านการเข้า\nหารือ (Engagement) กับกิจการที่ลงทุน ในด้านความยั่งยืนของกิจการรวมทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ\n\nขับเคลื่อนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Driving Climate Action)\n\nกลุ่มธุรกิจฯ ได้มีการยกระดับนโยบายด้านความยั่งยืน (Sustainability Policy) เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศก าหนด NDC 3.0 (Nationally Determined Contribution: NDC) รวมถึงได้มีการด าเนินการส าคัญดังนี้\n\n▪ ได้รับรางวัล “Best Innovative Product Award” จากธนาคารแห่งประเทศไทยจากการด าเนินการสนับสนุนลูกค้าใน\n\nกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ Financing the\nTransition: การเงินเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจระยะที่ 1\n▪ เข้าร่วมโครงการสนับสนุนธุรกิจโรงแรมสู่ความยั่งยืน (Financing the Transition: Green Solutions for Hotels) ระยะที่\n\n2 ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากโครงการ Financing the Transition: การเงินเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจระยะที่ 1 โดยตั้งเป้าหมายวงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาทภายในปี 2570 เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้แบบครบวงจรพร้อมมีที่ปรึกษาและพาร์ทเนอร์เพื่อให้การสนับสนุนสู่\nการพัฒนาโรงแรมที่มีความยั่งยืน", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 16, "tags": [ "ความยั่งยืน", "ธุรกิจ", "กองทุน", "การลงทุน", "สนับสนุน", "การประเมิน", "กิจการ", "การเงิน", "ธนาคาร", "ความเสี่ยง" ] } }, { "id": "KKP_2569_2_financial_explanation_ff20136754504f4fbe63f14f80525e35", "content": "17\n\n▪ KKP Tower ได้รับรางวัลอาคารมาตรฐานตราสัญลักษณ์ MEA Energy Awards 2025 ระดับ Standard ภายใต้โครงการ\n\nส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารปีที่ 8 จากการไฟฟ้านครหลวง\n▪ การเปลี่ยนรูปแบบของนามบัตรจากการใช้กระดาษมาเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ QR Code ส าหรับสแกนบันทึก\n\nข้อมูล เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และช่วยลดการใช้กระดาษ\n▪ ร่วมเสวนาในการประชุมวิชาการส านักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครั้งที่ 21 ภายใต้\n\nหัวข้อการเสวนา “Circular Economy as a Business Opportunity drives Economic Growth” โดยมุ่งเน้นบทบาทของการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน\n\nเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง (Strengthening Society)\n\nกลุ่มธุรกิจฯ ได้ด าเนินการพัฒนาสังคมทั้งสังคมภายในและภายนอกองค์กรผ่านการน าความเชี่ยวชาญจากธุรกิจหลักมา\nขยายผลเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานดังนี้\n\n▪ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลด าเนินการจัดท าโปรแกรมทบทวนความรู้องค์กรครั้งที่ 1/2569 เพื่อทบทวนความรู้เกี่ยวกับ\n\nระเบียบวินัยองค์กรซึ่งรวมไปถึงการทบทวนเกี่ยวกับด้าน ESG ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ\nจัดท าแบบประเมินทักษะที่จ าเป็นส าหรับการท างานในอนาคต (Future Skills) โดยมีการเข้าร่วมจากพนักงานร้อยละ\n100\n▪ การส่งเสริมสุขภาพทางการเงินพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งเสริมการบริหารวางแผน และสร้างวินัยทางการเงิน\n\nให้แก่ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ แอปพลิเคชัน KKP Better ที่มีฟีเจอร์ Better Box ส าหรับช่วยจัดสรรเงินออมและ\nบริหารเงินตามเป้าหมาย KKP EDGE ซึ่งน าแนวคิด Purpose-Based Planning มาใช้สนับสนุนการวางแผนการเงิน และ\nDime! Club เพื่อส่งเสริมวินัยด้านการออมและการลงทุน\n▪ การส่งเสริมความรู้ทางการเงินด าเนินโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องผ่าน\n\nทั้งการอบรม เวิร์คช็อปสื่อออนไลน์ เช่นการด าเนินโครงการ KKP FinLit จุดประกายชีวิตติดอาวุธทางการเงิน และ\nจัดกิจกรรม FinLit Creator Challenge ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง 5 ปี (2568–2573) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตน าองค์ความรู้ทางการเงินที่ได้รับการอบรม มาต่อยอดเป็นสื่อดิจิทัล\nและบอร์ดเกม", "metadata": { "company": "KKP", "year": 2569, "quarter": 2, "category": "financial_explanation", "source": "PDF", "document_type": "คำอธิบายงบการเงิน", "page_number": 17, "tags": [ "ส่งเสริม", "ทางการเงิน", "โครงการ", "องค์กร", "ความรู้", "กระดาษ", "สนับสนุน", "การเงิน", "ธุรกิจ", "การพัฒนา" ] } } ] }
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54 %
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84 %
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1% YoY
D/E Ratio
6.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
6,602.28
-3.09%
6,812.55
-2.05%
6,954.84
-14.63%
8,146.33
+14.84%
7,093.78
+18.74%
5,974.31
+19.25%
กำไรขั้นต้น
20,898.83
-6.23%
22,287.99
-5.43%
23,568.87
-5.45%
24,927.68
+18.18%
21,092.98
+16.42%
18,118.08
+14.82%
ค่าใช้จ่ายรวม
5,623.52
-6.66%
6,024.87
-7.08%
6,483.64
+6.46%
6,090.23
+195.27%
-6,392.91
-153.00%
12,062.12
+34.42%
กำไรสุทธิ
1,772.01
+26.07%
1,405.63
+109.88%
669.74
-53.17%
1,430.05
-29.32%
2,023.35
+82.60%
1,108.08
-34.04%
กำไรต่อหุ้น
2.14
+26.09%
1.70
+109.89%
0.81
-53.18%
1.73
-29.30%
2.44
+82.52%
1.34
-34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
316.54
-3.25%
327.16
-3.46%
338.88
+10.75%
306.00
+2.91%
297.34
-1.96%
303.27
-3.71%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
85.18
-3.69%
88.44
-5.13%
93.22
+24.69%
74.76
+182.96%
-90.12
-144.64%
201.90
+12.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
26.84
+30.10%
20.63
+114.23%
9.63
-45.13%
17.55
-38.46%
28.52
+53.75%
18.55
-44.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1.98
0.00
0.00
+100.00%
-4.42
0.00
-100.00%
49.56
-90.43%
ROE(%)
9.26
+14.04%
8.12
-11.35%
9.16
-34.43%
13.97
+7.88%
12.95
+14.30%
11.33
+62.32%
ROA(%)
3.34
+2.77%
3.25
+12.46%
2.89
-3.02%
2.98
+2.76%
2.90
-13.95%
3.37
+13.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
6.49
-5.81%
6.89
-12.78%
7.90
+2.07%
7.74
+2.93%
7.52
+10.75%
6.79
-7.11%
P/E
9.87
-3.80%
10.26
+49.56%
6.86
-9.97%
7.62
-18.59%
9.36
+21.72%
7.69
-21.05%
P/BV
0.86
+21.13%
0.71
0.71
-39.32%
1.17
+13.59%
1.03
+6.19%
0.97
-25.95%
BV
78.79
+6.03%
74.31
+4.69%
70.98
+12.20%
63.26
+9.45%
57.80
+8.79%
53.13
+5.75%
YIELD(%)
6.04
+3.78%
5.82
-10.05%
6.47
+61.75%
4.00
+6.10%
3.77
-54.08%
8.21
+8.31%
ราคาหุ้น
68.00
+29.52%
52.50
+4.48%
50.25
-31.86%
73.75
+23.43%
59.75
+15.46%
51.75
-21.59%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
81.52

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
488,095.19
-2.07%
498,424.39
-8.60%
545,327.02
+7.42%
507,637.02
+16.40%
436,123.20
+20.01%
363,411.02
+16.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
422,888.95
-2.83%
435,259.22
-10.08%
484,074.17
+7.69%
449,525.57
+16.77%
384,961.05
+21.52%
316,785.30
+18.35%
รวมส่วนของเจ้าของ
65,206.24
+3.16%
63,165.17
+3.12%
61,252.85
+5.41%
58,111.45
+13.58%
51,162.16
+9.73%
46,625.72
+5.94%
D/E
6.49
6.89
7.90
7.74
7.52
6.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.26
8.12
9.16
13.97
12.95
11.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.34
3.25
2.89
2.98
2.90
3.37
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2564 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-20,142.69
8,683.66
+1.16%
8,584.46
-151.89%
-16,542.33
+683.61%
-2,111.05
-89.33%
-19,788.99
-480.82%
5,196.36
-208.28%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,314.89
-4,058.43
+2,928.91%
-133.99
+136.69%
-56.61
-97.26%
-2,067.66
-249.05%
1,387.25
+221.70%
431.22
-72.98%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
13,579.24
-4,358.29
-47.59%
-8,315.09
-150.92%
16,329.91
+226.02%
5,008.83
-70.18%
16,794.46
-555.38%
-3,688.00
-213.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-248.56
266.94
+97.19%
135.37
-150.32%
-269.04
-132.41%
830.12
-151.65%
-1,607.28
-182.87%
1,939.58
+4,171.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,490.63
+34.33%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-20.68%
1,301.09
-75.47%
5,303.72
+86.88%
2,838.05
+215.88%
898.47
+5.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,242.07
-16.67%
1,424.56
+22.03%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-83.17%
6,133.84
+398.37%
1,230.77
-56.63%
2,838.05
+215.88%