KKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
110.00
2.00 (1.79%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22493 out_tok=3038 at=2026-07-25T18:59:41 --> # KKP กำไร Q3/66 ดิ่ง 38.5% สวนทางรายได้ดอกเบี้ยโตแรง เหตุตั้งสำรองฯพุ่ง ## ฝ่ายจัดการ KKP ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 ลดลง 38.5% YoY เป็นผลจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงขึ้น และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานยังเติบโตได้ 9.4% ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,281 ล้านบาท ลดลง 38.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโต 9.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 25.4% แต่ถูกหักล้างด้วยการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่สูงขึ้น 54.0% และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิของ KKP ในไตรมาส 3/2566 ปรับลดลง 38.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 54.0%** และ **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 233.3%** ซึ่งปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ให้ลดลงถึง 43.1% แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 25.4% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การตั้งสำรองที่สูงขึ้นนี้เป็นไปเพื่อรองรับคุณภาพของสินเชื่อภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวเฉพาะส่วน และการแข่งขันในตลาดที่ปรับตัวรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับปริมาณการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ขยายตัว * **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 280.3% ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายรถยึดที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อในอดีต และการบริหารจัดการปริมาณรถยึดคงค้างอย่างเชิงรุกของธนาคารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** * **การตั้งสำรอง ECL:** แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จะปรับลดลง 10.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ยังคงปรับเพิ่มขึ้น 54.0% ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของธนาคารในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน การที่ธนาคารยังคงเน้นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด บ่งชี้ว่าการตั้งสำรองอาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปหากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ * **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย:** การที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น เป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินทรัพย์รอการขายเชิงรุก ซึ่งอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหากธนาคารยังคงดำเนินนโยบายนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม หากปริมาณสินเชื่อเช่าซื้อที่ปล่อยใหม่มีคุณภาพดีขึ้นในอนาคต อาจช่วยลดแรงกดดันในส่วนนี้ได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 1,281 ล้านบาท ลดลง 38.5% YoY** และ 9.1% QoQ * **รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 9.4% YoY** มาอยู่ที่ 7,444 ล้านบาท * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 25.4% YoY** แตะ 5,988 ล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 28.2% YoY** อยู่ที่ 1,456 ล้านบาท โดยหลักจากรายได้ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงตามสภาวะตลาดทุน * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 54.0% YoY** อยู่ที่ 1,678 ล้านบาท * **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย (ส่วนใหญ่คือรถยึด) เพิ่มขึ้น 233.3% YoY** อยู่ที่ 1,344 ล้านบาท * **อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.5%** ลดลงเล็กน้อยจาก 3.6% ในไตรมาสก่อน * **อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 145.3%** ปรับเพิ่มขึ้นจาก 143.1% ในไตรมาสก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3/2566 KKP มีกำไรสุทธิ 1,281 ล้านบาท ลดลง 38.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 54.0% และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น 233.3% อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากการดำเนินงานยังคงเติบโตได้ 9.4% เป็น 7,444 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 25.4% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับลดลง 28.2% เนื่องจากสภาวะตลาดทุนที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,774 ล้านบาท ลดลง 22.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยคล้ายคลึงกันคือ ECL ที่เพิ่มขึ้น 56.8% และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น 280.3% แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ 23.4% ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ:** แม้จะชะลอตัวลงตามแผน แต่สินเชื่อรวมยังคงเติบโต 6.0% YTD โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ (สินเชื่อบุคคล, Micro SMEs, ที่อยู่อาศัย) ที่เติบโตได้ดี 14.7% YTD และสินเชื่อบรรษัทที่เติบโต 9.1% YTD * **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** ธนาคารมีการติดตามและบริหารจัดการสินเชื่อที่มีการด้อยค่าอย่างใกล้ชิด รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และการตัดหนี้สูญ ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบในระยะยาว * **ธุรกิจตลาดทุน:** แม้รายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จะลดลง แต่ KKP ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 20.7% และธุรกิจวานิชธนกิจยังคงสร้างรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ ## ความเสี่ยง * **คุณภาพสินทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเฉพาะส่วนและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นปัจจัยกดดันคุณภาพสินเชื่อ ทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรอง ECL ในระดับสูง * **สภาวะตลาดทุน:** ความไม่แน่นอนของตลาดทุนส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน * **ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย:** การบริหารจัดการรถยึดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายในระดับสูง ซึ่งอาจกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น * **อัตราดอกเบี้ย:** แม้รายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนทางการเงินก็ปรับสูงขึ้นตามภาวะดอกเบี้ยในตลาด รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของเงินสมทบ FIDF ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการตั้งสำรอง ECL ในไตรมาสถัดไป และคุณภาพสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ * ผลกระทบของสภาวะตลาดทุนต่อรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน * การบริหารจัดการและผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย (โดยเฉพาะรถยึด) * ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) * การเติบโตของสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ และสินเชื่อบรรษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 5.1% ลดลงจาก 5.3% ในปีก่อน แม้ว่าอัตราผลตอบแทนสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.1% จาก 6.4% ตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายก็ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.0% จาก 1.2% ปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น * **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตแข็งแกร่ง 25.4% YoY แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) หดตัว 28.2% YoY โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลดลง 27.8% YoY * **NPL:** อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 3.6% ในไตรมาสก่อนหน้า * **Coverage:** อัตราส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Coverage Ratio) อยู่ที่ 145.3% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 143.1% ในไตรมาสก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของเงินสำรอง * **Credit Cost:** Credit Cost (ECL และขาดทุนจากการขายรถยึด) อยู่ที่ 3.32% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 1.90% ในปีก่อน * **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 16.43% (รวมกำไรครึ่งแรกปี 66) และ 16.60% (รวมกำไร Q3/66) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 553,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อและรายการระหว่างธนาคาร ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 493,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินรับฝากเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 350,042 ล้านบาท อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืม (Loan to Deposit Ratio) อยู่ที่ 96.4% ทรงตัวจากสิ้นปี 2565 ## สรุปท้าย KKP เผชิญแรงกดดันด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 จากการตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้นและการขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีจากสินเชื่อที่ขยายตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุกและการรักษาเสถียรภาพของ NPL Ratio รวมถึงการมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ยังเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตาควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ยังคงผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54 %
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84 %
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1% YoY
D/E Ratio
6.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
6,602.28
-3.09%
6,812.55
-2.05%
6,954.84
-14.63%
8,146.33
+14.84%
7,093.78
+18.74%
5,974.31
+19.25%
กำไรขั้นต้น
20,898.83
-6.23%
22,287.99
-5.43%
23,568.87
-5.45%
24,927.68
+18.18%
21,092.98
+16.42%
18,118.08
+14.82%
ค่าใช้จ่ายรวม
5,623.52
-6.66%
6,024.87
-7.08%
6,483.64
+6.46%
6,090.23
+195.27%
-6,392.91
-153.00%
12,062.12
+34.42%
กำไรสุทธิ
1,772.01
+26.07%
1,405.63
+109.88%
669.74
-53.17%
1,430.05
-29.32%
2,023.35
+82.60%
1,108.08
-34.04%
กำไรต่อหุ้น
2.14
+26.09%
1.70
+109.89%
0.81
-53.18%
1.73
-29.30%
2.44
+82.52%
1.34
-34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
316.54
-3.25%
327.16
-3.46%
338.88
+10.75%
306.00
+2.91%
297.34
-1.96%
303.27
-3.71%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
85.18
-3.69%
88.44
-5.13%
93.22
+24.69%
74.76
+182.96%
-90.12
-144.64%
201.90
+12.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
26.84
+30.10%
20.63
+114.23%
9.63
-45.13%
17.55
-38.46%
28.52
+53.75%
18.55
-44.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1.98
0.00
0.00
+100.00%
-4.42
0.00
-100.00%
49.56
-90.43%
ROE(%)
9.26
+14.04%
8.12
-11.35%
9.16
-34.43%
13.97
+7.88%
12.95
+14.30%
11.33
+62.32%
ROA(%)
3.34
+2.77%
3.25
+12.46%
2.89
-3.02%
2.98
+2.76%
2.90
-13.95%
3.37
+13.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
6.49
-5.81%
6.89
-12.78%
7.90
+2.07%
7.74
+2.93%
7.52
+10.75%
6.79
-7.11%
P/E
9.87
-3.80%
10.26
+49.56%
6.86
-9.97%
7.62
-18.59%
9.36
+21.72%
7.69
-21.05%
P/BV
0.86
+21.13%
0.71
0.71
-39.32%
1.17
+13.59%
1.03
+6.19%
0.97
-25.95%
BV
78.79
+6.03%
74.31
+4.69%
70.98
+12.20%
63.26
+9.45%
57.80
+8.79%
53.13
+5.75%
YIELD(%)
6.04
+3.78%
5.82
-10.05%
6.47
+61.75%
4.00
+6.10%
3.77
-54.08%
8.21
+8.31%
ราคาหุ้น
68.00
+29.52%
52.50
+4.48%
50.25
-31.86%
73.75
+23.43%
59.75
+15.46%
51.75
-21.59%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
81.52

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
488,095.19
-2.07%
498,424.39
-8.60%
545,327.02
+7.42%
507,637.02
+16.40%
436,123.20
+20.01%
363,411.02
+16.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
422,888.95
-2.83%
435,259.22
-10.08%
484,074.17
+7.69%
449,525.57
+16.77%
384,961.05
+21.52%
316,785.30
+18.35%
รวมส่วนของเจ้าของ
65,206.24
+3.16%
63,165.17
+3.12%
61,252.85
+5.41%
58,111.45
+13.58%
51,162.16
+9.73%
46,625.72
+5.94%
D/E
6.49
6.89
7.90
7.74
7.52
6.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.26
8.12
9.16
13.97
12.95
11.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.34
3.25
2.89
2.98
2.90
3.37
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2564 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-20,142.69
8,683.66
+1.16%
8,584.46
-151.89%
-16,542.33
+683.61%
-2,111.05
-89.33%
-19,788.99
-480.82%
5,196.36
-208.28%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,314.89
-4,058.43
+2,928.91%
-133.99
+136.69%
-56.61
-97.26%
-2,067.66
-249.05%
1,387.25
+221.70%
431.22
-72.98%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
13,579.24
-4,358.29
-47.59%
-8,315.09
-150.92%
16,329.91
+226.02%
5,008.83
-70.18%
16,794.46
-555.38%
-3,688.00
-213.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-248.56
266.94
+97.19%
135.37
-150.32%
-269.04
-132.41%
830.12
-151.65%
-1,607.28
-182.87%
1,939.58
+4,171.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,490.63
+34.33%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-20.68%
1,301.09
-75.47%
5,303.72
+86.88%
2,838.05
+215.88%
898.47
+5.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,242.07
-16.67%
1,424.56
+22.03%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-83.17%
6,133.84
+398.37%
1,230.77
-56.63%
2,838.05
+215.88%