ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
92.50
+3.75 (+4.23%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน
ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
**สรุปผลประกอบการของ หุ้น KKP บริษัท ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ไตรมาส 2/2568**
**สรุปสั้น:**
ธนาคารเกียรตินาคินภัทรและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 จำนวน 1,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ลดลงอยู่ที่ 4.3% และอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 132.7% (หน้า 3)
**เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2568 ยังคงอ่อนแอแต่ขยายตัวได้เล็กน้อยจากการส่งออกสินค้า การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมบางกลุ่ม และการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75% (หน้า 2)
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 83.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากการขายรถยึด รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 13.9% จากการชะลอตัวของสินเชื่อและการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ย (หน้า 3)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
สินเชื่อรวมของธนาคาร (ไม่รวม POCI) ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 มีจำนวน 357,937 ล้านบาท หดตัว 2.6% จากสิ้นปี 2567 อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 4.3% และอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 132.7% (หน้า 11, 12)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญคือภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ โอกาสในการลงทุนมาจากการร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Goldman Sachs Asset Management เพื่อยกระดับศักยภาพด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (หน้า 3)
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรในไตรมาสนี้คือ การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ NPL ลดลงและ Coverage Ratio อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะลดลงจากการชะลอตัวของสินเชื่อ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ธนาคารยังคงระมัดระวังในการขยายสินเชื่อภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อที่มีคุณภาพดี (หน้า 3, 11, 12)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28
ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83
ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54
%
กำไรสุทธิ
1,772.01
ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84
%
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1%
YoY
D/E Ratio
6.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
81.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท