KKP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
112.50
1.50 (1.32%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุดทธิส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดําเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 จากปี 2563 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้ คําแนะนําการลงทุน ไตรมาส 4 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่ ลดลงร้อยละ 23.9 จากจํานวน 2,077 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2563 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี นอกจากนี้ในระหว่าง ไตรมาส 4/2564 ธนาคารได้มีการปรับสํารองพิเศษ (Management Overlay) บางส่วนที่เคยตั้งไว้แล้วไปเป็นสํารองตามโมเดลการ วัดมูลค่าผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการจัดชั้นสินเชื่อเชิงคุณภาพ และได้มีการพิจารณาตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมสําหรับไตรมาส 4/2564 เป็นจํานวนรวม 928 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการช่วยเหลือทางการเงินจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=34580 out_tok=2979 at=2026-07-25T07:05:01 --> # KKP กำไร Q2/66 ลดลง 30.7% YoY รับผลสำรองฯ พุ่ง-ขายสินทรัพย์รอการขาย ## รายได้รวมแกร่ง แต่สำรองฯ-ขาดทุนสินทรัพย์กดดันกำไรสุทธิ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,408 ล้านบาท ลดลง 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโตได้ดี แต่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KKP ในไตรมาส 2/2566 ปรับลดลง 30.7% YoY มาอยู่ที่ 1,408 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย** ซึ่งหักล้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ECL ที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น 131.2% YoY เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อรองรับคุณภาพสินเชื่อภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวเฉพาะส่วนและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดย Credit Cost (ECL + ขาดทุนจากการขายรถยึด) ไม่รวมการปรับสำรองส่วนเกิน อยู่ที่ 2.99% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 1.47% ใน Q2/2565 * **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย:** ส่วนนี้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ Q2/2565 โดยเฉพาะจากผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อในอดีต แม้ว่ารายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโตได้ดีถึง 20.8% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 23.4% ตามปริมาณสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 13.7% จากธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจวานิชธนกิจ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายการที่กล่าวมาข้างต้นได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** * **ECL:** ฝ่ายจัดการระบุว่าได้ดำเนินการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในคุณภาพสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ รวมถึงมีอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 143.1% ซึ่งถือว่าสูง อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวเฉพาะส่วนและการแข่งขันที่รุนแรงยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งสำรองในอนาคต * **ทรัพย์สินรอการขาย:** ผลขาดทุนส่วนนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับปริมาณการขายรถยึดและอสังหาริมทรัพย์รอการขาย ซึ่งธนาคารพยายามบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 30.7% YoY อยู่ที่ 1,408 ล้านบาท** และครึ่งแรกปี 66 ลดลง 14.6% YoY อยู่ที่ 3,493 ล้านบาท * **รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 20.8% YoY** ใน Q2/66 และ 14.1% YoY ในครึ่งแรกปี 66 * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 131.2% YoY** ใน Q2/66 และ 58.4% YoY ในครึ่งแรกปี 66 * **ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายเพิ่มขึ้นมาก** โดยเฉพาะจากรถยึด * **NIM ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 5.3% ใน Q2/66 จาก 5.2% ใน Q2/65 * **NPL ratio ปรับเพิ่มขึ้น** เป็น 3.6% ณ สิ้น Q2/66 จาก 3.3% ณ สิ้นปี 65 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2/2566 KKP มีกำไรสุทธิ 1,408 ล้านบาท ลดลง 30.7% YoY ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 1,311 ล้านบาท ลดลง 28.2% YoY สำหรับงวดครึ่งแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,493 ล้านบาท ลดลง 14.6% YoY และกำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 3,450 ล้านบาท ลดลง 8.7% YoY รายได้รวมจากการดำเนินงานใน Q2/66 แข็งแกร่ง เติบโต 20.8% YoY เป็น 7,423 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 23.4% YoY จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 13.7% YoY จากธุรกิจตลาดทุนและวานิชธนกิจ อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น 131.2% YoY เป็น 1,878 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลง สำหรับงวดครึ่งแรกปี 2566 รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 14.1% YoY เป็น 14,364 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 22.4% YoY แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 5.0% YoY จากสภาวะตลาดทุนที่ยังไม่เอื้ออำนวย การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 58.4% YoY เป็น 2,975 ล้านบาท และผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิและกำไรเบ็ดเสร็จรวมลดลง ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มขยายตัว เป็นปัจจัยบวกต่อภาคธุรกิจ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีคุณภาพดี โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ ที่เติบโตได้ดี * **ธุรกิจตลาดทุน:** แม้สภาวะตลาดทุนยังผันผวน แต่ KKP ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 1 และมีรายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจที่ปรับเพิ่มขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุน:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (Efficiency Ratio) ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี โดยปรับลดลงมาอยู่ที่ 37.8% ใน Q2/66 ## ความเสี่ยง * **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ * **การแข่งขันที่รุนแรง:** ในภาคธุรกิจธนาคารและตลาดทุน อาจกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม * **ความผันผวนของตลาดทุน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจวานิชธนกิจ * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** แม้ธนาคารจะบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด แต่สภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวเฉพาะส่วนอาจส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการตั้งสำรอง ECL:** การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และแนวโน้มการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงและมีคุณภาพดี * **ผลประกอบการธุรกิจตลาดทุน:** ความสามารถในการสร้างรายได้ท่ามกลางความผันผวนของตลาด * **การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย:** แนวโน้มผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อ NIM และต้นทุนทางการเงิน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:** * **สินเชื่อ:** สินเชื่อรวม (ไม่รวม POCI) เติบโต 5.6% YTD เป็น 399,851 ล้านบาท โดยสินเชื่อรายย่อยเติบโต 5.6% YTD เป็น 270,024 ล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ ที่เติบโต 9.8% YTD สินเชื่อธุรกิจเติบโต 7.9% YTD เป็น 64,205 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น 18.4% YTD สินเชื่อบรรษัทเติบโต 4.0% YTD เป็น 53,876 ล้านบาท * **คุณภาพสินเชื่อ:** สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) เพิ่มขึ้นเป็น 3.6% ณ สิ้น Q2/66 จาก 3.3% ณ สิ้นปี 65 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อบรรษัท * **NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 5.3% ใน Q2/66 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.2% ใน Q2/65 โดยอัตราผลตอบแทนสินเชื่ออยู่ที่ 7.1% และต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 1.8% * **เงินฝาก:** เงินรับฝากรวม 333,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YTD โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากประจำ ขณะที่เงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ลดลง **ธุรกิจตลาดทุน:** * **นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์:** KKP ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 18.2% รายได้ค่านายหน้าอยู่ที่ 353 ล้านบาทใน Q2/66 * **วานิชธนกิจ:** รายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจรวม 110 ล้านบาทใน Q2/66 * **การลงทุน:** ผลกำไรจากธุรกิจลงทุนรวม 400 ล้านบาทใน Q2/66 * **จัดการกองทุน:** มีทรัพย์สินภายใต้การจัดการ (AUM) กองทุนรวม 114,816 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 20,104 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมรวม 218 ล้านบาทใน Q2/66 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 530,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YTD จากสิ้นปี 65 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อและรายการระหว่างธนาคาร * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 470,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YTD โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม * **เงินกองทุน:** BIS Ratio อยู่ที่ 15.98% (รวมกำไรถึงสิ้นปี 65) และ Tier 1 Ratio อยู่ที่ 12.88% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ## สรุปท้าย KKP ในไตรมาส 2/2566 เผชิญแรงกดดันจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการตั้งสำรอง ECL และการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มที่มีคุณภาพและให้ผลตอบแทนที่ดี เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KKP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
316.54 %
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
↑ 26.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.84 %
D/E Ratio
6.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,602
↓ -3.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,899
↓ -6.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,772
↑ + 26.1% YoY
D/E Ratio
6.49

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,602.28
-3.09%
6,812.55
-2.05%
6,954.84
-14.63%
8,146.33
+14.84%
7,093.78
+18.74%
5,974.31
+19.25%
กำไรขั้นต้น —
20,898.83
-6.23%
22,287.99
-5.43%
23,568.87
-5.45%
24,927.68
+18.18%
21,092.98
+16.42%
18,118.08
+14.82%
ค่าใช้จ่ายรวม —
5,623.52
-6.66%
6,024.87
-7.08%
6,483.64
+6.46%
6,090.23
+195.27%
-6,392.91
-153.00%
12,062.12
+34.42%
กำไรสุทธิ —
1,772.01
+26.07%
1,405.63
+109.88%
669.74
-53.17%
1,430.05
-29.32%
2,023.35
+82.60%
1,108.08
-34.04%
กำไรต่อหุ้น —
2.14
+26.09%
1.70
+109.89%
0.81
-53.18%
1.73
-29.30%
2.44
+82.52%
1.34
-34.01%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
316.54
-3.25%
327.16
-3.46%
338.88
+10.75%
306.00
+2.91%
297.34
-1.96%
303.27
-3.71%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
85.18
-3.69%
88.44
-5.13%
93.22
+24.69%
74.76
+182.96%
-90.12
-144.64%
201.90
+12.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
26.84
+30.10%
20.63
+114.23%
9.63
-45.13%
17.55
-38.46%
28.52
+53.75%
18.55
-44.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-1.98
0.00
0.00
+100.00%
-4.42
0.00
-100.00%
49.56
-90.43%
ROE(%) —
9.26
+14.04%
8.12
-11.35%
9.16
-34.43%
13.97
+7.88%
12.95
+14.30%
11.33
+62.32%
ROA(%) —
3.34
+2.77%
3.25
+12.46%
2.89
-3.02%
2.98
+2.76%
2.90
-13.95%
3.37
+13.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
6.49
-5.81%
6.89
-12.78%
7.90
+2.07%
7.74
+2.93%
7.52
+10.75%
6.79
-7.11%
P/E —
9.87
-3.80%
10.26
+49.56%
6.86
-9.97%
7.62
-18.59%
9.36
+21.72%
7.69
-21.05%
P/BV —
0.86
+21.13%
0.71
0.71
-39.32%
1.17
+13.59%
1.03
+6.19%
0.97
-25.95%
BV —
78.79
+6.03%
74.31
+4.69%
70.98
+12.20%
63.26
+9.45%
57.80
+8.79%
53.13
+5.75%
YIELD(%) —
6.04
+3.78%
5.82
-10.05%
6.47
+61.75%
4.00
+6.10%
3.77
-54.08%
8.21
+8.31%
ราคาหุ้น —
68.00
+29.52%
52.50
+4.48%
50.25
-31.86%
73.75
+23.43%
59.75
+15.46%
51.75
-21.59%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.49
ROE (%)
9.26
ROA (%)
3.34
Book Value/หุ้น
80.20

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
488,095.19
-2.07%
498,424.39
-8.60%
545,327.02
+7.42%
507,637.02
+16.40%
436,123.20
+20.01%
363,411.02
+16.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
422,888.95
-2.83%
435,259.22
-10.08%
484,074.17
+7.69%
449,525.57
+16.77%
384,961.05
+21.52%
316,785.30
+18.35%
รวมส่วนของเจ้าของ —
65,206.24
+3.16%
63,165.17
+3.12%
61,252.85
+5.41%
58,111.45
+13.58%
51,162.16
+9.73%
46,625.72
+5.94%
D/E —
6.49
6.89
7.90
7.74
7.52
6.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.26
8.12
9.16
13.97
12.95
11.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.34
3.25
2.89
2.98
2.90
3.37
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-20,143
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,315
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KKP

รายการ 2564 2560 2559 2558 2557 2556 2555
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-20,142.69
8,683.66
+1.16%
8,584.46
-151.89%
-16,542.33
+683.61%
-2,111.05
-89.33%
-19,788.99
-480.82%
5,196.36
-208.28%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,314.89
-4,058.43
+2,928.91%
-133.99
+136.69%
-56.61
-97.26%
-2,067.66
-249.05%
1,387.25
+221.70%
431.22
-72.98%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
13,579.24
-4,358.29
-47.59%
-8,315.09
-150.92%
16,329.91
+226.02%
5,008.83
-70.18%
16,794.46
-555.38%
-3,688.00
-213.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-248.56
266.94
+97.19%
135.37
-150.32%
-269.04
-132.41%
830.12
-151.65%
-1,607.28
-182.87%
1,939.58
+4,171.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,490.63
+34.33%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-20.68%
1,301.09
-75.47%
5,303.72
+86.88%
2,838.05
+215.88%
898.47
+5.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,242.07
-16.67%
1,424.56
+22.03%
1,167.43
+13.12%
1,032.05
-83.17%
6,133.84
+398.37%
1,230.77
-56.63%
2,838.05
+215.88%