KEX
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KEX
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.52
+0.02 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

สรุปสั้น

มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 18,917 ล้านบาท ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้าที่ 19,782 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และเป็นไปตามกลยุทธ์การปรับ ลดราคาเชิงรุกของบริษัทฯ เพื่อเข้าถึงตลาดทุนส่งแบบประหยัด แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง แต่กําไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ และกําไรสุทธิปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 10.1 และ 5.8 จากปีก่อนหน้าตามลําดับ ซึ่งเป็นผล จากต้นทุนที่ลดน้อยลง โดยมีสาเหตุจากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานและการลดค่าใช้จ่าย ณ ปัจจุบัน ความสามารถคัดแยกพัสดุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีการคัดแยกพัสดุเฉลี่ยที่ประมาณ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีปริมาณการจัดส่งทั้งหมดเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 7.3 จากปีก่อนหน้า

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5432 out_tok=2677 at=2026-07-25T18:08:03 --> # KEX (บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)) พลิกกำไรสุทธิปี 2565 โต 56.77% รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่า-ปริมาณขายเพิ่ม ## รายได้-กำไรปี 2565 เติบโตแรงจากปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนค่าและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนผลิตสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 133.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.77% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายและราคาขายที่สูงขึ้น ประกอบกับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท แม้ต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KEX ในปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย** ซึ่งเติบโตถึง 33.75% หรือ 331.75 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น** และ **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น** ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการ **อ่อนค่าของเงินบาท** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายและราคาวัตถุดิบ แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า ทำให้บริษัทมี **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 59.55%** หรือ 130.55 ล้านบาท และส่งผลให้ **กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้น 56.77%** หรือ 48.19 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในปี 2565 เกิดจากการที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2564 แม้จะยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์อยู่บ้าง แต่สถานการณ์เริ่มมีความสมดุลมากขึ้น ทำให้ปริมาณการขายมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับ **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้นตามไปด้วย ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 35.75% หรือ 350.75 ล้านบาทนั้น มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน และอีกสาเหตุสำคัญคือ **ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการผลิตต่างๆ ให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตที่มีอยู่ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลงจากค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เริ่มปรับราคาลดลงตามสถานการณ์การส่งออกที่ดีขึ้น นอกจากนี้ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากขาดทุนในปี 2564 มาเป็นกำไรในปี 2565** จำนวน 15.75 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** ปัจจัยด้านปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดี มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายลงและราคาเม็ดพลาสติกมีแนวโน้มลดลง อาจส่งผลบวกต่อต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายปี 2565 เติบโต 33.75%** หรือ 331.75 ล้านบาท แตะระดับ 1,313.75 ล้านบาท * **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 56.77%** หรือ 48.19 ล้านบาท สู่ระดับ 133.70 ล้านบาท * **กำไรขั้นต้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 59.55%** หรือ 130.55 ล้านบาท สู่ระดับ 350.75 ล้านบาท * **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น** จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 35.75%** จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น * **พลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 15.75 ล้านบาท** ในปี 2565 จากที่ขาดทุน 11.75 ล้านบาทในปี 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,313.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 331.75 ล้านบาท หรือ 33.75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้รายได้ในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 982.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 350.75 ล้านบาท หรือ 35.75% ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 151.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.75 ล้านบาท หรือ 24.25% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตั้งประมาณการโบนัสพนักงานเพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการด้อยค่าเครื่องจักร ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.75 ล้านบาท หรือ 2.70% เป็นผลจากการเบิกใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น รายได้อื่นลดลง 17.75 ล้านบาท หรือ 53.75% เนื่องจากลูกค้ามีคำสั่งซื้อสินค้าที่มีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้น ทำให้เงินชดเชยลดลงตามข้อตกลง บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 15.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.50 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11.75 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 11.75 ล้านบาท หรือ 185.75% เป็นผลจากกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยสรุป บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 จำนวน 133.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.19 ล้านบาท หรือ 56.77% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพในการขยายตลาด * **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น:** จากการบริหารจัดการราคาขายและการอ่อนค่าของเงินบาท * **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี * **การพลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปีนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง * **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและการขนส่ง * **การตั้งประมาณการโบนัสพนักงานเพิ่มขึ้น:** ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเครื่องจักร:** เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อกำไรในงวดนั้นๆ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป * ทิศทางราคาเม็ดพลาสติกและต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า * การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท * สถานการณ์การขนส่งและตู้คอนเทนเนอร์ * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * ผลกระทบจากคำสั่งซื้อสินค้าที่มีคุณลักษณะพิเศษของลูกค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ในส่วนของกลุ่มธุรกิจบริการ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ KEX แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนคือการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้ในรูปเงินบาท แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติกจะปรับตัวสูงขึ้นตามค่าเงินบาท แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตได้ดี การที่บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2564 มาเป็นกำไรในปี 2565 แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจที่มีการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น เช่น โบนัสพนักงาน และการด้อยค่าสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้) ## สรุปท้าย KEX โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาท แม้ต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การพลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นอีกปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KEX ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,822.95 ล้านบาท
↓ 28.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-2,231.63 ล้านบาท
↑ 215.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-122.42 %
กำไรสุทธิ
-2,624.79 ล้านบาท
↑ 127.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-143.99 %
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,823
↓ -28.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-2,232
↑ + 215.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,625
↑ + 127.1% YoY
D/E Ratio
2.18

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รายได้รวม —
1,822.95
-28.41%
2,546.50
-37.71%
4,088.21
-13.78%
4,741.85
-75.06%
19,010.05
-4.45%
19,894.60
กำไรขั้นต้น —
-2,231.63
-215.51%
-707.31
-35.95%
-520.27
-24.44%
-418.09
-159.79%
699.26
-77.28%
3,077.77
ค่าใช้จ่ายรวม —
252.79
-43.83%
450.03
-31.32%
655.26
+74.79%
374.89
-71.48%
1,314.27
-13.20%
1,514.15
กำไรสุทธิ —
-2,624.79
-127.15%
-1,155.56
-24.02%
-931.75
-54.18%
-604.34
-143.01%
1,405.03
+5.76%
1,328.55
กำไรต่อหุ้น —
-0.75
-126.97%
-0.33
-24.06%
-0.27
-54.65%
-0.17
-142.89%
0.40
+5.80%
0.38
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-122.42
-340.68%
-27.78
-118.22%
-12.73
-44.33%
-8.82
-339.67%
3.68
-76.21%
15.47
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.87
-21.51%
17.67
+10.23%
16.03
+102.65%
7.91
+14.47%
6.91
-9.20%
7.61
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-143.99
-217.30%
-45.38
-99.12%
-22.79
-78.89%
-12.74
-272.40%
7.39
+10.63%
6.68
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
-234.73
-176.84%
-84.79
-136.71%
-35.82
-7,721.28%
0.47
-97.81%
21.48
+121.11%
-101.74
ROA(%) —
-59.38
-39.03%
-42.71
-75.98%
-24.27
-3,952.38%
0.63
-95.68%
14.57
+138.27%
-38.07
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.18
-10.29%
2.43
+182.56%
0.86
+3.61%
0.83
+6.41%
0.78
-49.02%
1.53
P/E —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
1.20
-47.37%
2.28
-47.71%
4.36
-7.82%
4.73
4.73
4.73
BV —
1.41
-35.02%
2.17
-48.58%
4.22
0.00
0.00
0.00
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
4.03
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
1.69
-65.79%
4.94
-73.15%
18.40
-39.17%
30.25
-38.58%
49.25
+9,371.15%
0.52
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-234.73
ROA (%)
-59.38
Book Value/หุ้น
0.00

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
4,340.60
+93.43%
2,244.02
-49.09%
4,408.03
-38.14%
7,125.43
-36.82%
11,277.93
+300.18%
2,818.22
+26.34%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,135.64
-53.65%
6,811.69
-11.37%
7,685.20
-22.53%
9,920.12
+23.38%
8,040.31
+151.58%
3,195.99
+25.98%
รวมสินทรัพย์ —
7,476.24
-17.01%
9,055.71
-25.12%
12,093.24
-29.05%
17,045.55
-11.76%
19,318.24
+221.21%
6,014.21
+26.15%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
4,704.57
-13.17%
5,417.85
+22.65%
4,417.25
-16.31%
5,277.86
+12.34%
4,698.24
+64.21%
2,861.06
-10.56%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
423.45
-57.44%
994.96
-15.56%
1,178.30
-51.92%
2,450.80
-35.04%
3,772.52
+310.06%
919.99
+1,065.43%
รวมหนี้สิน —
5,128.03
-20.03%
6,412.81
+14.61%
5,595.55
-27.60%
7,728.66
-8.76%
8,470.76
+124.03%
3,781.04
+15.35%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,348.21
-9.56%
2,642.90
-59.33%
6,497.69
-30.26%
9,316.89
-14.11%
10,847.47
+385.74%
2,233.16
+49.90%
D/E —
2.18
2.43
0.86
0.83
0.78
1.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-234.73
-84.79
-35.82
0.47
21.48
-101.74
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-59.38
-42.71
-24.27
0.63
14.57
-38.07
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.92
0.41
1.00
1.35
2.40
1.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.89
0.38
0.91
0.55
2.38
1.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
45.39
50.77
0.00
0.00
30.77
30.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
1.12
2.24
0.00
0.00
2.48
1.91
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
51.18
46.58
0.00
0.00
53.50
60.39
วงจรเงินสด —
-4.67
6.43
0.00
0.00
-20.25
-28.29
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,494
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+382
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
1,493.79
-15.95%
1,777.29
+48.52%
1,196.66
-161.02%
-1,961.24
-156.74%
3,456.74
+85.70%
1,861.43
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
381.61
-130.60%
-1,247.17
-1,762.89%
75.00
-98.41%
4,731.86
-1,360.15%
-375.50
-75.50%
-1,532.78
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,550.61
+28.03%
1,992.24
+61.75%
1,231.71
-58.15%
2,943.17
-48.42%
5,705.72
+47,447.67%
12.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-2,313.26
-191.71%
2,522.35
+0.76%
2,503.38
-129.77%
-8,407.90
-195.69%
8,786.96
+2,479.47%
340.65
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
736.33
-65.96%
2,163.03
+67.82%
1,288.87
-86.71%
9,696.76
+965.81%
909.80
+59.85%
569.15
-35.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00