บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.52
+0.02 (+0.00%)
สรุปสั้น
มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 18,917 ล้านบาท ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้าที่ 19,782 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และเป็นไปตามกลยุทธ์การปรับ ลดราคาเชิงรุกของบริษัทฯ เพื่อเข้าถึงตลาดทุนส่งแบบประหยัด
แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง แต่กําไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ และกําไรสุทธิปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 10.1 และ 5.8 จากปีก่อนหน้าตามลําดับ ซึ่งเป็นผล จากต้นทุนที่ลดน้อยลง โดยมีสาเหตุจากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานและการลดค่าใช้จ่าย
ณ ปัจจุบัน ความสามารถคัดแยกพัสดุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีการคัดแยกพัสดุเฉลี่ยที่ประมาณ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีปริมาณการจัดส่งทั้งหมดเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 7.3 จากปีก่อนหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8831 out_tok=2551 at=2026-07-25T19:34:32 -->
# KEX กำไรสุทธิทรุดหนัก Q3/64 เหลือ 12.8 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-กลยุทธ์ราคา
## รายได้โต 18.8% แต่กำไรขั้นต้นหดกว่าครึ่ง ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนสำรอง-แรงงาน-น้ำมันพุ่ง
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการเติบโต 18.8% มาอยู่ที่ 5,330.7 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.6% เหลือเพียง 12.8 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 30.8% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.2% ในปีก่อนเหลือเพียง 6.6%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KEX ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและให้บริการอย่างมากถึง 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการหดตัวของกำไรขั้นต้นกว่าครึ่ง (จาก 683.5 ล้านบาท เหลือ 352.2 ล้านบาท หรือลดลง 48.5%) และกดดันกำไรสุทธิให้เหลือเพียง 12.8 ล้านบาท จากเดิม 292.1 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัยประการแรก คือ **การลงทุนในการจัดเตรียมทรัพยากรสำรองเพิ่มเติม** เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น การเพิ่มบุคลากร ศูนย์คัดแยกพัสดุสำรอง ศูนย์กระจายพัสดุสำรอง และยานพาหนะ เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤต ประการที่สองคือ **ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ภายนอก** ได้แก่ ต้นทุนแรงงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนเพื่อ **ขยายความสามารถในการรองรับพัสดุ** เพื่อรองรับปริมาณการจัดส่งที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ว่ารายได้จะเติบโต 18.8% จากการดำเนินกลยุทธ์ราคาเชิงรุกที่เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะลดลง** ฝ่ายจัดการระบุว่าผลกระทบจากการเพิ่มของต้นทุนในส่วนนี้คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มขึ้นตามลำดับจะช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อขยายความสามารถในการรองรับพัสดุและการร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น Cold Delivery, LTL Delivery และ Kerry Wallet อาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้เติบโต 18.8% YoY** แตะ 5,330.7 ล้านบาท จากปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มขึ้น 48% YoY โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดราคาประหยัดและกลุ่มโซเชียลคอมเมิร์ซ
* **กำไรสุทธิหดตัว 95.6% YoY** เหลือเพียง 12.8 ล้านบาท (0.2% ของรายได้) จากต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 30.8% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.2% ใน Q3/63 เหลือ 6.6% ใน Q3/64
* **ต้นทุนเพิ่มจากมาตรการสำรองรับโควิด-19 และต้นทุนภายนอก** ทั้งแรงงานและน้ำมัน รวมถึงการลงทุนขยาย capacity ในอนาคต
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** แต่เงินสดลดลง 79% จากการลงทุนในตราสารทางการเงินและชำระคืนเงินกู้
* **แผนขยายธุรกิจสู่ธุรกิจใหม่** เช่น Cold Delivery, LTL Delivery และ Kerry Wallet รวมถึงการร่วมมือกับ S.F. Holding เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดจีน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 KEX มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 5,330.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปริมาณการจัดส่งพัสดุเพิ่มขึ้นถึง 48% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึง 30.8% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 48.5% YoY มาอยู่ที่ 352.2 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.9% YoY ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลงอย่างมากถึง 93.1% YoY เหลือเพียง 27.4 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 95.6% YoY เหลือเพียง 12.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.01 บาท
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณการจัดส่งพัสดุ:** จากกลยุทธ์ราคาเชิงรุกที่เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และการรักษาลูกค้าเดิม รวมถึงแนวโน้มการบริโภคหลังการเปิดประเทศ และโปรโมชั่นช่วงปลายปี (11.11, 12.12)
* **การขยายความสามารถในการรองรับพัสดุ:** เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และการประหยัดต่อขนาดเมื่อปริมาณเพิ่มขึ้น
* **การร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่:** Cold Delivery, Less-than-truckload (LTL) Delivery และ Kerry Wallet เพื่อสร้างการเติบโตและรายได้ในรูปแบบใหม่ เสริมสร้าง Ecosystem
* **การเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดจีน:** จากการที่ S.F. Holding เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ KLN ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ KEX
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น:** ทั้งต้นทุนแรงงาน ราคาน้ำมัน และต้นทุนจากการเตรียมทรัพยากรสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 และการขยาย capacity ในอนาคต
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้ KEX จะเป็นผู้นำ แต่การแข่งขันด้านราคายังคงมีอยู่ และตลาดอาจมีการรวมตัวของผู้เล่นรายต่างๆ
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและเศรษฐกิจโดยรวม
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการสร้างรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนขายและให้บริการ:** ว่าจะสามารถควบคุมได้หรือไม่ และจะลดลงตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
* **การเติบโตของปริมาณการจัดส่งพัสดุ:** โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในตลาดราคาประหยัดและโซเชียลคอมเมิร์ซ
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจใหม่:** และผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้น
* **ผลกระทบจากการร่วมมือกับ S.F. Holding:** ต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจในตลาดจีน
* **การบริหารจัดการทรัพยากรสำรอง:** และการปรับลดต้นทุนเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้และปริมาณการจัดส่ง:** รายได้เติบโต 18.8% YoY เป็น 5,330.7 ล้านบาท โดยมีปริมาณการจัดส่งเพิ่มขึ้น 48% YoY สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ราคาเชิงรุกที่เข้าถึงลูกค้าใหม่กว่า 7.5 ล้านคน และลูกค้าที่ใช้บริการบ่อยเพิ่มขึ้น 58%
* **ต้นทุนและอัตรากำไร:** ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 30.8% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัว 48.5% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.2% เหลือ 6.6%
* **การบริหารจัดการทรัพยากร:** มีการลงทุนในทรัพยากรสำรอง เช่น เส้นทางจัดส่งเพิ่ม 2,890 เส้นทาง, ศูนย์คัดแยกพัสดุสำรอง 4 ศูนย์, ศูนย์กระจายพัสดุสำรองกว่า 62,000 ตร.ม. เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 และการเติบโตในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ร่วมทุนใน Cold Delivery, LTL Delivery และ Kerry Wallet เพื่อสร้าง Ecosystem ใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,275.9 ล้านบาท ลดลง 10.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 79.0% มาอยู่ที่ 2,035.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในกองทุนและหุ้นกู้ที่มีสภาพคล่องสูง (5,978 ล้านบาท) การชำระคืนเงินกู้ และการจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมลดลง 11.9% มาอยู่ที่ 7,463.6 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของลดลง 9.5% มาอยู่ที่ 9,812.4 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.76 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.59 เท่าใน Q2/64 แต่ยังต่ำกว่า 3.80 เท่าในสิ้นปี 2563 อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยลดลงจาก 44.09 เท่าใน Q2/64 เหลือ 28.20 เท่า
## สรุปท้าย
KEX เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนในไตรมาส 3/2564 แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์ราคาเชิงรุก แต่ต้นทุนขายและให้บริการที่พุ่งสูงขึ้นจากการเตรียมทรัพยากรสำรองรับโควิด-19 และต้นทุนภายนอก ได้บั่นทอนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารคาดว่าต้นทุนจะค่อยๆ ลดลงเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจใหม่และการร่วมมือกับพันธมิตร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนและการดำเนินงานของธุรกิจใหม่เหล่านี้อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KEX ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,822.95
ล้านบาท
↓ 28.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-2,231.63
ล้านบาท
↑ 215.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-122.42
%
กำไรสุทธิ
-2,624.79
ล้านบาท
↑ 127.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-143.99
%
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,823
↓ -28.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-2,232
↑ + 215.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,625
↑ + 127.1%
YoY
D/E Ratio
2.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-234.73
ROA (%)
-59.38
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,494
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+382
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KEX
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,493.79
-15.95%
|
1,777.29
+48.52%
|
1,196.66
-161.02%
|
-1,961.24
-156.74%
|
3,456.74
+85.70%
|
1,861.43
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
381.61
-130.60%
|
-1,247.17
-1,762.89%
|
75.00
-98.41%
|
4,731.86
-1,360.15%
|
-375.50
-75.50%
|
-1,532.78
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,550.61
+28.03%
|
1,992.24
+61.75%
|
1,231.71
-58.15%
|
2,943.17
-48.42%
|
5,705.72
+47,447.67%
|
12.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,313.26
-191.71%
|
2,522.35
+0.76%
|
2,503.38
-129.77%
|
-8,407.90
-195.69%
|
8,786.96
+2,479.47%
|
340.65
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
736.33
-65.96%
|
2,163.03
+67.82%
|
1,288.87
-86.71%
|
9,696.76
+965.81%
|
909.80
+59.85%
|
569.15
-35.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|