บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.52
+0.02 (+0.00%)
สรุปสั้น
มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 18,917 ล้านบาท ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้าที่ 19,782 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และเป็นไปตามกลยุทธ์การปรับ ลดราคาเชิงรุกของบริษัทฯ เพื่อเข้าถึงตลาดทุนส่งแบบประหยัด
แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง แต่กําไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ และกําไรสุทธิปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 10.1 และ 5.8 จากปีก่อนหน้าตามลําดับ ซึ่งเป็นผล จากต้นทุนที่ลดน้อยลง โดยมีสาเหตุจากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานและการลดค่าใช้จ่าย
ณ ปัจจุบัน ความสามารถคัดแยกพัสดุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีการคัดแยกพัสดุเฉลี่ยที่ประมาณ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีปริมาณการจัดส่งทั้งหมดเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 7.3 จากปีก่อนหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8840 out_tok=2682 at=2026-07-25T19:46:18 -->
# KEX พลิกขาดทุนหนัก Q2/2565 รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-วันทำงานน้อย
## รายได้ทรงตัวท่ามกลางความท้าทาย ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุน-มองการแข่งขันคลี่คลาย
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 732.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 335.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับจำนวนวันทำการที่ลดลงในช่วงต้นไตรมาส แม้ปริมาณพัสดุจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ฝ่ายบริหารได้เร่งออกมาตรการควบคุมต้นทุนและปรับกลยุทธ์ราคาเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและรักษาความเป็นผู้นำตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KEX ในไตรมาส 2/2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 732.4 ล้านบาท (ลดลง 318.2% YoY) มาจาก **ต้นทุนขายและการให้บริการที่พุ่งสูงขึ้น 22.9% YoY** จนทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบถึง -11.7%** จากเดิมที่ 15.4% ในปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี (EBIT) ที่ขาดทุน 919.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ขาดทุนสุทธิ 732.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเกิดจากหลายปัจจัยประดังเข้ามาในไตรมาส 2/2565 ซึ่งถือเป็นไตรมาสที่ท้าทายที่สุดของปี ได้แก่:
* **จำนวนวันหยุดที่เพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนและพฤษภาคม:** ส่งผลให้วันทำงานน้อยลงและกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่:** ทำให้ต้องคงค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพบริการและการรองรับปริมาณพัสดุ
* **สถานการณ์ตลาดแรงงานที่ตึงตัว:** ส่งผลให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น
* **ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น:** ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่ารายได้จากการขายและให้บริการจะทรงตัวที่ 4,283.0 ล้านบาท (-6.9% YoY) โดยมีปริมาณพัสดุเติบโต 35.7% ในครึ่งปีแรก แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนดังกล่าวได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้นำกลยุทธ์ Smart Pricing และการประกาศใช้ Fuel Surcharge มาปรับใช้เพื่อบริหารรายได้ และได้ดำเนินนโยบายควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด รวมถึงโปรแกรม Super Last Mile เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนที่สูงผิดปกติในไตรมาส 2/2565 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากวันหยุดในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม แต่การดำเนินการของบริษัทฯ มีการปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน และคาดว่าความก้าวหน้านี้จะดำเนินต่อไปในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ นโยบายควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดคาดว่าจะส่งผลให้การลดต้นทุนเร่งตัวขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 732.4 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 335.6 ล้านบาทใน Q2/2564 (-318.2% YoY)
* **รายได้ทรงตัวที่ 4,283.0 ล้านบาท:** ลดลงเล็กน้อย -6.9% YoY แม้ปริมาณพัสดุเติบโต 35.7% ในครึ่งปีแรก
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -11.7%:** จากเดิม 15.4% YoY เนื่องจากต้นทุนขายและบริการพุ่ง 22.9% YoY
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 40.1% YoY:** จากการเสริมสมรรถนะหลักและการขยายธุรกิจใหม่
* **ขยายจุดบริการกว่า 33,000 แห่ง:** เพิ่มขึ้น 115.5% YoY และได้รับความไว้วางใจจาก TikTok ให้เป็นผู้ให้บริการจัดส่งบน TikTok Shop
* **ร่วมทุนกับ HIVE BOX:** สร้าง Smart Locker System ชั้นนำในไทย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับ 4,283.0 ล้านบาท ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณพัสดุจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 35.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2565 แต่การดำเนินกลยุทธ์ราคาเชิงรุกและการมีวันทำการน้อยลงในเดือนเมษายนและพฤษภาคมส่งผลให้รายได้ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า
ในทางกลับกัน ต้นทุนขายและการให้บริการรวมอยู่ที่ 4,783.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของปริมาณพัสดุ แต่ได้รับแรงกดดันจากวันหยุดที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และตลาดแรงงานที่ตึงตัว ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบถึง -11.7%** จากเดิม 15.4% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 40.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 459.0 ล้านบาท จากการเสริมสมรรถนะหลัก การบริหารความเสี่ยง และการขยายสู่ธุรกิจใหม่
ส่งผลให้บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทเท่ากับ 732.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และพลิกจากกำไร 335.6 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณพัสดุ:** ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ
* **กลยุทธ์ Smart Pricing และ Fuel Surcharge:** ช่วยบริหารรายได้ให้ยั่งยืนควบคู่กับการเติบโตของปริมาณพัสดุ
* **การขยายจุดบริการ:** มีจุดให้บริการมากกว่า 33,000 แห่ง เพิ่มขึ้น 115.5% YoY
* **ความร่วมมือกับ TikTok:** เป็นผู้ให้บริการจัดส่งบน TikTok Shop ขยายฐานลูกค้าและตอกย้ำความเป็นผู้นำ
* **การร่วมทุนกับ HIVE BOX:** สร้าง Smart Locker System ชั้นนำในไทย ตอบโจทย์ความต้องการที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว
* **การขยายธุรกิจ Kerry Cool:** ครอบคลุมภาคกลางของประเทศไทย
* **การควบรวมธุรกิจ SF:** เสริมทีมงาน Cross-Border ที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นประเทศจีน และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์/บริการเฉพาะสำหรับตลาดจีนและบริการระหว่างประเทศใน Q3/2565
* **การปรับราคาเริ่มต้นที่ 15 บาท:** เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและขยายความเป็นผู้นำตลาด
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่ผันผวน:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันและต้นทุนแรงงานที่ตึงตัว
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด:** แม้ฝ่ายจัดการคาดว่าจะคลี่คลายลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังต่ำกว่าก่อนช่วง COVID-19 และการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้มีนโยบายเข้มงวด แต่การรักษาคุณภาพบริการและการรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นความท้าทาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลของการปรับใช้ Smart Pricing และ Fuel Surcharge:** จะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **ประสิทธิภาพของโปรแกรม Super Last Mile:** ในการปรับปรุงต้นทุนและประสิทธิภาพการจัดส่งระยะยาว
* **ความคืบหน้าของการร่วมทุนกับ HIVE BOX:** การติดตั้งและผลตอบรับของ Smart Locker System
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับตลาดจีน:** และผลกระทบต่อรายได้ Cross-Border
* **แนวโน้มการแข่งขันด้านราคา:** หลังผู้เล่นรายอื่นเริ่มปรับราคาขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ปริมาณการจัดส่งพัสดุ:** เติบโตต่อเนื่อง 35.7% ในครึ่งปีแรก แม้เป็นช่วง Low Season
* **จำนวนจุดให้บริการ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 115.5% YoY เป็นมากกว่า 33,000 แห่ง
* **ต้นทุนแรงงานและเชื้อเพลิง:** เป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มีการดำเนินการอย่างเข้มงวด เช่น Operations Revamp และ Super Last Mile
* **การกระจายความเสี่ยง:** ผ่านการร่วมทุนกับ HIVE BOX และการขยายธุรกิจ Kerry Cool รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับตลาดจีน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 14,042.0 ล้านบาท ลดลง 17.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่มีสภาพคล่องลดลง 39.5% เป็น 4,415.4 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,995.8 ล้านบาท ลดลง 22.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 8,046.2 ล้านบาท ลดลง 13.6% จากสิ้นปี 2564 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.73 เป็น 0.75
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงมาอยู่ที่ 1.04 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสดติดลบที่ -0.31 เท่า บ่งชี้ถึงความท้าทายด้านสภาพคล่องในระยะสั้น
## สรุปท้าย
KEX เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2565 จากต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ แม้ปริมาณพัสดุจะยังคงเติบโตได้ดี แต่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในครึ่งปีหลัง ขณะที่การขยายธุรกิจใหม่และการร่วมทุนต่างๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงด้านการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KEX ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,822.95
ล้านบาท
↓ 28.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-2,231.63
ล้านบาท
↑ 215.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-122.42
%
กำไรสุทธิ
-2,624.79
ล้านบาท
↑ 127.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-143.99
%
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,823
↓ -28.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-2,232
↑ + 215.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,625
↑ + 127.1%
YoY
D/E Ratio
2.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-234.73
ROA (%)
-59.38
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,494
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+382
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KEX
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,493.79
-15.95%
|
1,777.29
+48.52%
|
1,196.66
-161.02%
|
-1,961.24
-156.74%
|
3,456.74
+85.70%
|
1,861.43
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
381.61
-130.60%
|
-1,247.17
-1,762.89%
|
75.00
-98.41%
|
4,731.86
-1,360.15%
|
-375.50
-75.50%
|
-1,532.78
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,550.61
+28.03%
|
1,992.24
+61.75%
|
1,231.71
-58.15%
|
2,943.17
-48.42%
|
5,705.72
+47,447.67%
|
12.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,313.26
-191.71%
|
2,522.35
+0.76%
|
2,503.38
-129.77%
|
-8,407.90
-195.69%
|
8,786.96
+2,479.47%
|
340.65
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
736.33
-65.96%
|
2,163.03
+67.82%
|
1,288.87
-86.71%
|
9,696.76
+965.81%
|
909.80
+59.85%
|
569.15
-35.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|