บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.52
+0.02 (+0.00%)
สรุปสั้น
มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 18,917 ล้านบาท ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้าที่ 19,782 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และเป็นไปตามกลยุทธ์การปรับ ลดราคาเชิงรุกของบริษัทฯ เพื่อเข้าถึงตลาดทุนส่งแบบประหยัด
แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง แต่กําไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ และกําไรสุทธิปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 10.1 และ 5.8 จากปีก่อนหน้าตามลําดับ ซึ่งเป็นผล จากต้นทุนที่ลดน้อยลง โดยมีสาเหตุจากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานและการลดค่าใช้จ่าย
ณ ปัจจุบัน ความสามารถคัดแยกพัสดุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีการคัดแยกพัสดุเฉลี่ยที่ประมาณ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีปริมาณการจัดส่งทั้งหมดเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 7.3 จากปีก่อนหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10534 out_tok=2711 at=2026-07-25T19:14:57 -->
# KEX กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 96.7% สวนทางปริมาณจัดส่งโต 30% รับต้นทุนพุ่ง-ลงทุนสำรอง
## ฝ่ายจัดการชี้ ต้นทุนพุ่ง-ลงทุนสำรองโควิดกดดันกำไร แม้ปริมาณจัดส่งโตแรง 30% ยันกลยุทธ์รุกตลาดราคาประหยัดสร้างการเติบโตระยะยาว
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 18,817.8 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการจัดส่งพัสดุเติบโตสูงถึง 30% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.7% มาอยู่ที่ 46.9 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 10.3% รวมถึงการลงทุนเพื่อสำรองทรัพยากรรับมือสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาเชิงรุกเพื่อขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ KEX ในปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ **ต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 10.3%** ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของปริมาณจัดส่งที่ 30% และ **การลงทุนส่วนเพิ่มเพื่อเตรียมทรัพยากรสำรองรับสถานการณ์โควิด-19** ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงถึง 96.7% มาอยู่ที่ 46.9 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 7.4% เหลือเพียง 0.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้นนั้น แม้ต้นทุนจากการดำเนินงานปกติจะถูกควบคุมได้ดี แต่ KEX ได้มีการลงทุนระยะสั้นและใช้ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มเพื่อเตรียมทรัพยากรสำรองรองรับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการติดเชื้อสูงสุดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการเตรียมการและการขยายความสามารถในการรองรับพัสดุเพิ่มขึ้น ทั้งบุคลากร ยานพาหนะ อุปกรณ์ รวมถึงการจัดหาศูนย์คัดแยกและศูนย์กระจายพัสดุสำรอง นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนแรงงานและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ฝ่ายจัดการคาดว่า **ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 จะลดลงอย่างต่อเนื่อง** เมื่อสถานการณ์คลี่คลายในไตรมาส 2 ของปี 2565 และปริมาณการจัดส่งพัสดุเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยระบุว่า "บริษัทฯ คาดว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะลดลงเมื่อภาวะวิกฤติคลี่คลำย และจำนวนพัสดุเติบโตสูงขึ้นสอดคล้องตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่วางไว้" อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องสำรองทรัพยากรส่วนหนึ่งไว้จากการเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน
## Highlight สำคัญ
* **ปริมาณจัดส่งโต 30% รายได้ทรงตัว:** ยอดจัดส่งพัสดุเติบโตสูงถึง 30% แต่รายได้รวมอยู่ที่ 18,817.8 ล้านบาท ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิหด 96.7%:** กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 46.9 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1,405.0 ล้านบาทในปี 2563
* **ต้นทุนพุ่ง 10.3%:** ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 10.3% เป็น 17,478.5 ล้านบาท กดดันอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 7.1% จาก 16.2%
* **ลงทุนสำรองโควิด-19:** มีการลงทุนและใช้ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มเพื่อเตรียมทรัพยากรสำรองรับมือสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนแรงงาน/น้ำมันที่สูงขึ้น
* **ขยายจุดบริการ 64%:** มีจุดให้บริการรวม 26,174 สาขา เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อนหน้า เพื่อขยายตลาดเข้าสู่แหล่งชุมชน
* **ร่วมทุน KERRY COOL และ KERRY XL:** ประกาศร่วมทุนกับเครือเบทาโกรเปิดตัว KERRY COOL (ขนส่งควบคุมอุณหภูมิ) และ Central Retail จัดตั้ง KERRY XL (LTL delivery)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 KEX มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 18,817.8 ล้านบาท ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ 18,917.1 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณการจัดส่งพัสดุจะเติบโตสูงถึง 30% โดยรายได้จากทุกประเภทลูกค้าทั้ง B2B, B2C และ C2C ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 10.3% เป็น 17,478.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 56.3% มาอยู่ที่ 1,339.3 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 7.1% จาก 16.2% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 1,379.6 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (share-based payment) ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลง 93.8% มาอยู่ที่ 114.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทลดลง 96.7% มาอยู่ที่ 46.9 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.2%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซ:** แม้จะชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังของปี 2564 แต่ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในระยะยาว
* **กลยุทธ์ราคาเชิงรุก:** สร้างการเติบโตทั้งยอดจัดส่ง จำนวนลูกค้า และส่วนแบ่งการตลาด โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจัดส่งราคาประหยัดและกลุ่ม Longtail customers
* **การขยายเครือข่ายจุดให้บริการ:** การเพิ่มขึ้นของจุดให้บริการกว่า 64% ทำให้เข้าถึงแหล่งชุมชนและเพิ่มยอดจัดส่ง
* **โมเดลตัวแทนจำหน่าย (Reseller model):** การใช้โมเดล Orange Express ผ่านพันธมิตร 4PL เพื่อขยายตลาด
* **การร่วมทุนธุรกิจใหม่:** การลงทุนใน KERRY COOL (ขนส่งควบคุมอุณหภูมิ) และ KERRY XL (LTL delivery) เพื่อสร้างรายได้ช่องทางใหม่
* **ความร่วมมือกับ GRAB THAILAND:** การนำเสนอบริการเข้ารับพัสดุทันทีและรายชั่วโมง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า
* **การเข้าถึงเทคโนโลยีจาก S.F. Holding:** การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Kerry Logistics Network โดย S.F. Holding จะช่วยยกระดับความได้เปรียบในการแข่งขันและเข้าถึงเทคโนโลยีแพลตฟอร์มระดับโลก
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ตลาดขนส่งพัสดุด่วนมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของต้นทุน:** ต้นทุนแรงงาน ราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่อาจผันผวน
* **สถานการณ์ COVID-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนสำรอง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ:** การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงอ่อนตัวอาจส่งผลต่อปริมาณการจัดส่ง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การกลับไปจับจ่ายนอกบ้านแทนการซื้อของออนไลน์ในช่วงเปิดประเทศ
* **ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ:** แม้จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนขายและบริการ:** การลดลงของต้นทุนสำรองโควิด-19 และผลกระทบจากราคาพลังงานและแรงงาน
* **การเติบโตของปริมาณจัดส่ง:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของปริมาณจัดส่งในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการจากธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจาก KERRY COOL และ KERRY XL
* **การบริหารจัดการเครือข่ายจุดให้บริการ:** ประสิทธิภาพและการขยายตัวของสาขาที่เพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาด:** กลยุทธ์ราคาและการตอบสนองต่อคู่แข่ง
* **การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและราคาน้ำมัน:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ปริมาณการจัดส่ง (Volume/SSS):** เติบโต 30% เป็นปัจจัยหลักในการรักษาฐานรายได้ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย สะท้อนการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มด้วยกลยุทธ์ราคา
* **จำนวนสาขา/Capacity:** เพิ่มขึ้น 64% เป็น 26,174 สาขา เพื่อขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงชุมชน
* **อัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 16.2% เหลือ 7.1% (ขั้นต้น) และ 7.4% เหลือ 0.2% (สุทธิ) เป็นผลจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการลงทุนสำรอง
* **ต้นทุนแรงงาน:** เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะลดลงเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,045.6 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากปีก่อนหน้า โดยเงินสดและเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่มีสภาพคล่องลดลง 24.8% มาอยู่ที่ 7,294.9 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 8.8% มาอยู่ที่ 7,728.7 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของเจ้าของลดลง 14.1% มาอยู่ที่ 9,316.9 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.78 เป็น 0.83 บริษัทไม่มีรายการเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน โดยใช้สภาพคล่องส่วนเกินในการลงทุนในตลาดเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 2.40 เหลือ 1.35
## สรุปท้าย
KEX เผชิญความท้าทายในปี 2564 ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นและการลงทุนเพื่อสำรองทรัพยากรรับมือโควิด-19 ซึ่งกดดันกำไรสุทธิอย่างหนัก แม้ปริมาณจัดส่งจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายเครือข่ายและกลยุทธ์ราคาเชิงรุก ฝ่ายจัดการคาดว่าต้นทุนส่วนเพิ่มจะลดลงในปี 2565 พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่บริการใหม่ๆ ผ่านการร่วมทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KEX ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,822.95
ล้านบาท
↓ 28.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-2,231.63
ล้านบาท
↑ 215.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-122.42
%
กำไรสุทธิ
-2,624.79
ล้านบาท
↑ 127.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-143.99
%
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,823
↓ -28.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-2,232
↑ + 215.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,625
↑ + 127.1%
YoY
D/E Ratio
2.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-234.73
ROA (%)
-59.38
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,494
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+382
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KEX
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,493.79
-15.95%
|
1,777.29
+48.52%
|
1,196.66
-161.02%
|
-1,961.24
-156.74%
|
3,456.74
+85.70%
|
1,861.43
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
381.61
-130.60%
|
-1,247.17
-1,762.89%
|
75.00
-98.41%
|
4,731.86
-1,360.15%
|
-375.50
-75.50%
|
-1,532.78
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,550.61
+28.03%
|
1,992.24
+61.75%
|
1,231.71
-58.15%
|
2,943.17
-48.42%
|
5,705.72
+47,447.67%
|
12.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,313.26
-191.71%
|
2,522.35
+0.76%
|
2,503.38
-129.77%
|
-8,407.90
-195.69%
|
8,786.96
+2,479.47%
|
340.65
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
736.33
-65.96%
|
2,163.03
+67.82%
|
1,288.87
-86.71%
|
9,696.76
+965.81%
|
909.80
+59.85%
|
569.15
-35.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|