KEX
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KEX
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.52
+0.02 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2565

สรุปสั้น

มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 18,917 ล้านบาท ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้าที่ 19,782 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และเป็นไปตามกลยุทธ์การปรับ ลดราคาเชิงรุกของบริษัทฯ เพื่อเข้าถึงตลาดทุนส่งแบบประหยัด แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง แต่กําไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ และกําไรสุทธิปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 10.1 และ 5.8 จากปีก่อนหน้าตามลําดับ ซึ่งเป็นผล จากต้นทุนที่ลดน้อยลง โดยมีสาเหตุจากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานและการลดค่าใช้จ่าย ณ ปัจจุบัน ความสามารถคัดแยกพัสดุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีการคัดแยกพัสดุเฉลี่ยที่ประมาณ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีปริมาณการจัดส่งทั้งหมดเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 7.3 จากปีก่อนหน้า

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8376 out_tok=3018 at=2026-07-25T19:25:25 --> KEX Q1/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 491 ล้านบาท รับปริมาณพัสดุโต 46% ฝ่ายจัดการ KEX เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 491.1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 302.8 ล้านบาท แม้รายได้รวมเติบโต 5.5% เป็น 4,416.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เติบโตถึง 46% จากกลยุทธ์ราคาเชิงรุกและการขยายพันธมิตร แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 32.6% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ KEX ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการจัดส่งพัสดุที่ 46% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ราคาเชิงรุก (Aggressive Pricing) และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้กลับไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ ทำให้บริษัทฯ พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 491.1 ล้านบาท กลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว เริ่มต้นจากการที่ KEX ใช้กลยุทธ์ราคาเชิงรุกเพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า B2C บนแพลตฟอร์ม E-commerce และกลุ่มลูกค้าจัดส่งราคาประหยัด ส่งผลให้ปริมาณการจัดส่งพัสดุเติบโตสูงถึง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเป็นช่วง Low Season และมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่การเติบโตของปริมาณพัสดุนี้ มาพร้อมกับต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.6% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ 5.5% YoY สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมทรัพยากรสำรองรองรับสถานการณ์ COVID-19 ที่แม้จะลดลงแต่ก็ยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้นถึง 36.5% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวสู่ธุรกิจใหม่ๆ และการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้นพลิกกลับมาติดลบที่ -4.9%** จาก 16.6% ในปีก่อน และ **อัตรากำไรสุทธิติดลบที่ -11.1%** จาก 7.4% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนว่า แม้ปริมาณการจัดส่งจะเพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนยังไม่สามารถตามทัน ทำให้ภาพรวมผลประกอบการขาดทุน สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมจะลดความรุนแรงลงในระยะกลาง และอาจเกิดการควบรวมของผู้เล่นรายต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกำหนดราคาในอนาคต แต่ในระยะสั้น การที่ต้นทุนยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจใหม่ๆ อาจยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ ## Highlight สำคัญ * **ปริมาณพัสดุเติบโต 46% YoY:** เป็นผลจากกลยุทธ์ราคาเชิงรุกและการขยายพันธมิตร * **รายได้รวม 4,416.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY:** แต่ลดลง 6.0% QoQ จากช่วง High Season * **ขาดทุนสุทธิ 491.1 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 302.8 ล้านบาทใน Q1/2564 * **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 32.6% YoY:** สูงกว่าการเติบโตของรายได้ * **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -4.9%:** จาก 16.6% ในปีก่อน * **ขยายธุรกิจใหม่:** KERRY COOL (ควบคุมอุณหภูมิ) และ KERRY XL (สินค้าขนาดใหญ่) เริ่มดำเนินการ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 4,416.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นช่วง High Season การเติบโตของรายได้ YoY เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจัดส่งพัสดุถึง 46% ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ราคาเชิงรุกและการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและการให้บริการรวมอยู่ที่ 4,630.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 32.6% YoY และ 9.5% QoQ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้สูงกว่าการเติบโตของปริมาณพัสดุ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ 214.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ -4.9% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 696.4 ล้านบาท หรือ 16.6% ใน Q1/2564 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.5% YoY และ 14.7% QoQ มาอยู่ที่ 430.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และการขยายตัวสู่ธุรกิจใหม่ๆ ผลประกอบการโดยรวมส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทเท่ากับ 491.1 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 302.8 ล้านบาท และดีขึ้นเล็กน้อย 18.7% QoQ จากการขาดทุน 604.3 ล้านบาทในไตรมาส 4/2564 ## โอกาส * **การเติบโตของตลาด E-commerce และการบริโภคภายในประเทศ:** การที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น และตลาด E-commerce ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การขยายธุรกิจใหม่:** การเปิดตัวธุรกิจ KERRY COOL (ขนส่งควบคุมอุณหภูมิ) และ KERRY XL (ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่) รวมถึงบริการส่งด่วน "Instant Pickup" ร่วมกับ Grab และโมเดลตัวแทนจำหน่าย Orange Express เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ในช่องทางใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ * **การขยายจุดให้บริการ:** การเพิ่มขึ้นของจุดให้บริการกว่า 19.5% สู่ 31,000 แห่งทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานลูกค้า Longtail * **การร่วมมือกับพันธมิตร:** การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่ เช่น เครือเบทาโกร และเซ็นทรัลรีเทล ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและขยายฐานลูกค้า * **การพัฒนา Ecosystem:** การพัฒนา KERRY WALLET เป็น Open Platform จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศน์ของ KEX และต่อยอดสู่บริการใหม่ๆ * **การควบรวมกิจการ (M&A):** บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการควบรวมกิจการที่มีศักยภาพเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านรายได้และการดำเนินงาน ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันที่รุนแรงและกลยุทธ์ราคาเชิงรุก:** แม้ฝ่ายจัดการคาดว่าการแข่งขันจะลดลง แต่การใช้กลยุทธ์ราคาเชิงรุกยังคงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ต้นทุนที่ผันผวน:** ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการดำเนินงาน * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน:** การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การขยายธุรกิจใหม่ๆ ต้องใช้เงินลงทุนและอาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ทันที * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทายยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการแข่งขันและราคาค่าจัดส่ง:** จะมีการปรับตัวดีขึ้นตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่ * **ผลประกอบการของธุรกิจใหม่:** KERRY COOL และ KERRY XL จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้อย่างไร * **การขยายจุดให้บริการและฐานลูกค้า Longtail:** จะสามารถเพิ่มปริมาณการจัดส่งและรายได้ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ * **ความคืบหน้าในการพัฒนา KERRY WALLET และโอกาส M&A:** จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem และการเติบโตของบริษัทฯ ได้มากน้อยเพียงใด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้และปริมาณการจัดส่ง:** รายได้รวม 4,416.0 ล้านบาท (+5.5% YoY) มาจากการเติบโตของปริมาณพัสดุ 46% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้า C2C 50%, B2C 48% และ B2B 2% ในไตรมาส 1/2565 การเติบโตของ B2C มาจากกลยุทธ์ Aggressive Pricing และการเข้าสู่ตลาดจัดส่งราคาประหยัด **ต้นทุนและอัตรากำไร:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 32.6% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ -4.9% ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนเพื่อรองรับสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งคาดว่าจะลดลงในอนาคต แต่การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทาย **การขยายธุรกิจและพันธมิตร:** มีการเปิดตัว KERRY COOL และ KERRY XL เพื่อขยายตลาดไปยังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงบริการ Instant Pickup ร่วมกับ Grab และโมเดล Reseller Model (Orange Express) เพื่อเพิ่มจุดให้บริการและเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Longtail **เครือข่ายและลูกค้า:** มีจุดให้บริการมากกว่า 31,000 แห่งทั่วประเทศ (+19.5% จากสิ้นปี 2564) และมีลูกค้ามากกว่า 20 ล้านรายในเดือนมีนาคม 2565 (+29.9% YoY) ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 15,290.7 ล้านบาท ลดลง 10.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่มีสภาพคล่องลดลง 20.2% มาอยู่ที่ 5,824.0 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,473.3 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 28.7% และหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 17.4% ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 8,817.3 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากสิ้นปี 2564 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.73 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.62 เท่าในปีก่อน อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 1.25 เท่า ลดลงจาก 1.35 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า และอัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสดติดลบที่ -0.11 เท่า บ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารกระแสเงินสด ## สรุปท้าย KEX ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับความท้าทายจากการขาดทุนสุทธิ 491.1 ล้านบาท แม้ปริมาณพัสดุจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 46% จากกลยุทธ์ราคาเชิงรุก แต่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนขายและบริการ ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ การขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น KERRY COOL และ KERRY XL รวมถึงการเพิ่มจุดให้บริการและพันธมิตร เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน และแนวโน้มการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KEX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,822.95 ล้านบาท
↓ 28.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-2,231.63 ล้านบาท
↑ 215.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-122.42 %
กำไรสุทธิ
-2,624.79 ล้านบาท
↑ 127.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-143.99 %
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,823
↓ -28.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-2,232
↑ + 215.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,625
↑ + 127.1% YoY
D/E Ratio
2.18

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รายได้รวม
1,822.95
-28.41%
2,546.50
-37.71%
4,088.21
-13.78%
4,741.85
-75.06%
19,010.05
-4.45%
19,894.60
กำไรขั้นต้น
-2,231.63
-215.51%
-707.31
-35.95%
-520.27
-24.44%
-418.09
-159.79%
699.26
-77.28%
3,077.77
ค่าใช้จ่ายรวม
252.79
-43.83%
450.03
-31.32%
655.26
+74.79%
374.89
-71.48%
1,314.27
-13.20%
1,514.15
กำไรสุทธิ
-2,624.79
-127.15%
-1,155.56
-24.02%
-931.75
-54.18%
-604.34
-143.01%
1,405.03
+5.76%
1,328.55
กำไรต่อหุ้น
-0.75
-126.97%
-0.33
-24.06%
-0.27
-54.65%
-0.17
-142.89%
0.40
+5.80%
0.38
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-122.42
-340.68%
-27.78
-118.22%
-12.73
-44.33%
-8.82
-339.67%
3.68
-76.21%
15.47
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.87
-21.51%
17.67
+10.23%
16.03
+102.65%
7.91
+14.47%
6.91
-9.20%
7.61
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-143.99
-217.30%
-45.38
-99.12%
-22.79
-78.89%
-12.74
-272.40%
7.39
+10.63%
6.68
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
-234.73
-176.84%
-84.79
-136.71%
-35.82
-7,721.28%
0.47
-97.81%
21.48
+121.11%
-101.74
ROA(%)
-59.38
-39.03%
-42.71
-75.98%
-24.27
-3,952.38%
0.63
-95.68%
14.57
+138.27%
-38.07
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.18
-10.29%
2.43
+182.56%
0.86
+3.61%
0.83
+6.41%
0.78
-49.02%
1.53
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
1.20
-47.37%
2.28
-47.71%
4.36
-7.82%
4.73
4.73
4.73
BV
1.41
-35.02%
2.17
-48.58%
4.22
0.00
0.00
0.00
YIELD(%)
0.00
0.00
-100.00%
4.03
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
1.69
-65.79%
4.94
-73.15%
18.40
-39.17%
30.25
-38.58%
49.25
+9,371.15%
0.52
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-234.73
ROA (%)
-59.38
Book Value/หุ้น
0.00

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
4,340.60
+93.43%
2,244.02
-49.09%
4,408.03
-38.14%
7,125.43
-36.82%
11,277.93
+300.18%
2,818.22
+26.34%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
3,135.64
-53.65%
6,811.69
-11.37%
7,685.20
-22.53%
9,920.12
+23.38%
8,040.31
+151.58%
3,195.99
+25.98%
รวมสินทรัพย์
7,476.24
-17.01%
9,055.71
-25.12%
12,093.24
-29.05%
17,045.55
-11.76%
19,318.24
+221.21%
6,014.21
+26.15%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,704.57
-13.17%
5,417.85
+22.65%
4,417.25
-16.31%
5,277.86
+12.34%
4,698.24
+64.21%
2,861.06
-10.56%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
423.45
-57.44%
994.96
-15.56%
1,178.30
-51.92%
2,450.80
-35.04%
3,772.52
+310.06%
919.99
+1,065.43%
รวมหนี้สิน
5,128.03
-20.03%
6,412.81
+14.61%
5,595.55
-27.60%
7,728.66
-8.76%
8,470.76
+124.03%
3,781.04
+15.35%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,348.21
-9.56%
2,642.90
-59.33%
6,497.69
-30.26%
9,316.89
-14.11%
10,847.47
+385.74%
2,233.16
+49.90%
D/E
2.18
2.43
0.86
0.83
0.78
1.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-234.73
-84.79
-35.82
0.47
21.48
-101.74
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-59.38
-42.71
-24.27
0.63
14.57
-38.07
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.92
0.41
1.00
1.35
2.40
1.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.89
0.38
0.91
0.55
2.38
1.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
45.39
50.77
0.00
0.00
30.77
30.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1.12
2.24
0.00
0.00
2.48
1.91
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
51.18
46.58
0.00
0.00
53.50
60.39
วงจรเงินสด
-4.67
6.43
0.00
0.00
-20.25
-28.29
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,494
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+382
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KEX

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,493.79
-15.95%
1,777.29
+48.52%
1,196.66
-161.02%
-1,961.24
-156.74%
3,456.74
+85.70%
1,861.43
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
381.61
-130.60%
-1,247.17
-1,762.89%
75.00
-98.41%
4,731.86
-1,360.15%
-375.50
-75.50%
-1,532.78
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,550.61
+28.03%
1,992.24
+61.75%
1,231.71
-58.15%
2,943.17
-48.42%
5,705.72
+47,447.67%
12.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-2,313.26
-191.71%
2,522.35
+0.76%
2,503.38
-129.77%
-8,407.90
-195.69%
8,786.96
+2,479.47%
340.65
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
736.33
-65.96%
2,163.03
+67.82%
1,288.87
-86.71%
9,696.76
+965.81%
909.80
+59.85%
569.15
-35.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00