บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.03
+0.01 (+50.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7822 out_tok=2591 at=2026-07-25T07:02:42 -->
# KC Q2/2566: รายได้โต 68% แต่กำไรสุทธิหด 38% รับผลกระทบต้นทุนขายพุ่ง-รายการพิเศษ
## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์พุ่งแรง 68% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 38% ใน Q2/2566 ขณะที่ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับลดราคาขายในบางโครงการ
บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 69.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 68.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยกลับมีผลขาดทุนสุทธิ 12.12 ล้านบาท ลดลง 38.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 19.65 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ และการปรับลดราคาขายในบางโครงการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ KC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า และการปรับลดราคาขายในบางโครงการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 68.07% เป็น 69.23 ล้านบาท แต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.32% เป็น 12.12 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น** มาจากการขายบ้านในโครงการแนวราบของบริษัทฯ โดยมีจำนวนหลังที่ขายได้มากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีการปรับราคาขายลงในบางโครงการ
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 81.78%** เป็น 54.39 ล้านบาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.36% ในปีก่อน เหลือ 21.44%** ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดราคาขายในบางโครงการดังกล่าว
นอกจากนี้ **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 280.69%** เป็น 5.52 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่รายการนี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นได้
ในส่วนของค่าใช้จ่าย **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 21.39%** เป็น 4.71 ล้านบาท แม้รายได้จะสูงขึ้น แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนบางรายการผันแปรตามยอดขายที่ลดลงในอดีต
**ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 1.55%** เป็น 20.35 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายแล้ว สัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 50.18% เหลือ 29.39% สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น เช่น รายจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทน
**ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย 2.62%** เป็น 7.42 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นและดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าซื้อในปีก่อน แต่ส่วนใหญ่ของต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นดอกเบี้ยของหนี้สินผิดนัดชำระ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการปรับกลยุทธ์การขาย แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการปรับราคาขายเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากบริษัทฯ ไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือไม่สามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคเป็นปัจจัยบวก แต่มีลักษณะเป็นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 68.07%** เป็น 69.23 ล้านบาท จากการขายบ้านในโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 38.32%** เป็น 12.12 ล้านบาท (จากขาดทุน 19.65 ล้านบาทในปีก่อน)
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 27.36% เป็น 21.44% เนื่องจากมีการปรับลดราคาขายในบางโครงการ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 81.78%** เป็น 54.39 ล้านบาท
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 280.69%** เป็น 5.52 ล้านบาท จากการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** เมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 69.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.07% เมื่อเทียบกับ 41.19 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 81.78% เป็น 54.39 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 31.68% เป็น 14.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.36% เหลือ 21.44% เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ และรายการพิเศษ ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 12.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 19.65 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มจำนวนบ้านที่ขายได้ในโครงการแนวราบ แม้จะมีการปรับลดราคาขาย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการกระตุ้นยอดขาย
* **รายได้อื่นจากการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค:** รายได้ส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้รวมของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับลดราคาขายในบางโครงการเพื่อกระตุ้นยอดขาย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงต้นทุนวัสดุและแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **หนี้สินผิดนัดชำระ:** การที่ต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่ยังคงเป็นดอกเบี้ยของหนี้สินผิดนัดชำระ บ่งชี้ถึงปัญหาสภาพคล่องหรือภาระหนี้สินที่ยังคงอยู่
* **คดีความฟ้องร้อง:** การที่บริษัทยังคงมีคดีความฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก (1,431.65 ล้านบาท) กับสถาบันการเงินและพวก เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลประกอบการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการปรับขึ้นราคาขายหรือควบคุมต้นทุนได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย
* **ความคืบหน้าของคดีความ:** ผลการพิจารณาคดีแพ่งที่บริษัทยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ความสามารถในการจัดการกับหนี้สินผิดนัดชำระและภาระดอกเบี้ย
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะสามารถสร้างยอดขายและอัตรากำไรที่ดีได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอน (รายได้จากการขาย):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 68.07% เป็น 69.23 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับอัตรากำไร
* **Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้โดยตรง ทำให้ประเมินความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคตได้ยาก
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.36% เป็น 21.44% เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 81.78% บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุน
* **D/E Ratio:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่จากข้อมูลหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ อาจบ่งชี้ถึงภาระทางการเงินที่ยังคงอยู่
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 972.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.28% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 11.27% จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.35% เป็น 591.09 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น 14.75 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 6.88% เป็น 293.52 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนสุทธิในช่วงหกเดือนแรกของปี 2566
## สรุปท้าย
KC ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเพิ่มรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ถึง 68% แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต้องจับตาคือ **การที่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า และการปรับลดราคาขายในบางโครงการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น** แม้จะมีรายได้อื่นจากการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคเข้ามาช่วยเสริม แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและภาระหนี้สินที่ยังคงอยู่ รวมถึงคดีความฟ้องร้อง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
-16.92
ล้านบาท
↓ 80.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.14
ล้านบาท
↓ 72.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.21
%
กำไรสุทธิ
-96.49
ล้านบาท
↑ 2384.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
570.15
%
D/E Ratio
7.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-17
↓ -80.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -72.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-96
↑ + 2384.3%
YoY
D/E Ratio
7.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.19
ROE (%)
-93.02
ROA (%)
-15.35
Book Value/หุ้น
0.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-79
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KC
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-78.83
-12.38%
|
-89.97
-193.93%
|
95.78
-198.83%
|
-96.91
+175.39%
|
-35.19
-544.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
80.71
-5,208.23%
|
-1.58
-89.02%
|
-14.39
-112.40%
|
116.07
-4.59%
|
121.65
-626.40%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
112.42
+1,195.16%
|
8.68
-91.13%
|
97.89
-459.76%
|
-27.21
-71.93%
|
-96.95
+500.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
114.28
-237.92%
|
-82.86
-146.22%
|
179.29
-2,327.20%
|
-8.05
-23.33%
|
-10.50
-66.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
146.29
-25.62%
|
196.67
+916.91%
|
19.34
-29.39%
|
27.39
-0.90%
|
27.64
-53.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
149.01
+1.86%
|
146.29
-25.62%
|
196.67
+916.91%
|
19.34
-29.39%
|
27.39
-0.90%
|