บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10884 out_tok=2578 at=2026-07-25T18:05:02 -->
# JMART กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 27.3% แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ โตกว่า 53%
## รายได้รวมโต 18% จากธุรกิจมือถือและบริหารหนี้ ขณะที่กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 1,795 ล้านบาท ลดลง 27.3% จากปีก่อน
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการปี 2565 โดยมีรายได้รวมเติบโต 18.0% มาอยู่ที่ 13,920 ล้านบาท จากการขยายตัวของธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม รวมถึงธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,795 ล้านบาท ลดลง 27.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ JMART ในปี 2565 คือ **การลดลงของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่ถูกหักล้างด้วยรายการพิเศษจำนวนมาก** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 18.0% มาอยู่ที่ 13,920 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB) ที่มียอดขาย 9,552 ล้านบาท เติบโต 77% และธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ที่มีกระแสเงินสดเรียกเก็บได้ 5,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลง 27.3% มาอยู่ที่ 1,795 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจาก **"กำไรพิเศษ" ในปี 2564 จำนวน 1,296 ล้านบาท** ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิในปี 2565 จะเติบโตถึง 53%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **Organic Growth**: การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ยอดขายโทรศัพท์มือถือ สินค้าไอที และอุปกรณ์เสริมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้น
2. **Inorganic Growth**: การเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเพื่อสร้าง Ecosystem และต่อยอดธุรกิจร่วมกัน เช่น การลงทุนใน "สุกี้ตี๋น้อย" (30%), บริษัท เอวานทิส แลบอราทอรี (ประเทศไทย) (41.9%), บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ (9.2%), และบริษัท PRTR (15.0%) ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (หากรวมรายการพิเศษ) เป็นผลมาจาก **การบันทึกกำไรพิเศษจำนวนมากในปี 2564** ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในปี 2565 ทำให้ตัวเลขเปรียบเทียบดูเหมือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากพิจารณาการดำเนินงานปกติ จะเห็นว่าธุรกิจหลักยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ JMB และ JMT
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนและค่าใช้จ่าย ได้แก่ ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 18.5% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายในธุรกิจบริหารหนี้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 27.9% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย ค่าเช่า และการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ Organic Growth ที่ธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจบริหารหนี้ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากการขยายช่องทางการขายและการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ (Inorganic Growth) จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในปี 2566 ซึ่งจะเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบกำไรสุทธิกับปี 2565 จะต้องพิจารณาถึงการไม่มีรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2565 นี้ด้วย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 18.0%**: มาอยู่ที่ 13,920 ล้านบาท จากการขยายตัวของธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB) และธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT)
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 27.3%**: อยู่ที่ 1,795 ล้านบาท เนื่องจากปี 2564 มีกำไรพิเศษ 1,296 ล้านบาท หากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะเติบโต 53%
* **ธุรกิจหลักยังคงเติบโต**: JMB มียอดขาย 9,552 ล้านบาท เติบโต 77% และ JMT มีกระแสเงินสดเรียกเก็บได้ 5,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21%
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่**: เข้าลงทุนใน "สุกี้ตี๋น้อย", เอวานทิส แลบอราทอรี, น้ำตาลบุรีรัมย์, และ PRTR เพื่อสร้าง Ecosystem และต่อยอดธุรกิจ
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น**: ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 18.5% และค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 27.9%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 JMART มีรายได้รวมจากการขายและบริการ 13,920.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% จาก 11,792.8 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (16.9%) และรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (22.4%) อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4,310.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 31.3% เป็น 31.0% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 27.9% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 31.4% เป็น 3,364.7 ล้านบาท แต่เมื่อหักลบด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 1,531.5 ล้านบาท เหลือ 247.9 ล้านบาท) และรายการพิเศษในปี 2564 ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 27.3% มาอยู่ที่ 1,795.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจหลัก**: ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB) และธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง
* **การสร้าง Ecosystem**: การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น "สุกี้ตี๋น้อย" จะช่วยสร้าง Synergy และต่อยอดธุรกิจในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ**: การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจค้าปลีก
* **การขยายช่องทางการขาย**: การใช้ Synergy ระหว่างบริษัทในกลุ่มและการขายผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยเพิ่มยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก**: ตลาดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอทีมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ**: สภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน**: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ**: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เข้าลงทุนใหม่**: การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก "สุกี้ตี๋น้อย", เอวานทิส, น้ำตาลบุรีรัมย์, และ PRTR ในปี 2566
* **การเติบโตของ JMT**: ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพและการขยายพอร์ตหนี้อย่างต่อเนื่อง
* **การขยายตัวของ JMB**: การเพิ่มจำนวนสาขาและการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: การควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การพัฒนาเทคโนโลยี**: ความคืบหน้าของบริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) ในการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain และ dApp
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะ Technology Investment Holding Company, JMART มีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านบริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) ที่มุ่งพัฒนาระบบ Blockchain (JFIN Chain) เพื่อรองรับ dApp ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขรายได้หรือค่าใช้จ่าย R&D ที่ชัดเจนของ JVC แต่การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น การร่วมทุนกับ KB Kookmin Card ในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (KBJ) และการพัฒนาระบบ Samsung Finance Plus สำหรับสินเชื่อมือถือ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้และบริการใหม่ๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 55,401.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 42.4% จากการลงทุนในบริษัทร่วม หนี้ด้อยคุณภาพ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หนี้สินรวมอยู่ที่ 24,619.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จากการกู้ยืมสถาบันการเงินและการออกหุ้นกู้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.54 เท่า เป็น 0.67 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 30,781.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากการออกหุ้นเพิ่มทุนและกำไรสะสม
## สรุปท้าย
JMART ในปี 2565 เผชิญกับผลกำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการไม่มีรายการพิเศษเหมือนปี 2564 อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้รวม 18.0% จากธุรกิจหลักอย่างการจัดจำหน่ายมือถือและธุรกิจบริหารหนี้ รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาว การจับตาดูผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เข้าลงทุนใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|