JMART
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JMART
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9410 out_tok=3067 at=2026-07-25T18:17:24 --> # JMART กำไรประวัติศาสตร์โต 209% รับแรงหนุนธุรกิจการเงิน-มือถือ ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง ## Q4/2564 กำไรพุ่ง 2,468 ล้านบาท โตกว่า 2 เท่าตัว จาก Synergy กลุ่มธุรกิจ-การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกาศผลประกอบการปี 2564 ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 209% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการดำเนินงานร่วมกันแบบ Synergy ของกลุ่มบริษัท และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMART ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรสุทธิที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209% YoY** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT)** ซึ่งมีสัดส่วนกำไรในกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **การดำเนินงานร่วมกันแบบ Synergy** ของ 6 สายธุรกิจหลักที่ช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และสร้างการเติบโตของรายได้และกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** JMT ยังคงเดินหน้าสร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ สามารถเรียกเก็บกระแสเงินสดได้ตามเป้าหมายที่ 4,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY ประกอบกับการที่บริษัทได้เพิ่มทุนในช่วงปลายปี 2563 ทำให้ JMT มีสภาพคล่องเพียงพอในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตในปี 2565 นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับธนาคารกสิกรไทยยิ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต * **Synergy ของกลุ่มบริษัท:** การผนึกกำลังของ 6 สายธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB), ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT), ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (KBJ - รับรู้ส่วนแบ่งกำไร), ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (JVC), ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าพร้อมบริการเช่าซื้อ (Singer - บริษัทร่วม) และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ค้าปลีก (J) ช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี โดยเฉพาะการขยายช่องทางการขายที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดห้างสรรพสินค้า และการใช้ช่องทางการขายผ่าน Synergy ของกลุ่มบริษัท ทำให้รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้น 11.4% เป็น 8,176.6 ล้านบาท * **การบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วม Singer ได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหม่ในราคาที่สูงกว่าต้นทุน ทำให้ JMART บันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทร่วมมูลค่า 1,230 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในปี 2564 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการบริหารจัดการหนี้และการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับ KBank นอกจากนี้ การดำเนินงานแบบ Synergy ของกลุ่มบริษัทยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งและลดผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ โดยบริษัทได้วางแผนการดำเนินงานที่ลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การผสานช่องทางการจัดจำหน่าย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งจะช่วยรักษาผลประกอบการที่ดีในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงต่อเนื่องเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209% YoY * **รายได้รวมเติบโต 5.3%:** อยู่ที่ 11,792.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ * **ธุรกิจ JMT เติบโตโดดเด่น:** กระแสเงินสดจากการติดตามหนี้เพิ่มขึ้น 24% YoY * **Synergy กลุ่มธุรกิจ:** ช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 และขยายช่องทางการขาย * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูง:** จากการบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer มูลค่า 1,230 ล้านบาท * **การเพิ่มทุน Private Placement:** ได้รับเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท จาก VGI และ U City เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลงทุนในบริษัทย่อย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 JMART มีรายได้รวม 11,792.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB) ซึ่งมียอดขาย 8,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจากการปรับตัวและขยายช่องทางการขาย รวมถึงการใช้ Synergy กับบริษัทในกลุ่ม แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ของ JMT จะลดลงเล็กน้อยจากการที่ไม่ได้จัดทำงบการเงินรวมกับ KBJ แต่การเติบโตของรายได้โดยรวมของ JMT ยังคงช่วยชดเชยได้ ด้านต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 8,107.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย 0.9% มาอยู่ที่ 3,685.8 ล้านบาท เนื่องจากไม่ได้รวมธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงของ KBJ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลงถึง 16.5% มาอยู่ที่ 1,778.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายพนักงาน ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29.5% เป็น 2,561.2 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.5% เป็น 695.7 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนหุ้นกู้และวงเงินกู้ยืม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,048.1% เป็น 1,531.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer มูลค่า 1,230 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 209.3% เป็น 2,467.6 ล้านบาท หรือ 2.39 บาทต่อหุ้น ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพยังคงมีศักยภาพในการเติบโต และ JMT มีความพร้อมด้านสภาพคล่องในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม * **การเป็นพันธมิตรกับ KBank:** การร่วมมือกับ KBank จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับ JMT * **การขยายช่องทางการขาย:** การปรับตัวและขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการใช้ Synergy ของกลุ่มบริษัท จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ JMB * **การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech):** การลงทุนใน JVC เพื่อพัฒนาระบบ Blockchain และเทคโนโลยีทางการเงิน จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต * **การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน:** การระดมทุนผ่าน Private Placement กว่า 1 หมื่นล้านบาท จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนและขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดที่ต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจค้าปลีก, การเงิน และเทคโนโลยี มีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินและเทคโนโลยี อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและผลประกอบการของธุรกิจสินเชื่อ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลการดำเนินงานของ JMT:** การเติบโตของการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพและการบริหารจัดการหนี้ * **ความคืบหน้าของการเป็นพันธมิตรกับ KBank:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานของ JMT * **การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของ JMB:** การเพิ่มยอดขายมือถือและอุปกรณ์เสริม * **การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกลุ่มบริษัท:** ความคืบหน้าของ JVC และการนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ * **การใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุน PP:** การลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพื่อสร้างการเติบโต * **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การปรับตัวของธุรกิจต่อมาตรการภาครัฐและกำลังซื้อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี JMART มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะการลงทุนใน **JVC (เจ เวนเจอร์ส)** ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์และลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะระบบ **Decentralized Digital Lending Platform (DDLP)** ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของธุรกิจการเงินดิจิทัล การนำ Utility Token JFIN มาใช้ในการทำโปรโมชั่นภายในกลุ่มบริษัทในปี 2564 ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริง (Adoption) แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขรายได้หรือค่าใช้จ่าย R&D ของ JVC โดยตรง แต่การกล่าวถึงการพัฒนาระบบ DDLP และการนำ JFIN มาใช้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้าง Ecosystem ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญสำหรับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 JMART มีสินทรัพย์รวม 45,278.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.8% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการนำเงินเพิ่มทุนไปฝากในกองทุนระยะสั้น ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มโดย JMT และการลงทุนในบริษัทร่วม Singer หนี้สินรวมลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 18,455.7 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการคืนเงินกู้ระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 296.4% เป็น 26,822.6 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) ลดลงอย่างมากจาก 2.31 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มทุน ## สรุปท้าย JMART ปิดฉากปี 2564 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,468 ล้านบาท เติบโต 209% YoY โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) และการผนึกกำลัง Synergy ของกลุ่มธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 และสร้างการเติบโตของรายได้ การบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้กำไรพุ่งสูงขึ้น การระดมทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทผ่าน Private Placement ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมรับโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะจากธุรกิจ JMT และการเป็นพันธมิตรกับ KBank แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขัน แต่กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69 ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51 ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15 %
กำไรสุทธิ
-646.92 ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33 %
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6% YoY
D/E Ratio
0.71

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,960.69
+10.22%
3,593.33
+0.59%
3,572.08
-3.46%
3,700.25
+0.48%
3,682.54
+10.78%
3,324.04
+1.88%
กำไรขั้นต้น —
1,154.51
+3.90%
1,111.18
-8.04%
1,208.39
+12.15%
1,077.49
+2.17%
1,054.58
+10.07%
958.10
+5.39%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,035.84
+42.31%
727.89
-4.84%
764.94
+30.12%
587.86
+28.20%
458.55
-4.82%
481.80
-24.42%
กำไรสุทธิ —
-646.92
-308.65%
310.05
+86.78%
166.00
-67.89%
516.94
-68.32%
1,631.96
+502.02%
271.08
+76.10%
กำไรต่อหุ้น —
-0.44
-308.49%
0.21
+87.61%
0.11
-67.99%
0.35
-68.34%
1.12
+502.70%
0.19
+76.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
29.15
-5.72%
30.92
-8.60%
33.83
+16.17%
29.12
+1.68%
28.64
-0.62%
28.82
+3.45%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
26.15
+29.07%
20.26
-5.37%
21.41
+34.74%
15.89
+27.63%
12.45
-14.08%
14.49
-25.84%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-16.33
-289.22%
8.63
+85.59%
4.65
-66.71%
13.97
-68.48%
44.32
+443.14%
8.16
+72.88%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
+100.00%
-72.62
+10.99%
-81.59
+0.01%
-81.60
-8,780.85%
0.94
+102.88%
-32.60
+17.13%
ROE(%) —
-0.87
-114.48%
6.01
+352.52%
-2.38
-124.02%
9.91
-57.83%
23.50
+4.91%
22.40
+272.71%
ROA(%) —
2.67
-50.28%
5.37
+53.87%
3.49
-52.84%
7.40
-35.99%
11.56
+25.65%
9.20
+71.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.71
-6.58%
0.76
-15.56%
0.90
+12.50%
0.80
+15.94%
0.69
-75.62%
2.83
+272.37%
P/E —
15.69
-19.08%
19.39
+119.39%
-100.00
-600.50%
19.98
-72.18%
71.81
+165.28%
27.07
-13.13%
P/BV —
0.54
-47.06%
1.02
-23.88%
1.34
-61.27%
3.46
-77.12%
15.12
+180.52%
5.39
+132.33%
BV —
12.88
-0.23%
12.91
+0.31%
12.87
+9.07%
11.80
+131.83%
5.09
+35.01%
3.77
-15.09%
YIELD(%) —
3.48
+3.57%
3.36
-47.42%
6.39
+80.00%
3.55
+332.93%
0.82
-35.94%
1.28
ราคาหุ้น —
6.90
-47.73%
13.20
-23.70%
17.30
-57.55%
40.75
-29.13%
57.50
+187.50%
20.00
+139.52%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
8,629.37
-2.44%
9,102.69
-14.02%
10,587.30
-35.88%
16,512.66
-8.13%
17,973.95
+103.77%
8,820.53
+21.31%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
47,460.15
-6.67%
50,850.71
-1.55%
51,652.35
+32.82%
38,888.49
+42.43%
27,304.33
+59.86%
17,080.56
+30.37%
รวมสินทรัพย์ —
56,089.52
-6.04%
59,953.40
-3.67%
62,239.65
+12.34%
55,401.15
+22.36%
45,278.28
+74.81%
25,901.09
+27.14%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
10,465.29
-29.46%
15,092.50
+34.49%
11,221.91
+42.91%
7,852.60
-2.92%
8,089.15
-15.27%
9,547.23
+28.01%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
12,905.72
+20.10%
10,746.24
-41.25%
18,289.93
+9.08%
16,767.15
+61.74%
10,366.50
+8.12%
9,587.70
+24.81%
รวมหนี้สิน —
23,371.01
-8.64%
25,838.74
-12.45%
29,511.84
+19.87%
24,619.75
+33.40%
18,455.66
-3.55%
19,134.93
+26.38%
รวมส่วนของเจ้าของ —
32,718.51
-4.09%
34,114.67
+4.24%
32,727.82
+6.32%
18,965.07
+9.85%
17,264.50
+361.72%
3,739.18
+10.45%
D/E —
0.71
0.76
0.90
1.30
1.07
5.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-0.87
6.01
-2.38
9.91
23.50
22.40
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.67
5.37
3.49
7.40
11.56
9.20
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.82
0.60
0.94
2.10
2.22
0.92
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.35
0.34
0.59
1.36
1.76
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
14.59
25.27
0.00
0.00
34.86
14.20
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
39.40
41.80
0.00
0.00
53.65
54.63
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
17.34
19.77
0.00
0.00
39.21
45.39
วงจรเงินสด —
36.65
47.30
0.00
0.00
49.29
23.44
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,394.29
+88.34%
-740.32
-158.43%
1,267.12
+196.55%
427.28
-67.96%
1,333.39
-144.90%
-2,969.74
+98.62%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,169.99
-204.67%
-2,073.09
-125.07%
8,267.80
-271.19%
-4,829.59
-68.58%
-15,369.09
+1,440.65%
-997.57
-364.94%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-3,593.41
-161.43%
5,849.19
-197.76%
-5,983.47
-184.78%
7,057.65
-41.14%
11,989.61
-1,295.76%
-1,002.68
-352.34%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-2,817.69
-192.82%
3,035.68
-14.52%
3,551.44
+33.74%
2,655.54
-229.82%
-2,045.62
-58.84%
-4,970.42
+589.92%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,419.75
-30.54%
2,044.01
-49.04%
4,011.29
+60.66%
2,496.81
+80.82%
1,380.79
+132.35%
594.26
-55.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
828.00
-41.68%
1,419.75
-30.54%
2,044.01
-49.04%
4,011.29
+60.66%
2,496.81
+80.82%
1,380.79
+132.35%