บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9410 out_tok=3067 at=2026-07-25T18:17:24 -->
# JMART กำไรประวัติศาสตร์โต 209% รับแรงหนุนธุรกิจการเงิน-มือถือ ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง
## Q4/2564 กำไรพุ่ง 2,468 ล้านบาท โตกว่า 2 เท่าตัว จาก Synergy กลุ่มธุรกิจ-การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกาศผลประกอบการปี 2564 ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 209% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการดำเนินงานร่วมกันแบบ Synergy ของกลุ่มบริษัท และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMART ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรสุทธิที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209% YoY** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT)** ซึ่งมีสัดส่วนกำไรในกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **การดำเนินงานร่วมกันแบบ Synergy** ของ 6 สายธุรกิจหลักที่ช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และสร้างการเติบโตของรายได้และกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** JMT ยังคงเดินหน้าสร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ สามารถเรียกเก็บกระแสเงินสดได้ตามเป้าหมายที่ 4,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY ประกอบกับการที่บริษัทได้เพิ่มทุนในช่วงปลายปี 2563 ทำให้ JMT มีสภาพคล่องเพียงพอในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตในปี 2565 นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับธนาคารกสิกรไทยยิ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต
* **Synergy ของกลุ่มบริษัท:** การผนึกกำลังของ 6 สายธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB), ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT), ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (KBJ - รับรู้ส่วนแบ่งกำไร), ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (JVC), ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าพร้อมบริการเช่าซื้อ (Singer - บริษัทร่วม) และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ค้าปลีก (J) ช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี โดยเฉพาะการขยายช่องทางการขายที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดห้างสรรพสินค้า และการใช้ช่องทางการขายผ่าน Synergy ของกลุ่มบริษัท ทำให้รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้น 11.4% เป็น 8,176.6 ล้านบาท
* **การบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วม Singer ได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหม่ในราคาที่สูงกว่าต้นทุน ทำให้ JMART บันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทร่วมมูลค่า 1,230 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในปี 2564 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการบริหารจัดการหนี้และการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับ KBank นอกจากนี้ การดำเนินงานแบบ Synergy ของกลุ่มบริษัทยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งและลดผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ โดยบริษัทได้วางแผนการดำเนินงานที่ลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การผสานช่องทางการจัดจำหน่าย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งจะช่วยรักษาผลประกอบการที่ดีในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงต่อเนื่องเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209% YoY
* **รายได้รวมเติบโต 5.3%:** อยู่ที่ 11,792.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
* **ธุรกิจ JMT เติบโตโดดเด่น:** กระแสเงินสดจากการติดตามหนี้เพิ่มขึ้น 24% YoY
* **Synergy กลุ่มธุรกิจ:** ช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 และขยายช่องทางการขาย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูง:** จากการบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer มูลค่า 1,230 ล้านบาท
* **การเพิ่มทุน Private Placement:** ได้รับเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท จาก VGI และ U City เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลงทุนในบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 JMART มีรายได้รวม 11,792.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม (JMB) ซึ่งมียอดขาย 8,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจากการปรับตัวและขยายช่องทางการขาย รวมถึงการใช้ Synergy กับบริษัทในกลุ่ม แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้และกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ของ JMT จะลดลงเล็กน้อยจากการที่ไม่ได้จัดทำงบการเงินรวมกับ KBJ แต่การเติบโตของรายได้โดยรวมของ JMT ยังคงช่วยชดเชยได้
ด้านต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 8,107.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย 0.9% มาอยู่ที่ 3,685.8 ล้านบาท เนื่องจากไม่ได้รวมธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงของ KBJ
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลงถึง 16.5% มาอยู่ที่ 1,778.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายพนักงาน ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29.5% เป็น 2,561.2 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.5% เป็น 695.7 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนหุ้นกู้และวงเงินกู้ยืม
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,048.1% เป็น 1,531.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer มูลค่า 1,230 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 209.3% เป็น 2,467.6 ล้านบาท หรือ 2.39 บาทต่อหุ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพยังคงมีศักยภาพในการเติบโต และ JMT มีความพร้อมด้านสภาพคล่องในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม
* **การเป็นพันธมิตรกับ KBank:** การร่วมมือกับ KBank จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับ JMT
* **การขยายช่องทางการขาย:** การปรับตัวและขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการใช้ Synergy ของกลุ่มบริษัท จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ JMB
* **การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech):** การลงทุนใน JVC เพื่อพัฒนาระบบ Blockchain และเทคโนโลยีทางการเงิน จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต
* **การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน:** การระดมทุนผ่าน Private Placement กว่า 1 หมื่นล้านบาท จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนและขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดที่ต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจค้าปลีก, การเงิน และเทคโนโลยี มีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินและเทคโนโลยี อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและผลประกอบการของธุรกิจสินเชื่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของ JMT:** การเติบโตของการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพและการบริหารจัดการหนี้
* **ความคืบหน้าของการเป็นพันธมิตรกับ KBank:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานของ JMT
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของ JMB:** การเพิ่มยอดขายมือถือและอุปกรณ์เสริม
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกลุ่มบริษัท:** ความคืบหน้าของ JVC และการนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้
* **การใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุน PP:** การลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพื่อสร้างการเติบโต
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การปรับตัวของธุรกิจต่อมาตรการภาครัฐและกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี JMART มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะการลงทุนใน **JVC (เจ เวนเจอร์ส)** ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์และลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะระบบ **Decentralized Digital Lending Platform (DDLP)** ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของธุรกิจการเงินดิจิทัล การนำ Utility Token JFIN มาใช้ในการทำโปรโมชั่นภายในกลุ่มบริษัทในปี 2564 ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริง (Adoption)
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขรายได้หรือค่าใช้จ่าย R&D ของ JVC โดยตรง แต่การกล่าวถึงการพัฒนาระบบ DDLP และการนำ JFIN มาใช้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้าง Ecosystem ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญสำหรับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 JMART มีสินทรัพย์รวม 45,278.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.8% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการนำเงินเพิ่มทุนไปฝากในกองทุนระยะสั้น ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มโดย JMT และการลงทุนในบริษัทร่วม Singer
หนี้สินรวมลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 18,455.7 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการคืนเงินกู้ระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 296.4% เป็น 26,822.6 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) ลดลงอย่างมากจาก 2.31 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
JMART ปิดฉากปี 2564 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,468 ล้านบาท เติบโต 209% YoY โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) และการผนึกกำลัง Synergy ของกลุ่มธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 และสร้างการเติบโตของรายได้ การบันทึกส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนเงินลงทุนใน Singer ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้กำไรพุ่งสูงขึ้น การระดมทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทผ่าน Private Placement ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมรับโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะจากธุรกิจ JMT และการเป็นพันธมิตรกับ KBank แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขัน แต่กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|