บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9739 out_tok=3336 at=2026-07-25T18:52:38 -->
# JMART พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/66 หลังหักรายการพิเศษ เผยธุรกิจหลักยังแกร่ง-จับตา SINGER-SGC ฟื้น Q2
## รายได้รวมหดตัว 3.8% จากธุรกิจมือถือ แต่กำไรขั้นต้นโต 5.3% หนุนโดยธุรกิจบริหารหนี้ ขณะที่ภาพรวมคาด Q1 เป็นจุดต่ำสุดของปี
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 3,377.4 ล้านบาท ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายในธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.3% จากการเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และบริษัทคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1 นี้จะเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ JMART ในไตรมาส 1/2566 คือ **การพลิกขาดทุนสุทธิ 294.7 ล้านบาท** จากเดิมที่เคยมีกำไร 325.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยสาเหตุสำคัญมาจาก **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก SINGER (บริษัทร่วม) จำนวน 218 ล้านบาท** และ **ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จากเงินลงทุนในตราสารทุนมูลค่า 352 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท สะท้อนว่า **ธุรกิจหลักยังคงสร้างผลกำไรได้ดี** โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ที่ยังคงเติบโตได้ตามเป้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การพลิกขาดทุนสุทธิเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
1. **ผลกระทบจากบริษัทร่วม:** SINGER ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่ JMART ถือหุ้น 25.4% มีผลขาดทุนสุทธิ 843.3 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 เนื่องจากต้องตั้งสำรองลูกหนี้สินเชื่อในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ำเชิงพาณิชย์ของ SGC ซึ่งส่งผลให้ JMART ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมาก
2. **ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน:** การขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในตราสารทุน เป็นผลจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด ณ สิ้นงวด ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
ในขณะเดียวกัน **ธุรกิจหลักของกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง**:
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB):** มียอดขาย 2,199 ล้านบาท ลดลง 11% YoY แต่ยังคงมีผลกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ่านโปรโมชั่นและช่องทาง Synergy ในไตรมาส 2
* **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** ยังคงสร้างผลประกอบการได้ตามเป้าหมาย โดยมีกระแสเงินสดเรียกเก็บ 1,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และยังคงซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ค้าปลีก (J):** มีกำไรสุทธิ 22.5 ล้านบาท จากการขยายพื้นที่เช่าและอัตราการเช่าที่ดีขึ้น โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการในปีนี้
* **ธุรกิจใหม่ที่ลงทุน:** เช่น Teenoi, BRR, PRTR มีการเติบโตที่ดีและสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของธุรกิจหลัก แต่รายการพิเศษมีลักษณะครั้งคราว**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่า **ไตรมาส 1/2566 จะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการ** และจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยมีเหตุผลสนับสนุนคือ:
* **การปรับกลยุทธ์ของ SINGER และ SGC:** ฝ่ายบริหารคาดว่าจะสามารถปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในไตรมาส 2 โดยจะเน้นการบริหารงานที่รัดกุมขึ้นและการนำเทคโนโลยีมาใช้
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** เช่น Teenoi, PRTR, BRR ยังคงมีพัฒนาการที่ดีและสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการโควิด คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม **ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในตราสารทุน** เป็นรายการที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ซึ่งอาจผันผวนได้ในอนาคต ส่วน **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก SINGER** จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของ SGC และการตั้งสำรองในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 294.7 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 325.1 ล้านบาทใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก SINGER (218 ลบ.) และ Unrealized Loss จากเงินลงทุนตราสารทุน (352 ลบ.)
* **กำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 57 ล้านบาท:** สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังคงสร้างกำไรได้ดี
* **รายได้รวม 3,377.4 ล้านบาท ลดลง 3.8% YoY:** มาจากการลดลงของยอดขายธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB)
* **กำไรขั้นต้นรวม 1,122.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% YoY:** หนุนโดยธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ที่ยังคงเติบโตได้
* **JMT ยังคงแข็งแกร่ง:** มีกระแสเงินสดเรียกเก็บ 1,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น QoQ และมีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม
* **SINGER ขาดทุนหนัก:** ผลขาดทุนสุทธิ 843.3 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้สินเชื่อเชิงพาณิชย์ของ SGC คาดฟื้นตัวตั้งแต่ Q2/66
* **ธุรกิจใหม่สร้างผลตอบแทน:** Teenoi, BRR, PRTR มีการเติบโตที่ดี และ Teenoi มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 JMART มีรายได้รวม 3,377.4 ล้านบาท ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ (JMB) ซึ่งมียอดขาย 2,199 ล้านบาท ลดลง 11% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจการเงิน (JMT) เพิ่มขึ้น 1.9% เป็น 969.8 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่า (J) เพิ่มขึ้น 24.6% เป็น 88.1 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 7.8% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.3% เป็น 1,122.5 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 30.3% เป็น 33.2% ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 11.9% เป็น 649.5 ล้านบาท ส่วนกำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 73.4% เหลือ 180.6 ล้านบาท
สำหรับผลกำไรสุทธิ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 294.7 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 325.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก SINGER จำนวน 218 ล้านบาท และผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในตราสารทุน 352 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจ SINGER และ SGC:** ฝ่ายจัดการคาดว่ากลยุทธ์การบริหารงานใหม่และการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยแก้ไขสถานการณ์และทำให้ผลประกอบการของ SINGER และ SGC ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
* **การเติบโตของธุรกิจหลัก:** ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** J มีแผนเปิดโครงการศูนย์การค้าใหม่ 2 โครงการในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าเช่าในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** บริษัทที่ลงทุนใหม่ เช่น Teenoi, BRR, PRTR มีพัฒนาการที่ดีและสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง โดย Teenoi มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
* **Synergy ภายในกลุ่ม:** การดำเนินงานภายใต้แนวคิด "The Power of Synergy" จะช่วยสร้างระบบนิเวศในการดำเนินงานและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น
## ความเสี่ยง
* **การตั้งสำรองหนี้สินเชื่อของ SGC:** หากสถานการณ์การชำระหนี้ของลูกหนี้สินเชื่อเชิงพาณิชย์ยังคงมีปัญหา อาจส่งผลให้ SGC ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อผลประกอบการของ SINGER และ JMART
* **ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน:** ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในตราสารทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
* **การแข่งขันในธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ:** แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ แต่การแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือยังคงสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** การเติบโตของการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่ยังไม่สูงมากนัก อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจค้าปลีก
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของ SINGER และ SGC ในไตรมาส 2/2566:** จะสามารถปรับกลยุทธ์และฟื้นตัวได้ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่
* **ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของ JMT:** การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ของ J:** การเปิดโครงการใหม่จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามแผนหรือไม่
* **พัฒนาการของธุรกิจใหม่ที่ลงทุน:** โดยเฉพาะ Teenoi ที่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
* **การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน:** จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไปมากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) JMART ผ่านบริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) มีการพัฒนาโครงการ Digitization ทั้งในกลุ่มบริษัท (Jaymart DX) และนอกกลุ่ม (Corporate DX) รวมถึงการพัฒนาธุรกิจร่วมกับกลุ่มบริษัท (Business Co-creation) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับรายได้ recurring/subscription หรือค่าใช้จ่าย R&D ที่ชัดเจน แต่เน้นไปที่การลงทุนในสตาร์ทอัพและการพัฒนาโซลูชันดิจิทัล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 JMART มีสินทรัพย์รวม 58,075.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อของบริษัทย่อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 24,083.9 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากสิ้นปี 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 33,991.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นผลจากเงินรับค่าหุ้นล่วงหน้าและกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ไม่รวมหนี้จากสัญญาเช่า) อยู่ที่ 0.57 เท่า ลดลงจาก 0.67 เท่า แสดงถึงความแข็งแกร่งทางการเงินที่ดีขึ้น
ในไตรมาส 1/2566 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 200.1 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกำไรจากกิจการร่วมค้าและผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,379.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหำเงินเพิ่มขึ้น 1,881.0 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในบริษัทย่อย
## สรุปท้าย
JMART ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิจากการรับรู้รายการพิเศษจาก SINGER และการลงทุนในตราสารทุน แต่หัวใจสำคัญคือธุรกิจหลัก โดยเฉพาะ JMT ยังคงเติบโตได้ดี และฝ่ายจัดการคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จากการปรับกลยุทธ์ของ SINGER/SGC และการเติบโตของธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ของ SGC และความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|