บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8445 out_tok=2712 at=2026-07-25T19:30:39 -->
# JMART กำไร Q3/2564 พุ่ง 4% ทะลุเป้า 9 เดือน โชว์ศักยภาพธุรกิจการเงิน-เทคโนโลยี
## ธุรกิจการเงินแกร่งดันกำไรโตต่อเนื่อง ขณะธุรกิจค้าปลีกปรับตัวรับ New Normal
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 16% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 สูงถึง 836 ล้านบาท เกินกว่ากำไรทั้งปี 2563 แล้ว สะท้อนการฟื้นตัวและศักยภาพการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพและธุรกิจการเงินที่ยังคงทำผลงานได้ดี แม้ธุรกิจค้าปลีกจะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMART ในไตรมาส 3/2564 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) และการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อทะเบียนรถ (Singer)** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีต่อธุรกิจค้าปลีกได้ โดยกำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทำกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ จากการบริหารจัดการกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ซื้อเข้ามาใหม่ในไตรมาส 2/2564 และการบริหารจัดการหนี้เดิมที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนครบแล้ว ทำให้รายได้และฐานกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ JMT ยังอยู่ระหว่างการเพิ่มทุนเพื่อขยายการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในอนาคต
* **ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อทะเบียนรถ (Singer):** แม้จะมียอดขายสินค้าลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 3/2564 แต่บริษัทสามารถปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อให้รัดกุมขึ้น โดยเฉพาะการขยายพอร์ตสินเชื่อไปยังสินเชื่อทะเบียนรถ (Car for Cash) ทำให้ฐานรายได้จากดอกเบี้ยสินเชื่อยังคงเติบโตได้ดี และสามารถรักษาระดับ NPL ไว้ได้ในระดับต่ำที่ 3.7% นอกจากนี้ Singer ยังมีแผนเพิ่มทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อในอนาคต
* **ธุรกิจค้าปลีก (Jmart Mobile, JAS Asset, Beans and Brown):** ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การขายไปสู่ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ที่ยังดำเนินการได้ รวมถึงการใช้ Synergy ภายในกลุ่ม ทำให้ผลกระทบไม่รุนแรงนัก และคาดว่าธุรกิจค้าปลีกจะฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นช่วง High Season และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพและธุรกิจสินเชื่อ เนื่องจาก JMT มีแผนเพิ่มทุนเพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม และ Singer มีการขยายพอร์ตสินเชื่อ C4C อย่างชัดเจน รวมถึงการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโต นอกจากนี้ การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4/2564 จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจเช่าของ JAS Asset ที่จะเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เท่ากับ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 16% QoQ**
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เท่ากับ 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% YoY** ซึ่งสูงกว่ากำไรทั้งปี 2563 แล้ว
* **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) ทำกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์** จากการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม
* **ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อทะเบียนรถ (Singer) ยังคงเติบโตได้ดี** แม้จะมียอดขายสินค้าลดลงเล็กน้อย แต่รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อยังคงแข็งแกร่ง
* **ธุรกิจค้าปลีก (Jmart Mobile, JAS Asset) ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์** แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน Q4/2564
* **อยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรทางการลงทุนใหม่กับ VGI และ U City** คาดว่าจะเพิ่มทุนได้ภายในปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
JMART รายงานผลประกอบการรวมในไตรมาส 3/2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,578.5 ล้านบาท ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 8,110.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า (ธุรกิจค้าปลีก) ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ แต่รายได้จากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพยังคงเติบโตได้ดี
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมลดลง 10.0% ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในบางส่วน แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 19.6% ในไตรมาส 3/2564 และ 20% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น รวมถึงการไม่ต้องจัดทางบการเงินรวมกับ KB J Capital ในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.3% ในไตรมาส 3/2564 และเพิ่มขึ้นถึง 58.6% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ:** JMT มีแผนเพิ่มทุนเพื่อขยายการลงทุนในพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตได้ดีในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
* **การขยายพอร์ตสินเชื่อของ Singer:** การเน้นสินเชื่อทะเบียนรถ (Car for Cash) และการเพิ่มทุนจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก:** การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และเข้าสู่ช่วง High Season จะช่วยหนุนยอดขายของ Jmart Mobile และรายได้ค่าเช่าของ JAS Asset ที่กำลังจะเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่
* **การร่วมทุนกับ VGI และ U City:** การมีพันธมิตรใหม่ที่มีศักยภาพจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและโอกาสในการขยายธุรกิจในระยะยาว
* **เทคโนโลยี Fintech และ Blockchain:** J Ventures พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ใน Ecosystem ของกลุ่ม เช่น Digital Token "JFIN" และการพัฒนา e-KYC, e-Signature, e-Contract
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจบริการ
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจสินเชื่ออาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ:** ความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าและการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจการเงินอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเพิ่มทุนของ JMT และ Singer:** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
* **ผลประกอบการของธุรกิจค้าปลีกในไตรมาส 4/2564:** โดยเฉพาะยอดขายของ Jmart Mobile และรายได้ค่าเช่าของ JAS Asset หลังการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่
* **ความสำเร็จของการเพิ่มทุนกับพันธมิตรใหม่ VGI และ U City:** และแผนการดำเนินธุรกิจร่วมกัน
* **การพัฒนาและนำเทคโนโลยี Fintech มาใช้ในกลุ่มบริษัท:** โดยเฉพาะ J Ventures
* **การบริหารจัดการ NPL ของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อ:** เพื่อรักษาระดับ NPL ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะกลุ่มเทคโนโลยี JMART ผ่านบริษัทย่อยอย่าง J Ventures มีบทบาทสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะการนำ Fintech และ Blockchain มาใช้ในกลุ่มบริษัท การออก Digital Token "JFIN" ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดและการนำมาปรับใช้ใน Ecosystem ของกลุ่ม สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการดิจิทัลอื่นๆ เช่น e-KYC, e-Signature และ e-Contract ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digitization) และการ Disruption ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 JMART มีสินทรัพย์รวม 30,271.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น การลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพของ JMT และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของ JAS Asset เป็นปัจจัยหลัก ในส่วนของหนี้สินรวมอยู่ที่ 20,613.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น สินเชื่อจากสถาบันการเงิน และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9,658.0 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 2.13 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 1.73 เท่า
## สรุปท้าย
JMART ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะ JMT และ Singer ที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกำไรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ธุรกิจค้าปลีกจะเผชิญความท้าทาย แต่การปรับตัวและการใช้ Synergy ภายในกลุ่ม รวมถึงโอกาสจากการเข้าสู่ช่วง High Season และการมีพันธมิตรใหม่ จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการเพิ่มทุนและการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|