บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8025 out_tok=2695 at=2026-07-25T19:22:04 -->
# JMART กำไร Q1/65 โต 22% หลังธุรกิจการเงิน-มือถือหนุน
## ธุรกิจการเงิน-มือถือดันกำไร JMART Q1/65 พุ่ง 22% สวนเศรษฐกิจผันผวน
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 325.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักรายการพิเศษออกไป การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยในกลุ่ม โดยเฉพาะธุรกิจการเงินและธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMART ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างโดดเด่นของ **ธุรกิจการเงิน** โดยเฉพาะบริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT และ **ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ** ผ่านบริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด หรือ JMB
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจการเงิน (JMT):** JMT ยังคงเป็นดาวเด่นของกลุ่ม โดยมีกระแสเงินสดที่เรียกเก็บได้ 1,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มาจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ และคาดว่าตลาดหนี้ด้อยคุณภาพจะยังคงสนับสนุนการเติบโตของ JMT ในระยะยาว นอกจากนี้ การร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มธุรกิจการเงินธนาคารกสิกรไทย จะเป็นฐานการเติบโตที่สำคัญในอนาคต
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB):** JMB สามารถปรับกลยุทธ์เน้นการสร้างกำไร โดยมียอดขาย 2,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดี ทำให้ JMB มีกำไรสุทธิ 110 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Synergy และการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sale Growth)
* **ธุรกิจร่วม (Singer):** บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ Singer ซึ่ง JMART ถือหุ้นในสัดส่วน 25.6% มีกำไรสุทธิ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.6% จากการตอบรับที่ดีของสินค้าแบรนด์ซิงเกอร์ การขยายช่องทางการจำหน่าย และการขยายพอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจการเงิน (JMT) ที่ฝ่ายจัดการคาดว่าตลาดหนี้ด้อยคุณภาพจะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และการร่วมมือกับ KBank จะสร้างฐานการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB) มีความมั่นใจในการสร้างการเติบโตต่อเนื่องผ่านช่องทางที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (J) ยังต้องจับตาการรับรู้รายได้จากศูนย์การค้าแห่งใหม่และการเปิดให้บริการโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในช่วงปลายปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 เท่ากับ 325.1 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักรายการพิเศษ (กำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน KBJ Capital มูลค่า 66 ล้านบาท ใน Q1/64)
* **รายได้รวม Q1/65 เท่ากับ 3,512.5 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 21.8% YoY จากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและธุรกิจการเงิน
* **ธุรกิจการเงิน (JMT) เติบโตโดดเด่น:** กระแสเงินสดเรียกเก็บได้ 1,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% YoY
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB) ยอดขายโต 22% YoY:** สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและสร้างกำไรสุทธิ 110 ล้านบาท
* **บริษัทร่วม Singer กำไรสุทธิโต 53.6% YoY:** จากการตอบรับที่ดีของสินค้าและการขยายพอร์ตสินเชื่อ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** 160.3 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY จากการคืนหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 JMART มีรายได้รวม 3,512.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB) ที่เพิ่มขึ้น 18.4% และธุรกิจการเงิน (JMT) ที่มีรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อหนี้เพิ่มขึ้น 28.8% นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (J) และรายได้จากการรับประกันภัยก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ด้านต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 2,446.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,065.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 580.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 680.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 325.1 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.3% หากพิจารณาโดยไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อนหน้า (กำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน KBJ Capital มูลค่า 66 ล้านบาท) จะเห็นว่ากำไรสุทธิมีการเติบโตถึง 22%
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจการเงิน:** การร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Distress Asset Management Company) จะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตใหม่
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** ความร่วมมือกับกันกุลเพื่อจำหน่าย Solar Rooftop สำหรับบ้านและอาคารพาณิชย์ รวมถึง Private PPA มีโอกาสทางการขายสูง
* **Aging Society:** การพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อดูแลผู้สูงอายุและสถานที่พักฟื้นผู้สูงวัยภายใต้แบรนด์ Senera Senior Living โดย J Assets จะตอบรับ Mega Trend สังคมผู้สูงอายุ
* **Fintech และ Blockchain:** การพัฒนา NFT Platform และ JFIN Adoption ภายใต้กฎหมายที่อนุญาต จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาวด้านเทคโนโลยี
* **Synergy Ecosystem:** การดำเนินงานภายใต้แนวคิด "The Power of Synergy" เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ในการดำเนินงานร่วมกันของกลุ่มบริษัทย่อย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค:** ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและปัจจัยการผลิตทั่วโลก อาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจ
* **การตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพ:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกิดจากการตั้งสำรองผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและธุรกิจการเงิน อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความสำเร็จของโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการพัฒนาและรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดยเฉพาะโครงการสำหรับผู้สูงอายุ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและความสำเร็จของการร่วมทุนธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพกับ KBank
* การเติบโตของยอดขาย Solar Rooftop และ Private PPA จากความร่วมมือกับกันกุล
* ความคืบหน้าและการเปิดให้บริการโครงการ Senera Senior Living
* การพัฒนาและการนำเทคโนโลยี Blockchain และ NFT มาใช้ในกลุ่มบริษัทผ่าน J Ventures
* การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sale Growth) ของ JMB
* การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อของ Singer ในพอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี JMART ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะผ่านบริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาซอฟต์แวร์และลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ การพัฒนาโครงการ Digitization ภายในกลุ่มและการพัฒนาโครงการ Blockchain เช่น NFT Platform และ JFIN Adoption ถือเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและสร้างผลตอบแทนในอนาคต แม้ว่าในไตรมาส 1/2565 จะยังไม่มีการระบุรายได้หรือกำไรที่ชัดเจนจาก JVC แต่การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของกลุ่มในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 JMART มีสินทรัพย์รวม 46,537.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 19,151.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่รักษาเงินต้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 27,385.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 17,547.8 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการคืนเงินกู้ระยะสั้นและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 28,989.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากสิ้นปี 2564 จากเงินรับค่าหุ้นล่วงหน้าและกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ไม่รวมภาระหนี้จากสัญญาเช่า) อยู่ที่ 0.48 เท่า ลดลงจาก 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทุนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMART ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจการเงิน (JMT) และธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ (JMB) ซึ่งสามารถสร้างกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 22% (หากหักรายการพิเศษ) แม้จะเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายธุรกิจการเงินใหม่ๆ การเข้าสู่ตลาด Aging Society และการลงทุนในเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและมีโครงสร้างทุนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|