บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18082 out_tok=2473 at=2026-07-25T06:39:23 -->
# JMART พลิกขาดทุนสุทธิ 611 ล้านบาทใน Q2/66 รับผลกระทบ SINGER ตั้งสำรองโควิด
## ผลประกอบการ Q2/66 หดตัวแรงจากรายการพิเศษ ขณะที่ธุรกิจหลักยังเติบโตได้ตามแผน
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 611.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 389.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนของบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER จากการตั้งสำรองหนี้เสียที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 906 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ JMART พลิกขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2566 คือ **ผลขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้เสียจำนวนมากของบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER** ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ โดย SINGER มีผลขาดทุนในไตรมาส 2/2566 เท่ากับ 2,392 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่เกิดขึ้นจากการสิ้นสุดของโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการของ JMART ระบุว่า การตั้งสำรองของ SINGER ดังกล่าว **คาดว่าจะเป็นรายการตั้งครั้งเดียวที่เกิดขึ้น (Onetime)** โดยบริษัทฯ เชื่อว่าการตั้งสำรองดังกล่าวเพียงพอต่อความเสี่ยงของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และ SINGER ได้ปรับกระบวนการการปล่อยสินเชื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2566 เป็นต้นไป
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าผลกระทบจากการตั้งสำรองของ SINGER จะเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 2/2566 นี้เท่านั้น และคาดว่าสถานการณ์ของ SINGER จะกลับสู่สภาวะที่ใกล้เคียงกับปกติในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566
## Highlight สำคัญ
* **ผลประกอบการรวมพลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 2/2566 ขาดทุนสุทธิ 611.2 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 906 ล้านบาท
* **SINGER เป็นสาเหตุหลัก:** ผลขาดทุนของ SINGER จากการตั้งสำรองหนี้เสียโควิด-19 เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการรวม
* **ธุรกิจ JMT เติบโตดี:** มีกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก 1,004.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.5% จากการจัดเก็บหนี้ได้เพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC
* **ธุรกิจมือถือรายได้ลด:** รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือลดลง 5.5% ใน Q2/66 และ 6.6% ใน 6 เดือนแรก เนื่องจากแนวโน้มยอดขายลดลงในบางช่องทาง
* **แผนธุรกิจครึ่งปีหลัง:** มุ่งมั่นสร้างผลกำไรสุทธิ โดยอาศัยการฟื้นตัวของ SINGER และการเติบโตของธุรกิจหลัก เช่น JMT, JAS Asset, และธุรกิจมือถือช่วง High Season
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 611.2 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 906 ล้านบาท โดยรายได้รวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 3,264.9 ล้านบาท ลดลง 0.2% และรายได้รวม 6 เดือนแรกอยู่ที่ 6,642.4 ล้านบาท ลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของกำไรขั้นต้นรวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,136.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% และสำหรับงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 2,259.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดี เช่น ธุรกิจติดตามหนี้ และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 607.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% และสำหรับงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1,257.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของ SINGER:** คาดว่า SINGER จะกลับมามีผลประกอบการใกล้เคียงปกติในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการรวมของกลุ่ม
* **การเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ (JMT):** ยังคงเป็นฐานกำไรสำคัญของกลุ่ม มีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ และส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC
* **การเปิดโครงการใหม่ของ JAS Asset:** การเปิดศูนย์การค้า JAS Green Village คู้บอน ในไตรมาส 3/2566 จะช่วยสร้างฐานรายได้ใหม่
* **High Season ธุรกิจมือถือ:** การเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2566 เป็นต้นไป จะช่วยกระตุ้นยอดขายของ เจมาร์ท โมบาย
* **การเติบโตของธุรกิจที่ลงทุนใหม่:** เช่น Suki Teenoi ที่มีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขา
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก SINGER:** แม้คาดว่าเป็นรายการครั้งเดียว แต่หากการตั้งสำรองยังคงมีต่อเนื่อง หรือการฟื้นตัวของ SINGER ล่าช้ากว่าคาด จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวม
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและธุรกิจบริหารหนี้ อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ:** ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ของ JMT อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของ SINGER ในไตรมาส 3/2566:** จะสะท้อนการฟื้นตัวจากการตั้งสำรองครั้งเดียวได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าการเปิดโครงการ JAS Green Village คู้บอน:** จะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ยอดขายโทรศัพท์มือถือในช่วง High Season:** จะสามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงในช่วงก่อนหน้าได้หรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจที่ลงทุนใหม่:** โดยเฉพาะ Suki Teenoi และการร่วมมือกับพันธมิตรอื่นๆ
* **การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของ JMT:** ความสามารถในการจัดเก็บหนี้และอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ R&D หรือ Product Mix ของธุรกิจเทคโนโลยีโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (“เจ เวนเจอร์ส”)** ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินงานด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาซอฟต์แวร์แอพลิเคชั่น โดยมีผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรก 2 ล้านบาท เจ เวนเจอร์ส ได้พัฒนางานด้าน Digitization ให้กับบริษัทในกลุ่มเจมาร์ท เช่น โครงการ Pah Advance (พนักงานนำเงินเดือนมาใช้ล่วงหน้า) และการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Jaii Dee เพื่อให้ลูกหนี้ด้อยคุณภาพของ JMT สามารถลงทะเบียนและปรับปรุงสถานะกับ NCB ได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 60,744.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนใน JK AMC และการซื้อลูกหนี้ของ JMT รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของ JAS Asset
หนี้สินรวมอยู่ที่ 29,020.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 31,723.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 942.3 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.91 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.78 เท่า ซึ่งถือว่ามีโครงสร้างทุนที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 ใช้ไปสุทธิ 981 ล้านบาท ลดลงจากการซื้อลูกหนี้เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 6,913 ล้านบาท ลดลงจากการให้กู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนใน JK AMC และการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินได้ 5,274.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนในบริษัทย่อยและการออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
JMART ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่เกิดจากรายการพิเศษของ SINGER ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอย่าง JMT ยังคงเติบโตได้ดี และมีโอกาสจากการเปิดโครงการใหม่ของ JAS Asset รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจมือถือ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะกลับมามีกำไรสุทธิ โดยอาศัยการฟื้นตัวของ SINGER และการเติบโตของธุรกิจแกนหลัก แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่โครงสร้างทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|