บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9730 out_tok=2899 at=2026-07-25T17:59:42 -->
# JMART พลิกมีกำไรสุทธิ Q3/66 หลังธุรกิจหลักฟื้นตัว – สรุป MD&A
## รายได้รวมโต 2.7% หนุนกำไรสุทธิ 292.9 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรกยังขาดทุน 613 ล้านบาท
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 292.9 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 270.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้รวมที่เติบโต 2.7% สู่ระดับ 3,529 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 613 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ JMART พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT) และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (JAS) ที่มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการกลับมามีกำไรของธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า (Singer) และบริษัทย่อย (SGC) แม้ว่ารายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าโดยรวมจะลดลงเล็กน้อย 2.3% แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (JMT):** ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 466.3 ล้านบาท เติบโต 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็น High Season คาดว่าจะเก็บหนี้ได้สูงสุดของปี
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (JAS):** มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 129.1 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ JAS Green Village บางบัวทอง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อ (Singer & SGC):** Singer กลับมามีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท และ SGC กลับมามีกำไร 8.2 ล้านบาท จากการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารงาน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์กรุ๊ป จำกัด (สุกี้ตี๋น้อย) ที่บริษัทฯ ถือหุ้น 30% ซึ่งรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 77 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และ 203 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในไตรมาส 4/2566 และปี 2567 โดยคาดว่าธุรกิจหลักจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์มือถือ การเป็นช่วง High Season ของการขายสินค้าและบริการทางด้านสินเชื่อสำหรับมือถือ (Samsung Finance+) การคาดการณ์การเก็บหนี้ด้อยคุณภาพสูงสุดของปีในไตรมาส 4 และการรับรู้รายได้เต็มที่จากศูนย์การค้าแห่งใหม่ของ JAS รวมถึงการปรับกลยุทธ์การขายและการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของ Singer และ SGC ที่คาดว่า SGC จะฟื้นตัวชัดเจนในปี 2567 นอกจากนี้ การพัฒนา New Ecosystem และ Digitization ของ J Ventures ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พลิกเป็น 292.9 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 48.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 270.6 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 2.7%** สู่ระดับ 3,529 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจรับประกันภัย
* **งวด 9 เดือนแรกปี 66 ขาดทุนสุทธิ 613 ล้านบาท** ลดลง 148.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไร 1,278 ล้านบาท
* **ธุรกิจบริหารหนี้ (JMT) ยังคงแข็งแกร่ง** มีกำไรสุทธิ 466.3 ล้านบาทใน Q3/66 เติบโต 2.4% YoY
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (JAS) หนุนกำไร** จากการปรับมูลค่ายุติธรรมและรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นมาก** โดยเฉพาะจากสุกี้ตี๋น้อย (Teenoi)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 JMART มีรายได้รวม 3,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ (ธุรกิจบริหารหนี้) 33.0% และรายได้ค่าเช่า 30.1% อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลง 2.3% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 1,137.8 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 18.1% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 21.0% อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 220.3% สู่ระดับ 111.5 ล้านบาท ช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 292.9 ล้านบาทในไตรมาสนี้
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 10,171.4 ล้านบาท ลดลง 0.4% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 5.1% แม้ว่าธุรกิจบริหารหนี้และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้ดี แต่การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงถึง (673.3) ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 613 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก:** JMT ยังคงเป็นเสาหลักในการสร้างรายได้และกำไร Singer และ SGC กลับมามีกำไรจากการปรับกลยุทธ์
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเปิดสาขาใหม่ของ JAS Green Village บางบัวทอง จะสร้างรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากสุกี้ตี๋น้อย และการร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรใหม่ๆ เช่น BRR, PRTR, TURTLE
* **การพัฒนาเทคโนโลยี:** J Ventures มุ่งสร้าง New Ecosystem และ Digitization ให้กับกลุ่มบริษัท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
* **แนวโน้มเศรษฐกิจและ High Season:** การคาดการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้นและช่วง High Season ในไตรมาส 4 จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของธุรกิจต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการแข่งขันสูง
* **คุณภาพสินเชื่อ:** ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและ Car for Cash หากการควบคุมการปล่อยสินเชื่อไม่รัดกุมพอ
* **ความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน:** สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการลงทุน
* **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** ความไม่แน่นอนของการดำเนินงานของบริษัทร่วมบางแห่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม
* **อัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของ JMT ในไตรมาส 4/66:** การเก็บหนี้ด้อยคุณภาพจะทำได้สูงสุดของปีหรือไม่
* **การรับรู้รายได้เต็มที่จาก JAS Green Village บางบัวทอง:** จะสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การฟื้นตัวของ SGC ในปี 2567:** จะกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
* **ความคืบหน้าการพัฒนา New Ecosystem และ Digitization ของ J Ventures:** จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ R&D หรือ Product Mix ของธุรกิจเทคโนโลยีโดยตรง แต่ J Ventures ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินงานด้านเทคโนโลยี มีบทบาทสำคัญในการสร้าง New Ecosystem และ Digitization ให้กับกลุ่มบริษัท โดยได้พัฒนา App Jaii Dee ให้กับ JMT และพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล (IdP) บน NDID Platform ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การขยายบริการ IdP ให้กับองค์กรธุรกิจอื่นๆ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้แบบ Recurring Revenue ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุด 30 กันยายน 2566 JMART มีสินทรัพย์รวม 60,788.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมแก่ JK AMC และการซื้อลูกหนี้ของ JMT รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของ JAS
หนี้สินรวมอยู่ที่ 28,296.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า
สำหรับกระแสเงินสด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 2,600.4 ล้านบาท โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 1,599.3 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อลูกหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น และใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,198.9 ล้านบาท จากการให้กู้ยืมแก่ JK AMC และการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีเงินสดรับจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,197.8 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในบริษัทย่อยและการออกหุ้นกู้ ฝ่ายจัดการมั่นใจว่ามีกระแสเงินสดและแหล่งเงินทุนเพียงพอต่อการดำเนินงานและการชำระหนี้
## สรุปท้าย
JMART แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในไตรมาส 3/2566 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 292.9 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ (JMT) และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (JAS) รวมถึงการกลับมาทำกำไรของธุรกิจ Singer และ SGC ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แม้ว่าภาพรวม 9 เดือนแรกจะยังคงขาดทุน แต่แนวโน้มในไตรมาส 4 และปี 2567 มีทิศทางเชิงบวกจากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ การแข่งขัน และความผันผวนของตลาด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน เพื่อประเมินการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|