บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.70
+0.20 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10210 out_tok=2811 at=2026-07-27T10:21:58 -->
# PCSGM กำไร Q2/64 พลิกขาดทุนเป็นกำไรแรง 173.6 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจในประเทศฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 127.5% YoY สู่ 1,160.7 ล้านบาท แม้ธุรกิจต่างประเทศเผชิญชิปขาดแคลน แต่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ
บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีนกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาท ในปีก่อน กลับมามีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 127.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี (ยานยนต์)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PCSGM พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **ธุรกิจในประเทศ** ที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 181.8 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 57.8 ล้านบาทในปีก่อน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจในประเทศฟื้นตัว:** รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 262.3% YoY เป็น 852.1 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2564 การผลิตยังคงดำเนินไปตามปกติ ในขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2563 ต้องหยุดการผลิตชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายในประเทศลดลงอย่างมากจาก 126.7% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 73.0% ในปีนี้ เนื่องจากรายได้ที่ลดลงในปี 2563 ทำให้มีต้นทุนคงที่ส่วนเกินกำลังการผลิตถูกบันทึกรวมอยู่
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 9.6% QoQ จากไตรมาส 1 ปี 2564 แต่บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายโดยรวมอยู่ที่ 78.4% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 10.4% ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **รายการพิเศษ:** การพลิกกลับมามีกำไรยังได้รับผลบวกจากการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 38.5 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 29.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 135.1 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นการพลิกจากขาดทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่า ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระยะแรก เป็นผลมาจากความสำเร็จของมาตรการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับโครงสร้างสายงานการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดจำนวนพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพนักงาน ทำให้การผลิตยังคงดำเนินต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 2 ปี 2564 กำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้โตแรง:** รายได้จากการขายรวม 1,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.5% YoY
* **ธุรกิจในประเทศฟื้นตัว:** รายได้ธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 262.3% YoY เป็น 852.1 ล้านบาท
* **ธุรกิจต่างประเทศเผชิญชิปขาดแคลน:** รายได้ธุรกิจต่างประเทศเพิ่มขึ้น 8.4% YoY เป็น 288.6 ล้านบาท แต่ลดลง QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 21.6% จากขาดทุนขั้นต้นในปีก่อน
* **บริหารค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 10.4%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 1,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ 501.4 ล้านบาท แต่ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่ 1,262.2 ล้านบาท โดยธุรกิจในประเทศมีรายได้ 852.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 262.3% YoY แต่ลดลง 9.1% QoQ ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศมีรายได้ 288.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY แต่ลดลง 11.2% QoQ
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 894.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY แต่ลดลง 10% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 246.6 ล้านบาท หรือ 21.6% ของรายได้ จากที่เคยขาดทุนขั้นต้น 85 ล้านบาทในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 118.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% YoY แต่ลดลง 4.5% QoQ โดยมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 10.4%
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 155.9 ล้านบาทในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 119.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,602.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% YoY โดยธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 70.5% YoY ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศลดลง 14.2% YoY มีกำไรสุทธิ 293.4 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 36.8 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ข้อมูลจากกลุ่มยานยนต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัว โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 36.8% YoY ในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจของบริษัทฯ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับโครงสร้างสายงานการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
* **มาตรการป้องกันโควิด-19:** การมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพนักงาน ช่วยให้การผลิตดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ (Chips):** สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อธุรกิจในต่างประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการส่งมอบ
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการป้องกันที่ดี แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงานและอุปสงค์ในตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินงานในต่างประเทศทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การขาดแคลนชิป:** ติดตามแนวโน้มการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ และผลกระทบต่อธุรกิจต่างประเทศ
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** ประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคยุโรปและตลาดหลักอื่นๆ
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** ติดตามความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในระบบอัตโนมัติ:** ประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ต่อประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องจักรกลหนัก PCSGM ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ซึ่งเห็นได้จากรายได้ธุรกิจในประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในต่างประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตรถยนต์ทั่วโลก บริษัทฯ ได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ โดยเฉพาะในธุรกิจในประเทศที่สามารถลดสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,628.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนบางส่วน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 989.3 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 โดยมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นของธุรกิจในต่างประเทศ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,639.3 ล้านบาท ลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 440.9 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนสุทธิเป็นบวกเล็กน้อยจากการจำหน่ายสินทรัพย์ และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิเป็นลบจากการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
PCSGM สามารถพลิกผลประกอบการจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 173.6 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจต่างประเทศจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนชิป แต่มาตรการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ มีแนวโน้มที่ผลประกอบการจะสามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดูสถานการณ์การขาดแคลนชิปและแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในตลาดต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMART ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
3,960.69
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,154.51
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.15
%
กำไรสุทธิ
-646.92
ล้านบาท
↓ 308.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.33
%
D/E Ratio
0.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,961
↑ + 10.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,155
↑ + 3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-647
↓ -308.6%
YoY
D/E Ratio
0.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.71
ROE (%)
-0.87
ROA (%)
2.67
Book Value/หุ้น
12.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,394
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,394.29
+88.34%
|
-740.32
-158.43%
|
1,267.12
+196.55%
|
427.28
-67.96%
|
1,333.39
-144.90%
|
-2,969.74
+98.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,169.99
-204.67%
|
-2,073.09
-125.07%
|
8,267.80
-271.19%
|
-4,829.59
-68.58%
|
-15,369.09
+1,440.65%
|
-997.57
-364.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-3,593.41
-161.43%
|
5,849.19
-197.76%
|
-5,983.47
-184.78%
|
7,057.65
-41.14%
|
11,989.61
-1,295.76%
|
-1,002.68
-352.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,817.69
-192.82%
|
3,035.68
-14.52%
|
3,551.44
+33.74%
|
2,655.54
-229.82%
|
-2,045.62
-58.84%
|
-4,970.42
+589.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|
594.26
-55.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
828.00
-41.68%
|
1,419.75
-30.54%
|
2,044.01
-49.04%
|
4,011.29
+60.66%
|
2,496.81
+80.82%
|
1,380.79
+132.35%
|