บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
4.82
+0.06 (+1.26%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึนเกิดจากการที่ยังคงรักษาระดับการทํากําไรในธุรกิจหลัก และสร้างผลประกอบการอย่างโดดเด่นจากการเข้า ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในส่วนของส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าในไตรมาส 1/2565 จํานวน 82.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 54.5 โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ได้รับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากการเข้าลงทุนในกลุ่ม บริษัท เอเชีย จีเอสเอ (เอ็ม) เซินดิเรียน เบอร์ฮัด (ASIA GSA (M) Sdn. Bhd.) ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของบริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ซึ่งได้สร้างผลตอบแทนเป็นอย่างดี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8830 out_tok=3224 at=2026-07-25T17:39:04 -->
# III กำไร Q3/65 นิวไฮ 146.3 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจขนส่งทางอากาศ-ส่วนแบ่งเงินลงทุน
## รายได้รวมโต 22.9% YoY หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 51.6% ขณะที่ธุรกิจเคมีภัณฑ์-การบินยังแกร่ง
บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) โดยมีกำไรสุทธิ 146.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 28.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้เผชิญความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกถดถอยและมาตรการล็อกดาวน์ในจีน แต่กลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรและการกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ III ในไตรมาส 3/2565 ให้เติบโตอย่างโดดเด่น คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ** ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศและการกลับมาดำเนินงานปกติของอุตสาหกรรมการบิน ประกอบกับ **ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า** โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์คอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ANI) และบริษัท DG Packaging Pte., Ltd. ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทั่วโลกและการเปิดประเทศของไทย ทำให้อุตสาหกรรมการบินกลับมาดำเนินงานใกล้เคียงภาวะปกติ ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น บริษัท III ในฐานะตัวแทนขายระวางสายการบิน จึงได้รับประโยชน์โดยตรงจากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และอัตราค่าระวางที่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนโควิด ทำให้ธุรกิจบริการคลังสินค้าที่เกี่ยวข้องสามารถกลับมาทำกำไรได้ดี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** บริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่ III ถือหุ้นอยู่ โดยเฉพาะ ANI และ DG Packaging สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนผ่านบริษัท เอสเอแอลกรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในบริษัทบริการภาคพื้นท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ซึ่งได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ก็มีแนวโน้มทำกำไรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ แม้ค่าระวางมีแนวโน้มลดลง แต่ปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ นอกจากนี้ การที่ ANI กำลังจะเข้าซื้อหุ้นใน Asia GSA (M) Snd. Bhd. เพิ่มเติมจนถือหุ้น 100% จะทำให้ ANI เป็นผู้นำตัวแทนขายระวางสายการบินในภูมิภาค ซึ่งจะสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต ส่วน AOTGA ก็มีแนวโน้มผลกำไรที่ดีต่อเนื่องในปี 2566 จากการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของการค้าระหว่างประเทศจากเศรษฐกิจโลกถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งทางทะเลที่ค่าระวางปรับลดลง ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปรับแผนโดยเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบไม่มาก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ที่ 146.3 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 51.6% YoY และ 28.0% QoQ
* **รายได้รวม Q3/65 แตะ 744.0 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 22.9% YoY และ 3.1% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 24.0% จาก 19.7% ใน Q3/64 และ 20.0% ใน Q2/65
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 67.8% YoY** เป็น 72.1 ล้านบาท หนุนผลประกอบการโดยรวม
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศเป็นดาวเด่น** รับอานิสงส์การเปิดประเทศและปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายยังคงเติบโตดี** พร้อมขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่ม 2,150 ตร.ม.
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท III มีรายได้รวม 744.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จาก 605.6 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.1% จาก 721.8 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตของรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ และกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายที่ยังคงมีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์จะมีรายได้เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากค่าระวางเรือที่ลดลง
กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 178.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% YoY และ 23.5% QoQ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 24.0% จาก 19.7% ในปีก่อน และ 20.0% ในไตรมาสก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของ GPM สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ เป็นผลมาจากปริมาณการขนส่งทางอากาศที่เพิ่มขึ้นและอัตราค่าระวางที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายธุรกิจ แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากในไตรมาส 2/2565 มีการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 16.3 ล้านบาท
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 67.8% YoY เป็น 72.1 ล้านบาท จากกลุ่ม ANI และ DG Packaging รวมถึง AOTGA ที่เริ่มสร้างผลกำไรได้ดี
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 146.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% YoY และ 28.0% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 19.7% เพิ่มขึ้นจาก 15.9% ในปีก่อน และ 15.8% ในไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,210.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% YoY และมีกำไรสุทธิ 368.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.9% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 16.7% เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ:** นโยบายเปิดประเทศของไทยและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทาง เช่น สายการบิน บริการภาคพื้นสนามบิน และการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ
* **การขยายธุรกิจตัวแทนขายระวางสายการบินในภูมิภาค:** การที่ ANI จะเข้าซื้อหุ้นใน Asia GSA (M) Snd. Bhd. เพิ่มเติมจนถือหุ้น 100% จะทำให้ ANI เป็นผู้นำในภูมิภาค และมีโอกาสขยายเครือข่ายในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย:** บริษัทฯ มีแผนขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่ม เพื่อรองรับลูกค้าใหม่ และเชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้จะยังคงเติบโตได้ดี
* **การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร:** ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารรายสำคัญ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบไม่มากจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** นโยบายการเงินที่เข้มงวดทั่วโลกจากภาวะเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศมีสัญญาณชะลอตัว
* **การขนส่งทางทะเล:** ค่าระวางเรือมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** ในอดีตเคยมีการตั้งสำรองหนี้สูญจากลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีกหากมีลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าระวางการขนส่งทางอากาศ:** แม้จะยังอยู่ในระดับสูง แต่การลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจส่งผลต่อรายได้ในส่วนนี้
* **ความคืบหน้าการเข้าซื้อหุ้น Asia GSA (M) Snd. Bhd. ของ ANI:** การปิดดีลและการผนึกกำลังจะส่งผลต่อการเติบโตในอนาคต
* **การระดมทุนของ ANI ในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างการถือหุ้นและการลงทุนในอนาคต
* **การขยายพื้นที่คลังสินค้าเคมีภัณฑ์:** ประสิทธิภาพในการรองรับลูกค้าใหม่และสร้างรายได้จากการขยายพื้นที่
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อ AOTGA และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การควบคุมต้นทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้รวม:** เติบโต 22.9% YoY เป็น 744.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจขนส่งทางอากาศที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ และธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 24.0% จาก 19.7% ในปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งทางอากาศ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 67.8% YoY เป็น 72.1 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิให้เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะจาก ANI และ AOTGA
* **ธุรกิจขนส่งทางทะเล:** มีรายได้เติบโตเล็กน้อย YoY แต่ลดลง QoQ จากค่าระวางที่ลดลง บริษัทฯ ได้ปรับแผนเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบไม่มาก
* **ธุรกิจโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์:** มีแนวโน้มเติบโตดี และมีการขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่ม 2,150 ตร.ม. เป็นประมาณ 30,000 ตร.ม.
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,124.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า (ANI) จำนวน 300 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการ Asia GSA (M)
หนี้สินรวมลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 1,162.6 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.59 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.40 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.1% มาอยู่ที่ 1,961.5 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานในปี 2565
## สรุปท้าย
III โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ที่ 146.3 ล้านบาท เติบโต 51.6% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจขนส่งทางอากาศ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะ ANI ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มต่อเนื่องไปในอนาคต แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและค่าระวางเรือที่ลดลง แต่การกระจายความเสี่ยงและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การเข้าซื้อกิจการของ ANI และการขยายคลังสินค้าเคมีภัณฑ์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญต่อไปในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ III ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
692.76
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
111.18
ล้านบาท
↓ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.05
%
กำไรสุทธิ
110.23
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.91
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
693
↓ -4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
111
↓ -6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -8.3%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — III
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
9.95
ROA (%)
8.71
Book Value/หุ้น
5.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — III
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+68
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — III
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
146.11
+8,062.57%
|
1.79
-106.35%
|
-28.18
-39.85%
|
-46.85
-500.09%
|
11.71
-79.92%
|
58.33
-5.08%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
67.53
-89.40%
|
636.85
-54.21%
|
1,390.77
+170.03%
|
515.04
+425.39%
|
98.03
-76.87%
|
423.81
-68.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.07
-122.62%
|
-115.23
-91.83%
|
-1,410.31
+346.03%
|
-316.19
+175.67%
|
-114.70
-74.71%
|
-453.56
+10.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
239.72
-54.20%
|
523.43
-1,196.65%
|
-47.73
-131.41%
|
151.98
-736.70%
|
-23.87
-92.58%
|
-321.56
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.14
-46.77%
|
310.24
-42.54%
|
539.96
+221.19%
|
168.11
+52.15%
|
110.49
-57.90%
|
262.47
-64.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
104.56
-36.68%
|
165.14
-46.77%
|
310.24
-42.54%
|
539.96
+221.19%
|
168.11
+52.15%
|
110.49
-57.90%
|