บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
0.02
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3781 out_tok=2136 at=2026-07-25T16:52:12 -->
GRAND กำไร Q1/2566 พุ่งแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-อสังหาฯ โอนเพิ่ม
รายได้โรงแรมโตเด่นหลังโควิดคลี่คลาย ขณะที่การโอนคอนโดฯ หนุนรายรับอสังหาฯ แต่ต้นทุนบริหารพุ่งกระทบกำไรสุทธิ
บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลมาจากภาคธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GRAND ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งสะท้อนผ่านรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 421 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนหลักที่ทำให้ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามมาก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ปริมาณนักเดินทางเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้โรงแรมของกลุ่มบริษัทมีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังเพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของโครงการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและต้นทุนอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าพักที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 109 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าบริหารจัดการของธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ รวมถึงมีค่าปรับทางภาษีของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเข้ามาด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาต้นทุนบริหาร** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ยังคงผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ รวมถึงค่าปรับทางภาษีที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นภาระต่อเนื่องหรือไม่ หากไม่สามารถควบคุมต้นทุนส่วนนี้ได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในอนาคตได้ ส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เหลืออยู่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 421 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจอสังหาฯ หนุนรายรับ:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนบริหารพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 109 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าปรับภาษี
* **ต้นทุนการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ย
* **ส่วนแบ่งขาดทุนลดลง:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลง 17 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของ GRAND ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 421 ล้านบาท จากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการขาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิอาจไม่เติบโตตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัท
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุน:** ต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าบริหารจัดการ อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
* **ค่าปรับทางภาษี:** การเกิดค่าปรับทางภาษีของบริษัทย่อย อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นภาระต่อบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรม:** เพื่อประเมินการเติบโตต่อเนื่องของรายได้ธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ เพื่อประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** เพื่อประเมินรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* **ผลกระทบจากค่าปรับทางภาษี:** ว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 421 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลง ทำให้ปริมาณนักเดินทางเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและต้นทุนอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับผู้เข้าพักที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้อยกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของโครงการที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามรายได้ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เกี่ยวข้องกับการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ค่าโฆษณา ค่านายหน้า และค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็เพิ่มขึ้นตามรายได้เช่นกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบริษัทที่มีการปรับตัวสูงขึ้น
## สรุปท้าย
GRAND ในไตรมาส 1 ปี 2566 ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว ขณะที่โอกาสจากการท่องเที่ยวที่ยังคงฟื้นตัว และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAND ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
593.86
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
297.35
ล้านบาท
↓ 16.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
50.07
%
กำไรสุทธิ
-806.40
ล้านบาท
↑ 381.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-135.79
%
D/E Ratio
16.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
594
↓ -12.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
297
↓ -16.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-806
↑ + 381.1%
YoY
D/E Ratio
16.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
16.22
ROE (%)
-108.87
ROA (%)
-5.36
Book Value/หุ้น
0.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+415
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-133
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
415.25
+955.81%
|
39.33
-53.89%
|
85.29
-76.78%
|
367.24
-41.99%
|
633.06
-166.92%
|
-946.06
+52,752.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-132.59
-103.40%
|
3,894.76
+875.13%
|
399.41
-486.65%
|
-103.30
-126.71%
|
386.69
-65.61%
|
1,124.32
-978.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
417.15
-110.28%
|
-4,058.86
-632.55%
|
762.16
+122.41%
|
342.69
-116.06%
|
-2,134.27
+959.82%
|
-201.38
-53.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
699.81
-660.97%
|
-124.75
-110.01%
|
1,246.86
+105.54%
|
606.63
-154.43%
|
-1,114.51
+4,722.63%
|
-23.11
-93.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.54
-44.02%
|
1,363.98
-17.45%
|
1,652.29
+67.09%
|
988.86
+45.79%
|
678.30
-3.29%
|
701.41
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.51
-71.18%
|
768.54
-43.65%
|
1,363.98
-17.45%
|
1,652.29
+67.09%
|
988.86
+45.79%
|
678.30
-3.29%
|