บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7103 out_tok=2735 at=2026-07-25T16:05:15 -->
# GRAMMY กำไรสุทธิปี 65 หด 66.5% รับผลพิเศษปีก่อน-ขาดทุนลงทุน KISS
## รายได้รวมโต 26.2% สวนทางกำไรสุทธิลดลง เหตุรายการพิเศษปีก่อน-ขาดทุนลงทุนหุ้น KISS
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 5,319.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงถึง 66.5% มาอยู่ที่ 166.4 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน และปีนี้มีขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินจากการลงทุนในหุ้น KISS
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ GRAMMY ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเปรียบเทียบกับรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 และการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินในปี 2565** โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 330.7 ล้านบาท หรือ 66.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายการ **กำไรเสมือนขายจริงจากการลดสัดส่วนเงินลงทุนในการร่วมค้าจำนวน 234.9 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นปกติในธุรกิจปกติ ทำให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงผิดปกติ ในทางกลับกัน ในปี 2565 บริษัทฯ มี **ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 119.9 ล้านบาท** จากการลงทุนในหุ้นบริษัท โรจน์คิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ "KISS" ในขณะที่ปีก่อนรายการดังกล่าวเป็นกำไร 89.6 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของรายการพิเศษเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัทฯ
นอกจากนี้ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตขึ้น 36.1% โดยเฉพาะธุรกิจเพลงที่เติบโตถึง 67.6% จากการฟื้นตัวของธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซ รวมถึงธุรกิจภาพยนตร์ที่เติบโตสูงจากการฉายภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ แต่ต้นทุนขายและบริการก็เพิ่มขึ้นถึง 46.1% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 43.3% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 39.1% ในปีนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่กดดันกำไรในปี 2565 คือรายการพิเศษและขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วรายการเหล่านี้มักจะไม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ต้นทุนผลิตมาสเตอร์เพลงและวิดีโอเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (มูลค่า 334 ล้านบาท) และตัดจำหน่าย 4 ล้านบาทในปีนี้ เป็นการปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ต้นทุนในงบกำไรขาดทุนในระยะยาว แต่ไม่ถือเป็นรายการพิเศษที่ทำให้กำไรผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละไตรมาสหรือปี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานปี 2565 เติบโต 36.1%** แตะ 5,221.6 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจเพลงที่ฟื้นตัวจากการจัดคอนเสิร์ตและธุรกิจภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นปี 2565 ลดลง 66.5%** เหลือ 166.4 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน และปีนี้มีขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมหุ้น KISS
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 43.3% เป็น 39.1% แม้รายได้รวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้
* **ธุรกิจเพลงเป็นรายได้หลัก** คิดเป็น 58.3% ของรายได้จากการดำเนินงาน เติบโต 67.6% YoY โดยเฉพาะธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซ
* **ธุรกิจภาพยนตร์ทำรายได้โดดเด่น** จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ทำรายได้สูงสุดในรอบปี
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 22.0%** จากการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตนประเภทลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลงและวิดีโอ 334 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 5,221.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การเปิดประเทศ และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเพลงเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 67.6% จากการบริหารศิลปินและโชว์บิซ รวมถึงธุรกิจภาพยนตร์ที่เติบโต 86.5% จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 46.1% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 43.3% เป็น 39.1%
ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 166.4 ล้านบาท ลดลง 66.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 234.9 ล้านบาท และในปีนี้มีขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินจากการลงทุนในหุ้น KISS จำนวน 119.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพลงและบันเทิง:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต ทำให้ธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซมีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **ความสำเร็จของภาพยนตร์:** ภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ เป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจภาพยนตร์
* **การเติบโตของดิจิทัลมิวสิค:** ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ
* **การปรับปรุงการรับรู้ต้นทุน:** การบันทึกต้นทุนผลิตมาสเตอร์เพลงและวิดีโอเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามมาตรฐานบัญชี จะช่วยให้การรับรู้ต้นทุนเป็นไปตามหลักการบัญชีที่ถูกต้องและสะท้อนมูลค่าสินทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งและอีคอมเมิร์ซยังคงมีการแข่งขันสูง และได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงจากการวัดมูลค่ายุติธรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละช่วง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลมิวสิคและแพลตฟอร์มออนไลน์ อาจส่งผลต่อรูปแบบการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบาย/มาตรฐานบัญชี:** การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีอาจส่งผลต่อการรับรู้รายการทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเพลง:** โดยเฉพาะธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซ หลังจากการจัดคอนเสิร์ตกลับมาคึกคัก
* **ผลประกอบการธุรกิจภาพยนตร์:** ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องต่อไป และการต่อยอดรายได้จากภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและบริการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่ามกลางรายได้ที่เติบโต
* **ผลกระทบจากการลงทุนใน KISS:** การติดตามผลประกอบการและการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของการลงทุนดังกล่าว
* **การเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค:** การรักษาฐานรายได้และขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับปรุงการรับรู้ต้นทุนมาสเตอร์เพลง/วิดีโอ:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจเพลง:** เป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 58.3% ของรายได้รวม เติบโต 67.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซที่เติบโตถึง 247% YoY จากการจัดคอนเสิร์ต 12 งาน และธุรกิจดิจิทัลมิวสิคที่เติบโตสม่ำเสมอ
* **ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** มีรายได้ 1,364.6 ล้านบาท (26.1% ของรายได้รวม) เติบโต 3.6% YoY แม้จะมีการแข่งขันสูงและกำลังซื้อลดลง แต่บริษัทยังรักษาฐานลูกค้าและพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายได้
* **ธุรกิจภาพยนตร์:** มีรายได้ 446.1 ล้านบาท (8.5% ของรายได้รวม) เติบโต 86.5% YoY จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ที่ทำรายได้สูง
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** รายได้ลดลง 27.5% YoY เหลือ 198.1 ล้านบาท
* **ธุรกิจสื่อและอื่นๆ:** รายได้ลดลง 11.0% YoY เหลือ 169.6 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 6,170.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.0% จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดและเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 200.9 ล้านบาท และการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตนประเภทลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลงและวิดีโอ 334 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,532.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 418.1 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) เพิ่มขึ้นจาก 1.19 เท่า เป็น 1.33 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10.5% เป็น 1,638.1 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2565 อยู่ที่ 153.3 ล้านบาท และกระแสเงินสดสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 200.9 ล้านบาท ทำให้มีเงินสดคงเหลือ 764.2 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GRAMMY ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการเปรียบเทียบกับรายการพิเศษในปี 2564 และการขาดทุนจากการลงทุนในหุ้น KISS ซึ่งเป็นรายการที่คาดว่าจะมีลักษณะครั้งคราว การบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และการปรับปรุงการรับรู้ต้นทุนมาสเตอร์เพลงและวิดีโอเป็นสินทรัพย์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการต่อยอดโอกาสจากความสำเร็จของธุรกิจหลักและการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|