บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7800 out_tok=2431 at=2026-07-25T16:39:43 -->
# GRAMMY กำไร Q3/65 พุ่ง 258.5% รับธุรกิจเพลงฟื้น-คอนเสิร์ตคึกคัก
## รายได้โต 60.2% จากกิจกรรมบันเทิงกลับมาคึกคัก ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนผลิตเพลงกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 48.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 258.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 81.8 ล้านบาท การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 60.2% แตะระดับ 1,424.4 ล้านบาท จากการกลับมาจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GRAMMY ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจเพลง โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปิน** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นถึง 49.7% YoY และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญถึง 258.5% YoY อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงจาก 46.2% เป็น 31.5% มาจากการ **เพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงถึง 90.9% YoY** อันเนื่องมาจากการปรับแผนการผลิตเพลงที่เลื่อนมาจากปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจเพลงเกิดจากการที่บริษัทฯ สามารถกลับมาจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากได้มากขึ้น โดยในไตรมาสนี้มีการจัดคอนเสิร์ตทั้งหมด 4 งาน รวม 7 รอบการแสดง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปินที่เติบโตถึง 481.9% YoY นอกจากนี้ ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนรายได้จาก YouTube มากที่สุด การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการเกิดจากการที่บริษัทฯ มีการผลิตเพลงเพิ่มขึ้นในปีนี้เพื่อชดเชยแผนการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในปีก่อนหน้า ทำให้ต้นทุนการผลิตเพลงในปีนี้สูงกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกลับเข้าสู่สภาวะปกติมากขึ้น การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมโรค การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและเฟสติวัลต่างๆ ที่เริ่มกลับมาดำเนินการได้เต็มรูปแบบ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโชว์บิซ นอกจากนี้ การเปิดตัว GMM Academy และการเดบิวต์บอยแบรนด์วงใหม่ PERSES ยังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการผลิตเพลงที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งต้องติดตามว่าการผลิตเพลงจะกลับสู่ระดับปกติเมื่อใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นพลิกบวก 258.5% YoY** สู่ระดับ 48.3 ล้านบาท จากขาดทุน 81.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 60.2% YoY** แตะ 1,424.4 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 49.7% YoY
* **ธุรกิจเพลงเติบโตโดดเด่น 74.7% YoY** โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปินที่ขยายตัวถึง 481.9% YoY จากการจัดคอนเสิร์ต 4 งาน
* **ธุรกิจภาพยนตร์ทำรายได้ 167.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1309.1% YoY** จากความสำเร็จของภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 46.2% เป็น 31.5% เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 90.9% YoY จากการผลิตเพลงที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,424.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.2% YoY โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 1,307.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% YoY ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการและค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต และการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 411.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 46.2% เป็น 31.5% เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 90.9% YoY จากการผลิตเพลงที่เพิ่มขึ้น บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม 45.1 ล้านบาท ลดลง 12.4% YoY กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 48.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 258.5% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิ 3.4%
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนการจัดกิจกรรมบันเทิง
* การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค
* การลงทุนใน GMM Academy เพื่อปั้นศิลปินรุ่นใหม่
* การเดบิวต์บอยแบรนด์วง PERSES เพื่อขยายฐานแฟนคลับ
* ความสำเร็จของภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจภาพยนตร์
## ความเสี่ยง
* อัตราเงินเฟ้อระดับสูงและสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมโฮมช้อปปิ้งและอีคอมเมิร์ซ
* ปริมาณการขายกล่องรับสัญญาณทีวีที่ลดลงตามทิศทางอุตสาหกรรม
* ความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นหลังจากการผลิตเพลงกลับสู่ระดับปกติ
* ผลตอบรับและการเติบโตของ GMM Academy และวง PERSES
* ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโฮมช้อปปิ้งท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
* ทิศทางรายได้จากธุรกิจภาพยนตร์หลังความสำเร็จของบุพเพสันนิวาส ๒
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจเพลง:** เป็นธุรกิจหลัก สร้างรายได้ 720.4 ล้านบาท คิดเป็น 55.1% ของรายได้จากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 74.7% YoY โดยมีธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปินเติบโตโดดเด่นถึง 481.9% YoY จากการจัดคอนเสิร์ต 7 รอบการแสดง ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคยังคงเติบโตต่อเนื่อง
* **ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** สร้างรายได้ 349.8 ล้านบาท คิดเป็น 26.7% ของรายได้จากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 8.8% YoY ท่ามกลางการแข่งขันสูง บริษัทฯ มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **ธุรกิจภาพยนตร์:** สร้างรายได้ 167.8 ล้านบาท คิดเป็น 12.8% ของรายได้จากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 1309.1% YoY จากความสำเร็จของภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** สร้างรายได้ 46.5 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% ของรายได้จากการดำเนินงาน ลดลง 41.6% YoY เนื่องจากปริมาณการขายลดลงตามทิศทางอุตสาหกรรม
* **ธุรกิจอื่นๆ:** สร้างรายได้ 23.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.8% ของรายได้จากการดำเนินงาน ลดลง 51.1% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,484.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY โดยมีรายการสำคัญคือลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 291.3 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 153.1 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,092.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% YoY ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันและรายได้รับล่วงหน้า หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเท่ากับ 1,868.3 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.1% YoY อยู่ที่ 1,391.9 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 1.34 เท่า สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมดำเนินงาน 88.9 ล้านบาท และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 660.1 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GRAMMY ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการกลับมาจัดกิจกรรมบันเทิงได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะธุรกิจเพลงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากการผลิตเพลงที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น GMM Academy และการเปิดตัวศิลปินใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|