บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6746 out_tok=3214 at=2026-07-25T17:30:32 -->
GRAMMY กำไรสุทธิ Q3/64 หดตัวแรง YoY รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้หลัก
ฝ่ายจัดการ GRAMMY ชี้รายได้จากการดำเนินงานลดลง 18.2% YoY ในไตรมาส 3/2564 จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GMM Grammy (GRAMMY) ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการดำเนินงานที่ 18.2% YoY** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ส่งผลให้การจัดกิจกรรมที่ต้องมีการรวมตัวของคนจำนวนมากยังไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ ซึ่งกระทบต่อธุรกิจเพลง โดยเฉพาะธุรกิจบริหารศิลปินและธุรกิจโชว์บิซ รวมถึงธุรกิจภาพยนตร์ที่รายได้ลดลงอย่างมากจากการรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่น้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเองก็ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 38.6% ในไตรมาส 3/2563 เป็น 46.2% ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้ **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยนี้จะคลี่คลายและส่งผลให้รายได้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลาอันใกล้** อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยที่บริษัทสามารถควบคุมได้ และมีโอกาสที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีได้ต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานลดลง 18.2% YoY** อยู่ที่ 873.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กระทบต่อการจัดกิจกรรม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น** จาก 38.6% ใน Q3/63 เป็น 46.2% ใน Q3/64 จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 63.2% YoY** อยู่ที่ 13.5 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษคือขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 30.0 ล้านบาท
* **ผลกำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 366.1% YoY** อยู่ที่ 396.6 ล้านบาท
* **ธุรกิจเพลงรายได้ลดลง 25.3% YoY** จากผลกระทบต่อธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซ
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีรายได้เพิ่มขึ้น 79.3% YoY** จากการปรับตัวของร้านค้าปลีก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 บริษัท GMM Grammy (GRAMMY) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 873.4 ล้านบาท ลดลง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจเพลงที่ลดลง 25.3% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ แม้ว่าธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยก็ตาม นอกจากนี้ ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งมีรายได้ลดลง 12.9% YoY จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับลดลง และธุรกิจภาพยนตร์มีรายได้ลดลงถึง 85.7% YoY เนื่องจากในปีก่อนมีการรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจำนวนมาก ในทางกลับกัน ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีมีรายได้เพิ่มขึ้น 79.3% YoY เนื่องจากร้านค้าปลีกสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ได้ดีขึ้น และธุรกิจอื่นๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น 156.9% YoY จากการรับรู้รายได้จากธุรกิจดิจิทัลทีวีช่อง GMM25
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของทุกกลุ่มธุรกิจรวมอยู่ที่ 46.2% ซึ่งสูงขึ้นจาก 38.6% ในไตรมาส 3/2563 อันเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมอยู่ที่ 51.5 ล้านบาท ลดลง 18.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับโครงสร้างการลงทุนในกิจการร่วมค้า และการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท GMM Channel Holding จำกัด ในไตรมาสนี้ ขณะที่ธุรกิจการลงทุนในบริษัท The One Enterprise จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง
ในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายการพิเศษคือการบันทึกขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 30.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 13.5 ล้านบาท ลดลง 63.2% YoY จาก 36.6 ล้านบาทในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลกำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 396.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 366.1% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การพัฒนาศิลปิน YG”MM:** การประกาศออดิชันเพื่อคัดเลือกศิลปินฝึกหัดอย่างเป็นทางการของ YG”MM ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ YG Entertainment ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้สมัครกว่า 60,000 คนจาก 93 ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปินรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและมีโอกาสเติบโตในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์:** แม้ภาพรวมธุรกิจเพลงจะได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์ยังคงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล
* **การฟื้นตัวของธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** การที่ร้านค้าปลีกสามารถปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ COVID-19 ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจนี้สามารถกลับมาทำการค้าขายได้ตามปกติและมีรายได้เติบโต
* **การเติบโตของธุรกิจ The One Enterprise:** การลงทุนในบริษัท The One Enterprise จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด COVID-19:** การแพร่ระบาดที่ยังคงดำเนินอยู่และอาจมีระลอกใหม่ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรม การรวมตัวของผู้คน และกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งกระทบต่อรายได้ของหลายธุรกิจในเครือ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การบริโภคสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมหากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** อุตสาหกรรมบันเทิงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่หลากหลาย ทำให้ต้องมีการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การดำเนินธุรกิจที่มีการร่วมทุนกับต่างประเทศ หรือการขายลิขสิทธิ์ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดกิจกรรม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และความสามารถในการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้ในธุรกิจเพลงและโชว์บิซ
* **ผลการดำเนินงานของ YG”MM:** ความสำเร็จในการพัฒนาศิลปินภายใต้ YG”MM และการสร้างรายได้จากศิลปินกลุ่มใหม่จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจบริหารศิลปินในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง แม้รายได้จะเผชิญแรงกดดัน
* **ผลประกอบการของ The One Enterprise:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ The One Enterprise จะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรของ GRAMMY
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจภาพยนตร์:** การกลับมาของรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและดิจิทัลแพลตฟอร์ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเพลง:** รายได้ลดลง 25.3% YoY เป็น 412.4 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซที่ได้รับผลกระทบจากการจัดกิจกรรมที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยประคองรายได้
**ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** รายได้ลดลง 12.9% YoY เป็น 321.4 ล้านบาท สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19
**ธุรกิจภาพยนตร์:** รายได้ลดลงอย่างมาก 85.7% YoY เหลือเพียง 11.9 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์จำนวนมาก
**ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** รายได้เพิ่มขึ้น 79.3% YoY เป็น 79.7 ล้านบาท จากการปรับตัวของร้านค้าปลีกที่ทำให้การค้าขายกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
**ธุรกิจอื่นๆ:** รายได้เพิ่มขึ้น 156.9% YoY เป็น 48.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจดิจิทัลทีวีช่อง GMM25
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 38.6% ใน Q3/63 เป็น 46.2% ใน Q3/64 แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,931.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 689.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้มูลค่ายุติธรรมจากการใช้สิทธิเข้าซื้อหุ้นบริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และเงินลงทุนในร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,590.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.20 เท่า ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2563
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,341.1 ล้านบาท จาก 957.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 อันเป็นผลมาจากกำไรระหว่างปี
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้เท่ากับ 6.7 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปในการลงทุนเท่ากับ 635.1 ล้านบาท และกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเท่ากับ 420.8 ล้านบาท ส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิรวมของไตรมาสลดลง 223.6 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 504.1 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GMM Grammy (GRAMMY) ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่ลดลง 18.2% YoY อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงจำกัดการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าพอใจ แม้กำไรสุทธิจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยพิเศษจากการบันทึกขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจ The One Enterprise และการพัฒนาศิลปิน YG”MM เป็นสัญญาณบวกสำหรับโอกาสในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|