บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5877 out_tok=2731 at=2026-07-25T05:43:17 -->
# GRAMMY กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 13% รับผลขาดทุนพิเศษ - รายได้ธุรกิจเพลง-ภาพยนตร์ยังแกร่ง
## รายได้รวมโต 12% จากธุรกิจเพลง-ภาพยนตร์ แต่กำไรสุทธิลดลงจากผลขาดทุนพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรม
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 133 ล้านบาท ลดลง 13% เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจหลักของผลประกอบการ GRAMMY ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,988 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจภาพยนตร์ที่รับรู้รายได้จากภาพยนตร์ "บ้านเช่า บูชายัญ" และซีรีส์ "Delete" รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ออกฉายต่างประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักก็เติบโตได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซที่กลับมาจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลได้คึกคักถึง 14 งาน รวม 38 รอบการแสดง และธุรกิจบริหารศิลปินก็ทำรายได้เติบโตอย่างน่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ กลับลดลง 13% มาอยู่ที่ 133 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 103 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการลงทุนในหุ้นบริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หากไม่นับรวมรายการพิเศษนี้ บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิ 236 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินมักมีลักษณะเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการประเมินมูลค่าการลงทุน ณ ขณะนั้น ฝ่ายบริหารได้ระบุว่าเป็น "ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจหลัก ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานจากธุรกิจเพลงและภาพยนตร์มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรมและผลงานที่เตรียมไว้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมโต 12% YoY:** อยู่ที่ 1,988 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจเพลงและภาพยนตร์
* **กำไรสุทธิหดตัว 13% YoY:** อยู่ที่ 133 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น 103 ล้านบาท
* **ธุรกิจเพลงแข็งแกร่ง:** รายได้จากธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซ (14 งาน, 38 รอบการแสดง) และบริหารศิลปิน
* **ธุรกิจภาพยนตร์ฟื้นตัว:** รับรู้รายได้จากภาพยนตร์ "บ้านเช่า บูชายัญ" และซีรีส์ "Delete" รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ
* **ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและอาหารเสริม
* **ธุรกิจกล่องรับสัญญาณทีวีชะลอตัว:** ยอดขายลดลงตามภาพรวมอุตสาหกรรม แต่มีโอกาสจากสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **ปรับโครงสร้างธุรกิจเพลง:** เตรียมโอนสินทรัพย์และหนี้สินธุรกิจเพลงให้แก่บริษัทที่จัดตั้งใหม่ (GMM Music) และเตรียมนำ GMM Music เข้า IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์และธุรกิจเพลง ซึ่งธุรกิจเพลงมีรายได้ 1,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.1% จากการจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัล 14 งาน รวม 38 รอบการแสดง และธุรกิจบริหารศิลปินที่เติบโตอย่างน่าสนใจ ธุรกิจภาพยนตร์มีรายได้ 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้จากภาพยนตร์ "บ้านเช่า บูชายัญ" และซีรีส์ "Delete" รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ออกฉายต่างประเทศ ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งมีรายได้ 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและอาหารเสริม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1,000 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 50.3% เป็น 49.7%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 133 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7% ซึ่งลดลงจาก 8.7% สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 103 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโชว์บิซ:** การจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลที่กลับมาคึกคักเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้และกำไร
* **การเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์:** การมีภาพยนตร์และซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจเพลง:** การจัดตั้ง GMM Music และแผนการนำเข้า IPO จะช่วยปลดล็อกมูลค่าและสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การขยายช่องทางธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ไปยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ
* **โอกาสในธุรกิจกล่องรับสัญญาณทีวี:** การมองเห็นโอกาสในสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากรายการพิเศษ:** ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การแข่งขันที่สูงในธุรกิจเพลง ภาพยนตร์ และสื่อต่างๆ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว
* **ภาพรวมอุตสาหกรรมกล่องรับสัญญาณทีวี:** การเติบโตที่ชะลอตัวและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการนำ GMM Music เข้า IPO:** การดำเนินการตามแผนและผลตอบรับจากนักลงทุน
* **ผลประกอบการของธุรกิจเพลง:** โดยเฉพาะการจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลในไตรมาสถัดไป
* **ผลการดำเนินงานของภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องใหม่:** การตอบรับจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ
* **การเติบโตของธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** การขยายช่องทางออนไลน์และการเปิดตัวสินค้าใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและบริการให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเพลง:** เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซที่กลับมาจัดงานได้เต็มที่หลังสถานการณ์โควิด-19 การจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัล 14 งาน รวม 38 รอบการแสดง สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น ธุรกิจบริหารศิลปินก็ทำรายได้ได้ดีเช่นกัน การปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงและการเตรียมนำ GMM Music เข้า IPO เป็นก้าวสำคัญที่จะปลดล็อกมูลค่าและสร้างการเติบโตในระยะยาว
**ธุรกิจภาพยนตร์:** มีการรับรู้รายได้ที่ดีจากภาพยนตร์ "บ้านเช่า บูชายัญ" ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงซีรีส์ "Delete" ที่ออกอากาศทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง การขยายตลาดไปยังต่างประเทศและการขายลิขสิทธิ์เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้
**ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** มีการเติบโตที่ดีจากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและการขยายช่องทางการขายออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องสำอางและอาหารเสริม การขยายไปยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้า
**ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** เผชิญกับความท้าทายจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งอาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 17,888 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นลดลงจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,475 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ส่วนใหญ่ลดลงจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ 1,828 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากผลกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.18 เท่า
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 1,011 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,089 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,332 ล้านบาท ส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิรวมลดลง 1,410 ล้านบาท และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 2,578 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GRAMMY ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ การปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงและการเตรียมนำ GMM Music เข้า IPO เป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของรายการพิเศษและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|