บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6345 out_tok=3193 at=2026-07-25T16:47:57 -->
# GRAMMY พลิกขาดทุน Q2/65 สู่กำไร 23.6 ล้านบาท รับแรงหนุนกิจกรรมบันเทิงฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 17.6% หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนธุรกิจเพลง-โชว์บิซฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนผลิตคอนเทนต์เพลงพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 23.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 15.0 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17.6% เป็น 1,191.4 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปินกลับมาจัดกิจกรรมได้มากขึ้น ประกอบกับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเนื่องจากการลงทุนผลิตคอนเทนต์เพลงที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ GRAMMY พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/2565 มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจเพลงและธุรกิจโชว์บิซ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทสามารถกลับมาจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากได้อีกครั้ง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การที่ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ส่งผลให้ธุรกิจที่ต้องอาศัยการรวมตัวของผู้คน เช่น คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี และอีเวนต์ต่างๆ สามารถกลับมาจัดได้ตามปกติ โดยเฉพาะธุรกิจโชว์บิซที่บริษัทฯ มีการจัดงาน "NangLay Beach Party and Music Festival" ที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่กลับมามีกิจกรรมสันทนาการอีกครั้ง นอกจากนี้ ธุรกิจเพลงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัลมิวสิคที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของธุรกิจเพลงทั้งหมด และการขายลิขสิทธิ์เพลง รวมถึงธุรกิจบริหารศิลปิน ก็ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาจัดกิจกรรมเช่นกัน ทำให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นถึง 13.1% เป็น 1,138.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพลิกให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 23.6 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 15.0 ล้านบาทในปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทฯ กำลังเตรียมจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีต่างๆ อีกมากมาย โดยมีผู้เข้าชมหลักกว่า 10,000 คนต่องาน ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจโชว์บิซที่จะต่อเนื่องไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม การลงทุนในการผลิตคอนเทนต์เพลงที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น แต่หากการจัดกิจกรรมต่างๆ สามารถดำเนินการได้ตามแผนและมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไร:** GRAMMY มีกำไรสุทธิ 23.6 ล้านบาท ใน Q2/65 พลิกจากขาดทุน 15.0 ล้านบาทใน Q2/64 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 257.3%
* **รายได้รวมโต 17.6%:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,191.4 ล้านบาท โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 13.1% เป็น 1,138.8 ล้านบาท
* **ธุรกิจเพลงฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจเพลงโต 38.4% YoY เป็น 614.2 ล้านบาท จากการกลับมาจัดกิจกรรมโชว์บิซ และการเติบโตของดิจิทัลมิวสิค
* **กำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.5% ลดลงจาก 16.7% YoY เนื่องจากต้นทุนการผลิตคอนเทนต์เพลงที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรลดลง:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลง 59.8% YoY เหลือ 35.8 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม 5.2%:** สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5,321.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 262.3 ล้านบาท โดยมีรายการลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 11.4%:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,983.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 407 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,191.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 1,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการและรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้สามารถจัดกิจกรรมได้มากขึ้น รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรขั้นต้น 403.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 35.5% ซึ่งลดลง 16.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลงทุนในการผลิตคอนเทนต์สำหรับธุรกิจเพลงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนขายและบริการสูงขึ้นกว่าสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมอยู่ที่ 35.8 ล้านบาท ลดลง 59.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากรายได้ของบริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลงจากผลกระทบโควิด-19
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 23.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 257.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 15.0 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโชว์บิซ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถกลับมาจัดคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี และอีเวนต์ต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
* **การเติบโตของดิจิทัลมิวสิค:** ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเป็นสัดส่วนรายได้หลักของธุรกิจเพลง
* **การขยายช่องทาง Social Commerce:** การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Social Commerce เช่น Facebook, YouTube, TikTok และ Line official ช่วยให้ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเข้าถึงผู้บริโภคได้สอดคล้องกับพฤติกรรมยุคใหม่
* **ภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับ:** ภาพยนตร์ "Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ" ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับเลือกเป็นหนังเปิดเทศกาลภาพยนตร์ "NEW YORK ASIAN FILM FESTIVAL 2022" และนักแสดงได้รับรางวัล ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการรับรู้แบรนด์และรายได้ในอนาคต
* **การระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัล:** การเสนอขาย Destiny Token เพื่อการลงทุนในภาพยนตร์ "บุพเพสันนิวาส ๒" ที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุน แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งทุนใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโฮมช้อปปิ้งและอีคอมเมิร์ซ:** ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
* **ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ที่สูงขึ้น:** การลงทุนในการผลิตคอนเทนต์สำหรับธุรกิจเพลงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การระบาดของโรคอาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมได้อีกครั้ง
* **ปริมาณการขายกล่องรับสัญญาณทีวีลดลง:** ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีมีแนวโน้มปริมาณการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งได้รับผลบวกจากมาตรการ Work from home ที่เข้มงวดในปี 2564
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** การลดลงของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น จากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมการถือหุ้นบริษัท โรจูคิสอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดกิจกรรม:** ติดตามจำนวนและขนาดของคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี และอีเวนต์ต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** จับตาการบริหารต้นทุนการผลิตคอนเทนต์เพลง เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลประกอบการของธุรกิจร่วมค้า:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วม โดยเฉพาะ The One Enterprise ที่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** ประเมินผลกระทบจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการปรับตัวของบริษัทผ่านช่องทาง Social Commerce
* **การรับรู้รายได้จากภาพยนตร์:** ติดตามรายได้จากการเข้าฉายภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ และผลตอบรับจากตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเพลง:** เป็นธุรกิจหลักและมีสัดส่วนรายได้สูงสุดถึง 53.9% ของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเติบโตถึง 38.4% YoY การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญกว่า 50% ของธุรกิจเพลงทั้งหมด รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจบริหารศิลปินและธุรกิจโชว์บิซจากการกลับมาจัดกิจกรรมได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในการผลิตคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการสูงขึ้นกว่าสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** มีรายได้ 339.1 ล้านบาท คิดเป็น 29.8% ของรายได้จากการดำเนินงาน ลดลงเล็กน้อย 4.1% YoY เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น บริษัทฯ ได้ปรับตัวโดยขยายช่องทาง Social Commerce เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
**ธุรกิจภาพยนตร์:** มีรายได้ 79.1 ล้านบาท คิดเป็น 6.9% ของรายได้จากการดำเนินงาน ลดลง 15.4% YoY เนื่องจากในไตรมาสนี้มีการรับรู้รายได้จากภาพยนตร์เพียง 1 เรื่อง คือ "Fast & Feel Love เร็วโหด...เหมือนโกรธเธอ"
**ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** มีรายได้ 52.7 ล้านบาท คิดเป็น 4.6% ของรายได้จากการดำเนินงาน ลดลง 20.5% YoY เนื่องจากปริมาณการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลบวกจากมาตรการ Work from home
**ธุรกิจอื่นๆ:** มีรายได้ 53.7 ล้านบาท คิดเป็น 4.7% ของรายได้จากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 8.3% YoY จากส่วนแบ่งรายได้ค่าโฆษณาจากช่อง GMM25 ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,321.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นลดลงจากการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,983.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% จากปีก่อน โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน และรายได้รับล่วงหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 9.8% จากปีก่อน อยู่ที่ 1,337.6 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.45 เท่า
สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 107.1 ล้านบาท มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 643.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GRAMMY พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 23.6 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 จากการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจเพลงและโชว์บิซที่ได้อานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น บริษัทมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในครึ่งปีหลัง แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|