บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6223 out_tok=2738 at=2026-07-27T09:52:47 -->
# GRAMMY กำไรสุทธิหดตัว YoY รับผลขาดทุนพิเศษ-ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งชะลอ
## รายได้รวมโต 8.9% รับธุรกิจภาพยนตร์-เพลงฟื้น แต่กำไรสุทธิพลิกขาดทุนจากรายการพิเศษ-ส่วนแบ่งกำไรลด
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,012.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรม แต่กำไรสุทธิกลับพลิกเป็นขาดทุน 15.0 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 7.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 160.1 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ GRAMMY ในไตรมาส 2/2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายการขาดทุนพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 160.1 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ 9.9% YoY ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการได้บันทึกรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 160.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรสุทธิ ทำให้แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้นจากการฟื้นตัวของธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากรายการพิเศษนี้ได้ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 232.6% YoY จาก 26.7 ล้านบาท เป็น 89.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการของบริษัทร่วมค้าอย่าง The One Enterprise (ONEE) ที่แม้จะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายการพิเศษได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นนี้ **มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราว (One-time)** เนื่องจากเป็นการบันทึกตามมูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นงวด ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเข้าซื้อหุ้นของ KISS ในเดือนมิถุนายน 2564 ด้วยมูลค่า 539.8 ล้านบาท และมีมูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 749.3 ล้านบาท อาจส่งผลต่อการรับรู้มูลค่ายุติธรรมในงวดถัดไปได้ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 8.9% YoY:** อยู่ที่ 1,012.8 ล้านบาท จาก 930.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจภาพยนตร์ที่เติบโตสูงถึง 387.2% YoY และธุรกิจเพลงที่เพิ่มขึ้น 5.2% YoY
* **กำไรสุทธิพลิกขาดทุน:** ขาดทุนสุทธิ 15.0 ล้านบาท เทียบกับกำไร 7.5 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น 160.1 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** อยู่ที่ 48.2% จาก 42.3% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น:** จาก 26.7 ล้านบาท เป็น 89.0 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการของ ONEE
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** ร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน YGxMM กับ YG Entertainment เพื่อพัฒนาศิลปิน และเข้าซื้อหุ้น KISS เพิ่มเติม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 GRAMMY มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,006.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจภาพยนตร์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 387.2% YoY จากการรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและดิจิทัลแพลตฟอร์ม ธุรกิจเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้เพิ่มขึ้น 5.2% YoY จากการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์ แม้ว่าธุรกิจโฮมช้อปปิ้งจะปรับตัวลดลง 13.3% YoY เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการลดลง 1.2% YoY ทำให้ต้นทุนต่อรายได้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 42.3% เป็น 48.2% แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 3.3% YoY โดยในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษคือขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 160.1 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการโดยรวมพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 15.0 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 7.5 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การร่วมทุน YGxMM:** การร่วมมือกับ YG Entertainment เพื่อพัฒนาศิลปิน Boy Band และ Girl Group ภายใน 5 ปี เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์ศิลปินระดับสากลและขยายฐานรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์:** การรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและดิจิทัลแพลตฟอร์มมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **ธุรกิจเพลงดิจิทัล:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจเพลง
* **การลงทุนใน KISS:** การเข้าซื้อหุ้น KISS เพิ่มเติมเป็นการขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและมีศักยภาพ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมและการรวมตัวของคนหมู่มาก ซึ่งกระทบต่อธุรกิจโชว์บิซและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจโฮมช้อปปิ้งและธุรกิจที่ต้องพึ่งพากำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน:** รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการ IPO ของ ONEE:** การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ The One Enterprise จะส่งผลต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของ YGxMM:** การพัฒนาศิลปินและการเปิดตัวศิลปินใหม่ภายใต้การร่วมทุนนี้
* **การรับรู้มูลค่ายุติธรรมของหุ้น KISS:** การเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมของหุ้น KISS ที่บริษัทเข้าซื้อ จะส่งผลต่อผลประกอบการในงวดถัดไป
* **แนวโน้มการจัดกิจกรรม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และความสามารถในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ได้ตามปกติ
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การรับรู้รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นในงวดถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเพลง:** มีรายได้ 443.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY โดยธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและการขายลิขสิทธิ์เติบโตดี แม้ว่าธุรกิจบริหารศิลปินและโชว์บิซจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้การจัดกิจกรรมยังไม่ปกติ
**ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** มีรายได้ 353.7 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ
**ธุรกิจภาพยนตร์:** มีรายได้ 93.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 387.2% YoY จากการขายลิขสิทธิ์ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
**ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** มีรายได้ 66.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% YoY จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจอื่นๆ:** มีรายได้ 49.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218.7% YoY จากการบันทึกรายได้ธุรกิจดิจิทัลทีวีช่อง GMM25
**ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 1.2% YoY อยู่ที่ 521.9 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนต่อรายได้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น 48.2%
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 3.3% YoY อยู่ที่ 435.6 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 สินทรัพย์รวมของ GRAMMY อยู่ที่ 4,944.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 703.0 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้มูลค่ายุติธรรมของหุ้น KISS ที่เข้าซื้อเพิ่ม ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,612.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 328.6 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.19 เป็น 1.26 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,332.2 ล้านบาท จากผลกำไรระหว่างปี
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 16.0 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไป 645.2 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเป็นบวก 489.8 ล้านบาท ส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิของไตรมาสลดลง 172.9 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 554.8 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GRAMMY ในไตรมาส 2/2564 เผชิญกับผลประกอบการที่พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 15.0 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 8.9% จากการฟื้นตัวของธุรกิจภาพยนตร์และเพลง แต่ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายการขาดทุนพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจำนวน 160.1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การลงทุนใน KISS และการร่วมทุน YGxMM เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด COVID-19 และความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|