บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
4.24
0.04 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6448 out_tok=2881 at=2026-07-25T17:21:37 -->
**GMM Grammy Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัวแรง 138.6% รับผลกระทบรายการพิเศษ-ต้นทุนพุ่ง**
**รายได้จากการดำเนินงานทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรขั้นต้นวูบ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากรายการพิเศษ-การกลับมาผลิตผลงาน**
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน 997.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 138.6% มาอยู่ที่ขาดทุน 153.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น และต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GRAMMY ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **1) การรับรู้ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงรายการพิเศษการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น** และ **2) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง**
### 1) หัวใจคืออะไร
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือ **กำไรสุทธิที่พลิกจากกำไร 398.2 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 มาเป็นขาดทุน 153.7 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565** คิดเป็นการลดลง 138.6% ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้คือ **รายการพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น** ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2564 มีผลกำไร 369.5 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลับมีผลขาดทุน 182.8 ล้านบาท นอกจากนี้ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 25.7% YoY** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงจาก 46.9% ในปีก่อน เหลือเพียง 34.3% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายการพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น** เป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ แต่เป็นการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามราคาตลาด ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรพิเศษ แต่ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลับมีมูลค่าลดลง ทำให้บริษัทต้องรับรู้ผลขาดทุนจากรายการนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
ส่วน **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น** นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า เป็นผลมาจากการ **กลับมาผลิตผลงานเพลงได้มากขึ้น** เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทำให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจาก **รายการพิเศษการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น** เนื่องจากเป็นรายการที่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามสภาวะตลาด ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางได้อย่างแม่นยำและอาจไม่เกิดขึ้นในทุกไตรมาส
สำหรับ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น** และส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นนั้น **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทจะเริ่มกลับมาจัดกิจกรรม Showbiz ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปตามนโยบายที่ผ่อนคลายลง ซึ่งการกลับมาดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ย่อมมาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิคที่แข็งแกร่งอาจช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานทรงตัว:** อยู่ที่ 997.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY โดยมีธุรกิจเพลงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **กำไรสุทธิพลิกขาดทุน:** จาก 398.2 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุน 153.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 46.9% เหลือ 34.3% เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.7% YoY
* **ธุรกิจเพลงเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.7% YoY โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจดิจิทัลมิวสิค
* **ธุรกิจโชว์บิซยังไม่กลับมาเต็มที่:** ยังไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติในไตรมาส 1 คาดว่าจะเริ่มกลับมาตั้งแต่ไตรมาส 2
* **การลงทุนในภาพยนตร์:** ภาพยนตร์ "One for the Road" ทำรายได้ Box Office และได้รับรางวัลจากเทศกาล Sundance Film Festival
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 997.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจเพลงที่เพิ่มขึ้น 9.7% โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัลมิวสิคที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 26.2% มาอยู่ที่ 1,007.2 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น
ในด้านต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.7% เป็น 655.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 46.9% ในปีก่อน เหลือ 34.3% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย จัดจำหน่าย และบริหาร เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.8% เป็น 428.3 ล้านบาท
ผลประกอบการโดยรวมในไตรมาสนี้ขาดทุนสุทธิ 153.7 ล้านบาท ลดลง 138.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 398.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงรายการพิเศษการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น
## โอกาส
* **การกลับมาของธุรกิจ Showbiz:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้บริษัทสามารถกลับมาจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และผลกำไร
* **การเติบโตของธุรกิจเพลง:** ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแหล่งรายได้หลักของธุรกิจเพลง
* **ธุรกิจภาพยนตร์:** ภาพยนตร์ "One for the Road" ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และรางวัลจากเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และชื่อเสียงในอนาคต
* **การพัฒนาธุรกิจใหม่:** การร่วมมือกับพันธมิตรในการเสนอขาย "DESTINY TOKEN" สำหรับภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ผ่านโทเคนดิจิทัล
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายการพิเศษ:** รายการพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาสได้
* **การแข่งขันในตลาดโฮมช้อปปิ้ง:** ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและอาจส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมหรือกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการผลิตและจัดกิจกรรม:** การกลับมาผลิตผลงานเพลงและจัดกิจกรรม Showbiz อาจมาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการในไตรมาส 2 เป็นต้นไป:** การกลับมาจัดกิจกรรม Showbiz จะส่งผลต่อรายได้และกำไรอย่างไร
* **ทิศทางของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ และมีปัจจัยใดสนับสนุน
* **ความสำเร็จของ "DESTINY TOKEN":** การเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในภาพยนตร์จะได้รับการตอบรับอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** จะมีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอีกหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเพลง:** เป็นธุรกิจหลักของบริษัท มีรายได้ 500.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% YoY โดยมีธุรกิจดิจิทัลมิวสิคเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ธุรกิจเพลงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโชว์บิซยังไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติในไตรมาสนี้
**ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง:** มีรายได้ 319.3 ล้านบาท ลดลง 7.3% YoY เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด
**ธุรกิจภาพยนตร์:** มีรายได้ 57.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% YoY จากภาพยนตร์ "One for the Road" ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และรางวัล
**ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี:** มีรายได้ 51.0 ล้านบาท ลดลง 15.3% YoY เนื่องจากไตรมาส 1 ปี 2564 ได้รับผลบวกจากมาตรการ Work from home ที่เข้มข้นกว่า
**ธุรกิจอื่นๆ:** มีรายได้ 68.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,189.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.0 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 617.1 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,874.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297.5 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 1,783.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.36 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 166.5 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,315.8 ล้านบาท เนื่องมาจากผลขาดทุนระหว่างไตรมาส
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 77.3 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปในการลงทุน 28.2 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 4.5 ล้านบาท ส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 53.8 ล้านบาท ภาพรวมสภาพคล่องและกระแสเงินสดอยู่ในระดับดี แสดงถึงฐานะการเงินที่เข้มแข็ง
## สรุปท้าย
GRAMMY ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการพิเศษที่ส่งผลขาดทุนสุทธิ และต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้รายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตเล็กน้อยจากธุรกิจเพลงเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การกลับมาดำเนินกิจกรรม Showbiz ตั้งแต่ไตรมาส 2 และการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลมิวสิค เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่ดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GRAMMY ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,634.68
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
446.77
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.33
%
กำไรสุทธิ
-51.05
ล้านบาท
↑ 730% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.12
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,635
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
447
↓ -30.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↑ + 730%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GRAMMY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
-1.50
ROA (%)
2.04
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GRAMMY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-102
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GRAMMY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-102.03
-85.98%
|
-727.80
-604.23%
|
144.34
-46.94%
|
272.04
-759.49%
|
-41.25
-123.52%
|
175.39
+52.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
298.25
-108.88%
|
-3,359.08
+5,397.68%
|
-61.10
+18.80%
|
-51.43
-107.34%
|
700.39
-46.34%
|
1,305.33
-98,988.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.33
-97.02%
|
3,029.20
+422.09%
|
580.21
-328.92%
|
-253.45
-18.04%
|
-309.23
-74.34%
|
-1,204.96
+53,216.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.56
-127.18%
|
-1,050.77
-258.07%
|
664.75
-2,348.06%
|
-29.57
-108.39%
|
352.59
+27.86%
|
275.76
+147.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|
451.92
-16.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,080.68
+28.13%
|
843.41
+25.35%
|
672.86
-11.95%
|
764.16
+35.67%
|
563.25
-22.60%
|
727.68
+61.02%
|