บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5513 out_tok=2359 at=2026-07-25T15:05:52 -->
# FTE กำไรสุทธิพุ่ง 83% รับอานิสงส์งานก่อสร้างฟื้น-บริหารต้นทุนสินค้าดี
## รายได้รวมโต 8.32% สวนทางงานโครงการลดลง ขณะที่กำไรขั้นต้น-สุทธิขยายตัวเด่น จากการสต็อกสินค้าล่วงหน้า
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 80.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 83.26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างที่ทำให้รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FTE ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายสินค้าที่เติบโตถึง 25.51%** ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 22.76% เป็น 26.49%** ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 83.26%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้งานก่อสร้างทั้งใหม่และงานที่ต่อเนื่องสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นตลาดหลักของสินค้าที่ FTE จัดจำหน่าย ในขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการได้มีการบริหารต้นทุนสินค้าโดยการ **สต็อกสินค้าไว้ก่อนที่ผู้จำหน่ายจากต่างประเทศจะปรับราคาขึ้น** จากสภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ซื้อมา ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะลดลง 13.32% เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นและนโยบายการรับงานที่เน้นการบริหารต้นทุน แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและการบริหาร GPM ที่ดีสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ทำให้งานก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการสต็อกสินค้าล่วงหน้าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในอนาคตหากมีสัญญาณการปรับราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 80.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.26% YoY
* **รายได้รวมขยายตัว:** รายได้จากการขายและบริการรวม 1,089.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.32% YoY
* **รายได้จากการขายพุ่ง:** รายได้จากการขายสินค้า 703.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.51% YoY จากการฟื้นตัวของงานก่อสร้าง
* **กำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้น 288.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.08% YoY และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นเป็น 26.49% จาก 22.76%
* **บริหารต้นทุนสินค้า:** การสต็อกสินค้าก่อนราคาขึ้นช่วยหนุน GPM
* **งานโครงการลดลง:** รายได้จากงานโครงการและให้บริการ 385.88 ล้านบาท ลดลง 13.32% YoY จากการแข่งขันสูงและเน้นบริหารต้นทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,089.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 703.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.51% จากการฟื้นตัวของงานก่อสร้าง ในขณะที่รายได้จากงานโครงการและให้บริการอยู่ที่ 385.88 ล้านบาท ลดลง 13.32% เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นและนโยบายการรับงานที่เน้นการบริหารต้นทุน
บริษัทมีกำไรขั้นต้น 288.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.08% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.49% ซึ่งสูงขึ้นจาก 22.76% ในปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าโดยการสต็อกสินค้าก่อนการปรับราคาขึ้น
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 171.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.23% YoY โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าขนส่ง และการปรับผลตอบแทนฝ่ายขายประจำปี รวมถึงการตั้งค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าบางรายการที่เคลื่อนไหวช้า
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 38.92% เป็น 5.89 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน และการบันทึกหนี้สินตามสัญญาเช่า
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 21% มาอยู่ที่ 14.90 ล้านบาท จากการบริหารจัดการติดตามลูกหนี้และการพิจารณาการให้เครดิตที่เข้มงวดขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 80.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 83.26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 4.35% เป็น 7.37%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 หนุนให้งานก่อสร้างเดินหน้าได้เต็มที่ เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายสินค้า
* **การบริหารต้นทุนสินค้า:** การสต็อกสินค้าล่วงหน้าและการบริหารจัดการจัดซื้อจัดจ้างเอง ช่วยเพิ่มกำไรจากงานโครงการและรักษา GPM
* **การขยายกลุ่มสินค้า:** การเพิ่มกลุ่มสินค้ามาจัดซื้อจัดจ้างเอง แทนการซื้อผ่านผู้รับเหมาช่วง ช่วยเพิ่มกำไรและควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** การติดตามและกระบวนการพิจารณาเครดิตที่เข้มงวดขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจงานโครงการ:** สภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรของงานโครงการ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาวัตถุดิบ:** ความผันผวนเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าและอัตรากำไร
* **การสต็อกสินค้า:** การสต็อกสินค้ามากเกินไปอาจมีความเสี่ยงเรื่องสินค้าล้าสมัยหรือเคลื่อนไหวช้า ทำให้ต้องมีการตั้งสำรองมูลค่าสินค้า
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างและปริมาณงานโครงการ
* กลยุทธ์การบริหารต้นทุนสินค้าและการสต็อกสินค้าในช่วงที่ราคาวัตถุดิบผันผวน
* ความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไรของงานโครงการ
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อต้นทุนและกำไร
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 25.51% เป็น 703.21 ล้านบาท สะท้อนการกลับมาของกิจกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นตลาดหลักของสินค้า เช่น วาล์ว อุปกรณ์ดับเพลิง ระบบสปริงเกลอร์
* **รายได้งานโครงการ:** ลดลง 13.32% เป็น 385.88 ล้านบาท ฝ่ายจัดการเน้นการรับงานที่ให้กำไรตามเกณฑ์และบริหารต้นทุนเองมากขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 22.76% เป็น 26.49% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการสต็อกสินค้าไว้ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้น
* **ต้นทุนสินค้า:** มีการบริหารจัดการที่ดี โดยการสต็อกสินค้าล่วงหน้าเพื่อรับมือกับราคาที่ปรับสูงขึ้นจากผู้จำหน่ายต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่สูงขึ้น และมีการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าบางรายการที่เคลื่อนไหวช้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร MD&A ที่ให้มา)
## สรุปท้าย
FTE โชว์ผลประกอบการปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 83.26% จากการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างที่หนุนรายได้จากการขายสินค้าให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าด้วยการสต็อกล่วงหน้า ทำให้ GPM ขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขัน แต่กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยชดเชยผลกระทบได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาวัตถุดิบ และการแข่งขันในธุรกิจงานโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการสต็อกสินค้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|