บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6622 out_tok=2047 at=2026-07-25T05:39:37 -->
# FTE กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 38% รับรายได้โต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้รวมโต 14% ขณะที่กำไรขั้นต้นและสุทธิปรับขึ้นเด่น จากการบริหารจัดการต้นทุนและงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 26.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 14.38% รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและบริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FTE ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 37.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) ที่ถูกส่งมอบมากขึ้น การปรับราคาสินค้าบางประเภท และการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้นตามความสำเร็จของงาน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากการที่บริษัทสามารถส่งมอบสินค้าเข้าพื้นที่ทำงานได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณ Backlog ที่มีอยู่ ประกอบกับการปรับราคาสินค้าบางรายการให้สูงขึ้น รวมถึงการได้รับงานขายสินค้ามูลค่าสูงในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ รายได้จากงานโครงการและบริการที่เพิ่มขึ้นยังมาจากปริมาณงานโครงการที่มากขึ้น และการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานที่มากขึ้นด้วย
ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน ฝ่ายจัดการระบุว่าสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนงานบริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 26.82% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 26.54% ในไตรมาสนี้ (สำหรับงวด 3 เดือน) และสำหรับงวด 6 เดือนอยู่ที่ 26.20% เพิ่มขึ้นจาก 25.84% ในปีก่อน แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามยอดขายที่มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลงจากการบริหารจัดการสินค้าที่ช่วยลดขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้า นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการที่บริษัทมีปริมาณยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) จากปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับราคาสินค้าบางประเภทและการได้รับงานมูลค่าสูง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากงานโครงการจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของแต่ละโครงการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 37.96% YoY** แตะ 26.64 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/66 เพิ่มขึ้น 14.38% YoY** อยู่ที่ 270.83 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 พุ่ง 125.68% YoY** แตะ 58.79 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 ขยับขึ้นเป็น 10.53%** จาก 5.48% ในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 39.09%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 66 จากการชำระคืนเงินกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 270.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.38% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้น 71.88 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 26.64 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.84% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8.15% ในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 555.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้น 145.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 58.79 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.53% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.48% ในปีก่อน
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนงานบริการได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* การได้รับงานขายสินค้ามูลค่าสูง และปริมาณงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
* การบริหารจัดการหนี้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
* การบริหารจัดการเรื่องติดตามหนี้และกระบวนการให้เครดิตลูกค้าที่ละเอียดขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและติดตั้งระบบดับเพลิง
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมระบบป้องกันอัคคีภัย
* ความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการ หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของลูกค้า
* ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หากมีการสั่งซื้อวัตถุดิบหรือมีรายได้ในสกุลเงินต่างประเทศ (แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของกลุ่มอุตสาหกรรม)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการส่งมอบ Backlog และการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การรับรู้รายได้จากงานโครงการที่สำคัญ และความคืบหน้าตามแผน
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อการลงทุนในโครงการต่างๆ ของลูกค้า
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโตได้ดีทั้งในส่วนของการขายสินค้า (เพิ่มขึ้น 14.74% ใน Q2, 18.62% ใน 6 เดือน) และงานโครงการ/บริการ (เพิ่มขึ้น 13.56% ใน Q2, 15.11% ใน 6 เดือน) สะท้อนถึงการบริหารจัดการ Backlog ที่มีประสิทธิภาพและการได้งานใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ทรงตัวในระดับสูงที่ประมาณ 26% สะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนและ/หรือการปรับราคาขายได้อย่างเหมาะสม
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (10.13% ใน Q2, 9.45% ใน 6 เดือน) ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากการบริหารจัดการสินค้าที่ลดขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้า
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างมาก (27.94% ใน Q2, 39.09% ใน 6 เดือน) จากการชำระคืนเงินกู้ยืม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
## สรุปท้าย
FTE โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ แม้จะมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงและการลดลงของต้นทุนทางการเงินก็ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีโอกาสที่แนวโน้มผลประกอบการที่ดีจะต่อเนื่องจาก Backlog ที่มีอยู่และการบริหารจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|