บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5266 out_tok=2499 at=2026-07-25T16:24:47 -->
# FTE กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 46% รับรายได้โครงการวูบ - สรุป MD&A
## รายได้รวมวูบ 9.55% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ GPM ทรงตัวและรายได้อื่นพุ่ง
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 236.23 ล้านบาท ลดลง 9.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 45.99% อยู่ที่ 6.74 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากงานโครงการและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ FTE ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากงานโครงการและการให้บริการ ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ FTE ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **รายได้จากการขายและบริการรวมที่ลดลง 9.55%** โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการที่ลดลงถึง 28.59%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 45.99% จาก 12.48 ล้านบาท เหลือ 6.74 ล้านบาท นอกจากนี้ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้น 446.94%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางโครงการ** โดยลูกค้าชะลอการส่งมอบสินค้าเข้าไซต์งานหรือเลื่อนการส่งมอบออกไป ประกอบกับ **สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในช่วงต้นปี** ทำให้บริษัทได้รับงานโครงการมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้จากงานโครงการและการให้บริการลดลงอย่างชัดเจน
ในส่วนของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น เกิดจากการ **ตั้งค่าเผื่อสำหรับลูกหนี้ที่ชำระเงินล่าช้า** แม้ว่าบริษัทจะเร่งบริหารจัดการเรื่องการติดตามลูกหนี้และเพิ่มกระบวนการพิจารณาการให้วงเงินเครดิตลูกค้าอย่างละเอียดมากขึ้นแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกบางประการที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ ได้แก่ **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.26%** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 22.43% เป็น 24.86%** ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น และ **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 423.91%** ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ COVID-19 และสภาวะการแข่งขันที่ส่งผลกระทบต่อการรับงานโครงการยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าบริษัทจะมี Backlog ที่คาดว่าจะส่งมอบได้ในปีนี้ แต่ความล่าช้าในการส่งมอบหรือการยกเลิกคำสั่งซื้อยังคงเป็นความเสี่ยง ในขณะที่การตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการกำลังเร่งแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 45.99% YoY:** จาก 12.48 ล้านบาท เหลือ 6.74 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 9.55% YoY:** อยู่ที่ 236.23 ล้านบาท
* **รายได้งานโครงการวูบ 28.59% YoY:** เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้รวม
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** จาก 22.43% เป็น 24.86% จากการบริหารต้นทุน
* **ตั้งสำรองหนี้เสียพุ่ง 446.94%:** เป็น 13.40 ล้านบาท กดดันกำไรสุทธิ
* **รายได้อื่นโตกระโดด 423.91%:** ส่วนใหญ่มาจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวมเท่ากับ 236.23 ล้านบาท ลดลง 24.95 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 155.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.86% ขณะที่รายได้จากงานโครงการและการให้บริการอยู่ที่ 80.35 ล้านบาท ลดลง 28.59% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.26% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 24.86% จาก 22.43%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 147.44% และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 446.94% เป็น 13.40 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้ลดลง 45.99% อยู่ที่ 6.74 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 4.77% เหลือ 2.82%
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ฝ่ายจัดการสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่วนใหญ่มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจเป็นโอกาสหากค่าเงินยังคงผันผวนในทิศทางที่เป็นบวก
* **Backlog ที่มีอยู่:** บริษัทมียอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ภายในปีนี้ เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางโครงการ ทำให้ลูกค้าชะลอการส่งมอบหรือเลื่อนการส่งมอบ
* **สภาวะการแข่งขัน:** การแข่งขันที่รุนแรงในช่วงต้นปีส่งผลให้บริษัทได้รับงานโครงการมูลค่าลดลง
* **ลูกหนี้ชำระล่าช้า:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเสี่ยงจากลูกหนี้ที่ชำระเงินล่าช้า
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการกลับมาของคำสั่งซื้อโครงการใหม่ๆ และมูลค่าของคำสั่งซื้อ
* ความคืบหน้าในการบริหารจัดการลูกหนี้และการลดการตั้งสำรองหนี้เสีย
* สถานการณ์การส่งมอบ Backlog ที่มีอยู่
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อรายได้อื่น
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 FTE มีรายได้จากการขายและบริการรวม 236.23 ล้านบาท ลดลง 9.55% YoY โดยรายได้จากการขายสินค้า (Valve, Fire Hose, Fire Extinguisher Equipment, Automatic Sprinkler Equipment ฯลฯ) อยู่ที่ 155.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.86% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจสินค้าที่อาจเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน
ในทางกลับกัน รายได้จากงานโครงการและการให้บริการ (Water Base System, Foam System, Gaseous System, Dry Chemical System, Detection & Fire Alarm System ฯลฯ) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีมูลค่าสูงกว่า กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 28.59% อยู่ที่ 80.35 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19 และสภาวะการแข่งขันที่ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจหรือเลื่อนการส่งมอบโครงการ
แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 12.39% ทำให้กำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 58.73 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจจาก 22.43% เป็น 24.86%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 446.94% เป็น 13.40 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 147.44% จากการกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 45.99%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
FTE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้งานโครงการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันที่รุนแรง แม้จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้นและมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วย แต่การตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 45.99% ทิศทางในอนาคตยังคงต้องจับตาการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อโครงการใหม่ๆ และความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|