บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.76
+0.04 (+1.47%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10835 out_tok=2206 at=2026-08-13T20:35:51 -->
# FTE กำไร Q2/2569 พุ่ง 37% รับแรงหนุนจาก Backlog ที่ทยอยรับรู้
## รายได้-กำไรโตตามปริมาณงานในมือ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-โลจิสติกส์กดดัน GPM เล็กน้อย
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 47.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบริหารจัดการงานที่มีประสิทธิภาพและแนวโน้มการได้รับโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FTE ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.73% (YoY)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้น 37.10% (YoY) แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานที่รับรู้เป็นรายได้ก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจาก **การทยอยรับรู้รายได้จากปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการและเร่งรัดการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มงานโรงงานอุตสาหกรรม, สถานีไฟฟ้าย่อย, และงานดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มงานหลักของบริษัท ฝ่ายจัดการระบุว่ามีแนวโน้มได้รับโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงเล็กน้อยจาก 25.39% เป็น 23.92% (YoY) ในไตรมาส 2/2569 เกิดจาก **การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ, ต้นทุนแรงงาน, ค่ารับเหมาช่วง, รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการได้รับโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตามที่ฝ่ายจัดการระบุ รวมถึงการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 69 รายได้รวม 486.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.73% YoY งวด 6 เดือน รายได้รวม 907.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.29% YoY
* **กำไรสุทธิก้าวกระโดด:** งวด 3 เดือน กำไรสุทธิ 47.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.10% YoY งวด 6 เดือน กำไรสุทธิ 95.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.45% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** GPM งวด 3 เดือน อยู่ที่ 23.92% และงวด 6 เดือน อยู่ที่ 24.12% ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น
* **รายได้อื่นลดลง:** งวด 3 เดือน รายได้อื่น 1.47 ล้านบาท ลดลง 74.79% YoY และงวด 6 เดือน 2.84 ล้านบาท ลดลง 57.86% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ที่เติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 FTE มีรายได้จากการขายและบริการรวม 486.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 116.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.16% และกำไรสุทธิ 47.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.10% ทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.69%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 907.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.29% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า มีกำไรขั้นต้น 218.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.30% และกำไรสุทธิ 95.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.45% ทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.44%
## โอกาส
* **การเติบโตของ Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **การได้รับโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์แนวโน้มการได้รับโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มงานโรงงานอุตสาหกรรม, สถานีไฟฟ้าย่อย, และงานดาต้าเซ็นเตอร์
* **ประสิทธิภาพการบริหารโครงการ:** ความสามารถในการบริหารจัดการและเร่งรัดการดำเนินโครงการส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์:** การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ, ค่าแรง, ค่ารับเหมาช่วง, และต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งผลกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้อื่น
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 จากลูกหนี้การค้าที่มีอายุค้างชำระและกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านการรับชำระเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการได้รับโครงการใหม่:** การประมูลและการเซ็นสัญญางานใหม่ๆ จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ, แรงงาน, และโลจิสติกส์ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** ความคืบหน้าในการติดตามและจัดเก็บหนี้ รวมถึงการตั้งสำรองที่อาจเกิดขึ้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทต่อรายได้อื่น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** การเติบโตที่แข็งแกร่งสะท้อนถึงความต้องการในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มงานเฉพาะทางที่ FTE มีความเชี่ยวชาญ
* **ต้นทุนขายและบริการ:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ส่งผลให้ GPM ลดลงเล็กน้อย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย เป็นไปเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** ในงวด 3 เดือน มีการตั้งผลขาดทุนฯ เพิ่มขึ้น 2.21 ล้านบาท จากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นสำหรับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือน มีการกลับรายการผลขาดทุนฯ 5.37 ล้านบาท เนื่องจากการติดตามและเร่งรัดการจัดเก็บหนี้อย่างเข้มงวด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** มีการลดลงเล็กน้อยในงวด 3 เดือน (-0.05 ล้านบาท) และงวด 6 เดือน (-0.11 ล้านบาท) ซึ่งเกิดจากการรับรู้ต้นทุนตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16
## สรุปท้าย
FTE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนของปริมาณงานในมือที่ทยอยรับรู้เป็นรายได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ และการเติบโตของรายได้โดยรวมยังคงทำให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การได้รับโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญก็เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|