บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6701 out_tok=2217 at=2026-07-25T16:43:52 -->
# FTE กำไร Q2/2565 พุ่ง 34% รับ GPM ขยายตัว – รายได้โครงการแผ่ว
## อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 26.82% หนุนกำไรสุทธิโตแรง แม้รายได้รวมหดตัวเล็กน้อยจากงานโครงการ
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการขายและบริการจะลดลง 5.31% มาอยู่ที่ 236.79 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของกำไรมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ FTE ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดย GPM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 26.82% เพิ่มขึ้นจาก 21.44% ในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจากการขายและบริการจะลดลง 5.31% มาอยู่ที่ 236.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิยังคงเติบโตถึง 34.10% มาอยู่ที่ 19.31 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การที่บริษัทสามารถทำกำไรขั้นต้นและมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนค่าแรงอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการ **พิจารณารับงานอย่างรอบคอบมากขึ้น** ในสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ทำให้บริษัทสามารถตั้งราคาขายที่เหมาะสมกับต้นทุนที่แท้จริงได้มากขึ้น นอกจากนี้ การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 6.58 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ยังช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและพิจารณารับงานอย่างรอบคอบมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการหนี้เสียและการติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการพิจารณาให้วงเงินเครดิตลูกค้าอย่างละเอียดมากขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรและผลประกอบการให้มีเสถียรภาพในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 34.10% YoY:** อยู่ที่ 19.31 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูง:** เพิ่มขึ้นจาก 21.44% เป็น 26.82%
* **รายได้รวมลดลง 5.31% YoY:** อยู่ที่ 236.79 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้งานโครงการที่ลดลง
* **รายได้จากการขายเติบโต 19.26% YoY:** อยู่ที่ 162.98 ล้านบาท ชดเชยรายได้งานโครงการที่ลดลงได้บางส่วน
* **กลับรายการผลขาดทุนฯ หนุนกำไร:** มีการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 6.58 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 236.79 ล้านบาท ลดลง 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 162.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.26% ขณะที่รายได้จากงานโครงการและการให้บริการลดลง 34.92% มาอยู่ที่ 73.81 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.44% มาอยู่ที่ 63.51 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.82% เพิ่มขึ้นจาก 21.44% ในปีก่อนหน้า ประกอบกับการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 6.58 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 19.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.10% และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 8.15% เพิ่มขึ้นจาก 5.70% ในปีก่อนหน้า
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 รายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 473.02 ล้านบาท ลดลง 7.48% โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 26.05 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 3.09% แต่มีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 5.23% เป็น 5.48%
## โอกาส
* **Backlog ที่มีอยู่:** บริษัทยังคงมีคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ภายในปีนี้
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรง รวมถึงการพิจารณารับงานอย่างรอบคอบ เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การขยายตัวของตลาด:** ธุรกิจระบบป้องกันอัคคีภัยยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโครงการใหม่ๆ และการปรับปรุงอาคารเดิม
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของงานโครงการ:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสภาวะการแข่งขันยังคงส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างและความล่าช้าในการส่งมอบโครงการ
* **การแข่งขันด้านราคา:** สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อมูลค่างานที่ได้รับและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนฯ:** การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในงวดหกเดือน สะท้อนความเสี่ยงด้านการชำระเงินของลูกหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าและการรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อค้างส่ง
* **แนวโน้มรายได้งานโครงการ:** ทิศทางของรายได้จากงานโครงการในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนสินค้าและค่าแรงอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** ประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และลดผลขาดทุนด้านเครดิต
* **การปรับตัวต่อสภาวะตลาด:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับการแข่งขันและสภาวะเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตได้ดี 19.26% YoY แสดงถึงความสามารถในการขายสินค้ากลุ่ม Valve, Fire Hose, Fire Extinguisher Equipment, Automatic Sprinkler Equipment ได้อย่างต่อเนื่อง
* **รายได้งานโครงการ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 34.92% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมหดตัว สะท้อนผลกระทบจากความล่าช้าในการก่อสร้างและการแข่งขัน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 21.44% เป็น 26.82% บ่งชี้ถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการตั้งราคาขายที่เหมาะสม
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 79.35% ในงวด 6 เดือน เป็น 3.30 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เพิ่มขึ้น 170.63% ในงวด 6 เดือน เป็น 6.82 ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงด้านการชำระเงินของลูกหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
FTE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 34.10% แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากรายได้งานโครงการที่ลดลงและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการ Backlog และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|