บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6739 out_tok=2211 at=2026-07-27T09:39:01 -->
# FTE กำไรสุทธิ Q2/64 ทรงตัว แต่รายได้รวมโต 16% รับแรงหนุนงานโครงการ
## รายได้รวมเติบโตต่อเนื่อง 16% จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อย เหตุ GPM ลดลงตามการแข่งขัน
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 250.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 14.40 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.10% ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 511.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.04% และกำไรสุทธิ 26.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.47%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ FTE ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 16.01%** ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้จากงานโครงการและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 24.51% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 21.44%** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิทรงตัวไม่เติบโตตามรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจาก **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 30.29%** ในไตรมาส 2/64 และ **45.31%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้รับงานมูลค่าโครงการสูงขึ้น และสามารถรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในทางกลับกัน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นในส่วนของรายได้จากการขายลดลง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ได้แก่:
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 156.10%** ในไตรมาส 2/64 และ **348.78%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 (TFRS 16)
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมากถึง 97.12%** ในไตรมาส 2/64 และ **69.38%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไรสุทธิ โดยเกิดจากการติดตามและได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่เคยตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้แล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องสำหรับรายได้จากงานโครงการ แต่ GPM ยังต้องติดตาม** การที่บริษัทได้รับงานมูลค่าโครงการสูงขึ้นและสามารถรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานได้มากขึ้น บ่งชี้ถึงศักยภาพในการดำเนินงานและ backlog ที่ดี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม สภาวะการแข่งขันที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงนั้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนหรือปรับกลยุทธ์การตั้งราคาเพื่อรักษาระดับ GPM ได้หรือไม่ ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ TFRS 16 คาดว่าจะคงที่ตามสัญญาเช่าที่มีอยู่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/64 เติบโต 16.01% YoY** แตะ 250.08 ล้านบาท
* **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการโตเด่น 30.29% YoY** เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **กำไรสุทธิ Q2/64 ทรงตัวที่ 14.40 ล้านบาท** ลดลง 1.10% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 24.51% เป็น 21.44% ใน Q2/64
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นมาก** จากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่า (TFRS 16)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 250.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.01% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 53.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.48% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.51% เป็น 21.44% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเท่ากับ 14.40 ล้านบาท ลดลง 1.10%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 511.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.04% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 112.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.95% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.98% เป็น 21.95% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเท่ากับ 26.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.47%
## โอกาส
* **การได้รับงานมูลค่าโครงการสูงขึ้น:** เป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน:** แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผน
* **การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** สะท้อนถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่ดีขึ้น และการได้รับชำระหนี้คืน
## ความเสี่ยง
* **สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจ:** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในส่วนรายได้จากการขายลดลง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าพื้นที่เพื่อทำงานของลูกค้าบางราย ทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้า
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้ TFRS 16
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการแข่งขันในตลาดและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การได้รับงานโครงการใหม่ๆ และการบริหาร backlog
* ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อการดำเนินงานและการส่งมอบงาน
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงินในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 16.01% YoY ใน Q2/64 โดยรายได้จากงานโครงการและการให้บริการเพิ่มขึ้น 30.29% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 6.33% เนื่องจากลูกค้าบางรายชะลอการรับสินค้าจากสถานการณ์ COVID-19
* **กำไรขั้นต้น:** แม้กำไรขั้นต้นรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.48% ใน Q2/64 แต่ GPM โดยรวมลดลงจาก 24.51% เป็น 21.44% โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5.96% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.50% ใน Q2/64 โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาตาม TFRS 16
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 156.10% ใน Q2/64 จากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงขอข้ามไป)
## สรุปท้าย
FTE ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของธุรกิจงานโครงการ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทำให้กำไรสุทธิทรงตัว แม้ว่าการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตจะเป็นปัจจัยหนุนก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการแข่งขันและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัท รวมถึงการบริหารจัดการ backlog เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|