บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6702 out_tok=2214 at=2026-07-25T16:35:24 -->
# FTE กำไร Q3/2565 พุ่ง 36% รับแรงหนุนรายได้-บริหารต้นทุน
## รายได้รวมโต 15.88% ในไตรมาสเดียว ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามคาด จากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 15.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 15.88% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FTE ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงที่สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ** โดยในไตรมาส 3/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 36.08% YoY มาอยู่ที่ 15.69 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นจาก 23.76% ในปีก่อน เป็น 27.06% ในปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 3 มาจากการที่ลูกค้าแจ้งให้ทยอยส่งสินค้าเข้าไซต์งานมากขึ้น รวมถึงการสั่งสินค้าเพื่อสต็อก เนื่องจากมีการแจ้งปรับราคาสินค้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากผลของอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังให้ความสำคัญกับการพิจารณารับงานมากขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนค่าแรงได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า บริษัทยังคงรักษาฐานลูกค้าและยอดขายไว้ได้เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงยังมี Backlog จากหลายโครงการที่ทยอยส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของรายได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มข้นขึ้นและการพิจารณารับงานอย่างรอบคอบ จะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2565 เติบโต 15.88% YoY** แตะ 291.02 ล้านบาท จากการทยอยส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าและการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการปรับราคา
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 36.08% YoY** สู่ระดับ 15.69 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2565 ปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 27.06% จาก 23.76% ในปีก่อน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น** ในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 9.69 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 16.51 ล้านบาท ซึ่งบริษัทกำลังเร่งบริหารจัดการและเพิ่มความละเอียดในการพิจารณาให้วงเงินลูกค้า
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 54.93% YoY** ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 4.71 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและหนี้สินตามสัญญาเช่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 291.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 78.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.98% และมีกำไรสุทธิ 15.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.08% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.37%
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 764.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 200.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.94% และมีกำไรสุทธิ 41.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.67% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.44%
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ในสภาวะต้นทุนที่ผันผวน
* **การพิจารณารับงานที่รอบคอบ:** ช่วยคัดกรองงานที่มีกำไรเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **Backlog จากโครงการต่างๆ:** เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าที่นำเข้า และอาจกระทบต่อกำไรหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** สะท้อนความเสี่ยงด้านการชำระเงินของลูกหนี้ ซึ่งบริษัทกำลังเร่งบริหารจัดการ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงในไตรมาสถัดไป
* การติดตามและบริหารจัดการลูกหนี้เพื่อลดผลขาดทุนด้านเครดิต
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อต้นทุนและราคาขาย
* ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ที่อยู่ใน Backlog
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ในไตรมาส 3/2565 มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 15.88% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่ลูกค้าแจ้งให้ทยอยส่งสินค้าเข้าไซต์งาน และการสั่งสินค้าเพื่อสต็อกมากขึ้น เนื่องจากมีการแจ้งปรับราคาสินค้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง สำหรับงวด 9 เดือนแรก รายได้รวมทรงตัวอยู่ที่ 764.03 ล้านบาท โดยมีการรักษาฐานลูกค้าและยอดขายไว้ได้
* **กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้น:** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทั้งงวด 3 เดือนและ 9 เดือน โดย GPM ใน Q3/2565 อยู่ที่ 27.06% เพิ่มขึ้นจาก 23.76% ในปีก่อน และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 26.31% เพิ่มขึ้นจาก 22.54% ปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า ต้นทุนค่าแรง และการพิจารณารับงานที่รอบคอบมากขึ้น
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในงวด 3 เดือน (+23.92% YoY) และ 9 เดือน (+11.13% YoY) โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในงวด 3 เดือน (+94.97% YoY) และ 9 เดือน (+120.43% YoY) สะท้อนปัญหาลูกหนี้ชำระเงินล่าช้า บริษัทกำลังเร่งบริหารจัดการและเพิ่มความละเอียดในการพิจารณาให้วงเงินลูกค้า
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 54.93% YoY ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 4.71 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและหนี้สินตามสัญญาเช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
FTE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 36% จากการที่รายได้จากการขายและบริการกลับมาเติบโตจากการทยอยส่งมอบสินค้าและการสต็อกของลูกค้า ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าแรงที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ Backlog ที่มีอยู่และความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|