บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6815 out_tok=2646 at=2026-07-25T16:32:39 -->
FTE กำไรสุทธิ Q3/2564 หดตัว 10.41% แม้รายได้รวมโต 13.51% จากงานโครงการ
รายได้รวม FTE Q3/2564 เติบโต 13.51% แตะ 251.13 ล้านบาท หนุนโดยงานโครงการที่เพิ่มขึ้น 47.11% ขณะที่กำไรสุทธิกลับลดลง 10.41% เหลือ 11.53 ล้านบาท จากผลกระทบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายรายการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FTE ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 10.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 13.51% มาอยู่ที่ 251.13 ล้านบาท มาจากปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายรายการ โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่กดดันกำไรสุทธิของ FTE ในไตรมาส 3/2564 คือการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ "ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 787.50% หรือ 4.41 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึง "ต้นทุนทางการเงิน" ที่เพิ่มขึ้นถึง 95.16% หรือ 0.59 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 15.90% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยก็เป็นปัจจัยเสริม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2564 เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ลูกหนี้บางรายชำระเงินล่าช้า แม้ว่าโดยรวมสำหรับ 9 เดือนแรกของปี บริษัทจะตั้งสำรองลดลงก็ตาม ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการอ่อนค่าของเงินบาท และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้สัญญาเช่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ปัจจัยด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ล่าช้าได้ ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาเช่าตามมาตรฐานบัญชีใหม่นั้น คาดว่าจะคงที่ในระยะสั้น แต่ต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้จึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจาก COVID-19 ที่อาจยืดเยื้อ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 13.51% YoY:** สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 762.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.56 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้งานโครงการที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 10.41% YoY ใน Q3:** กำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 11.53 ล้านบาท ลดลงจาก 12.87 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกหดตัว 2.41%:** กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 38.41 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 39.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2564 อยู่ที่ 23.76% ลดลงจาก 23.92% ในปีก่อน และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 22.54% ลดลงจาก 24.63% โดยมีสาเหตุจากสภาวะการแข่งขัน
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกดดันกำไร:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 95.16% ใน Q3 และ 195.15% ใน 9 เดือนแรก ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน Q3 เพิ่มขึ้น 787.50%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 FTE มีรายได้จากการขายและบริการรวม 251.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้งานโครงการและการให้บริการที่เติบโตถึง 47.11% เป็น 117.50 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 5.47% เหลือ 133.63 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 59.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.74% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 23.92% เป็น 23.76% เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่ส่งผลต่อกำไรขั้นต้นในส่วนรายได้จากการขาย
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นๆ พบว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.16% และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 787.50% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 15.90% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ 11.53 ล้านบาท ลดลง 10.41% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 762.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.19% โดยรายได้งานโครงการและการให้บริการเพิ่มขึ้น 45.92% ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 1.76% กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 171.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.45% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.63% เป็น 22.54% โดยมีสาเหตุหลักจากสภาวะการแข่งขัน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 38.41 ล้านบาท ลดลง 2.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 195.15% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.45% แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะลดลง 15.75%
## โอกาส
* **การเติบโตของงานโครงการ:** การที่รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการได้รับและบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าและบริการด้านระบบป้องกันอัคคีภัยในภาคอุตสาหกรรมและอาคารต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **สภาวะการแข่งขัน:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจส่งผลให้กำไรขั้นต้นในส่วนรายได้จากการขายลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **ความล่าช้าในการชำระหนี้:** สถานการณ์ COVID-19 อาจส่งผลให้ลูกหนี้บางรายชำระเงินล่าช้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเป็นปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุนของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้งานโครงการ:** การเติบโตของรายได้จากงานโครงการจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามและบริหารจัดการลูกหนี้เพื่อลดผลกระทบจากหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **การปรับตัวต่อสภาวะการแข่งขัน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับการแข่งขันเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รวม 762.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.19% โดยรายได้งานโครงการและการให้บริการเติบโตโดดเด่นถึง 45.92% สะท้อนถึงการได้รับงานมูลค่าสูงและรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานได้ดีขึ้น ในขณะที่รายได้จากการขายลดลง 1.76% เนื่องจากลูกค้าชะลอการรับสินค้าเนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ทำงานจากสถานการณ์ COVID-19
* **กำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 22.54% ลดลงจาก 24.63% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะการแข่งขันที่กดดันกำไรขั้นต้นในส่วนรายได้จากการขาย
* **ค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 195.15% ใน 9 เดือนแรก เป็นผลจากหนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.45% ส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการรับรู้ค่าเสื่อมราคาตามมาตรฐาน IFRS 16
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** สำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 15.75% เนื่องจากบริษัทมีการติดตามและได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่เคยตั้งสำรองไว้แล้ว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงขอข้ามไป)
## สรุปท้าย
FTE ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงิน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการรับรู้รายได้งานโครงการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาวะการแข่งขันที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น และความเสี่ยงจากความล่าช้าในการชำระหนี้ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|