บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5494 out_tok=2629 at=2026-07-25T16:14:10 -->
# FTE กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 27% รับรายได้โครงการโตหนุน แต่ GPM ลด
## รายได้รวมโต 10.83% จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลง 27.28% เหตุ GPM หดตัวและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,005.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากงานโครงการและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 31.77% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2564 อยู่ที่ 44.02 ล้านบาท ลดลง 27.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ FTE ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากงานโครงการและบริการที่แข็งแกร่ง** ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากการขายที่ลดลงเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 16.51 ล้านบาท หรือ 27.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากงานโครงการและบริการเพิ่มขึ้น 31.77%:** เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้รับงานมูลค่าโครงการสูงขึ้น และสามารถรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานได้มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจในส่วนงานโครงการ
* **รายได้จากการขายลดลง 1.59%:** เกิดจากลูกค้าบางรายชะลอการรับสินค้าเนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ทำงานจากสถานการณ์โควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.77% เป็น 22.79%:** แม้กำไรขั้นต้นโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามยอดขายที่สูงขึ้น แต่เมื่อคิดเป็นอัตราส่วนแล้วลดลง สาเหตุหลักมาจาก "สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่ทำให้กำไรขั้นต้นในส่วนรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย"
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 33.65%:** ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองหนี้สูญ 3.49 ล้านบาท, การตั้งค่าเผื่อมูลค่าสินค้าเสื่อมสภาพ 4.19 ล้านบาท และการรับรู้รายการตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 2 เรื่องการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ 1.30 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 152.38% จากหนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้น และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 52.02% เนื่องจากลูกหนี้บางรายชำระเงินล่าช้าจากสถานการณ์โควิด-19
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม:** ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงในปี 2564 มีทั้งส่วนที่อาจเป็นลักษณะครั้งคราว เช่น การตั้งสำรองหนี้สูญและค่าเผื่อมูลค่าสินค้าเสื่อมสภาพที่อาจผันผวนตามสถานการณ์ และส่วนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น สภาวะการแข่งขันที่ส่งผลต่อ GPM และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการชำระเงินของลูกหนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,005.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83% YoY:** หนุนโดยรายได้งานโครงการและบริการที่เติบโต 31.77%
* **กำไรสุทธิ 44.02 ล้านบาท ลดลง 27.28% YoY:** เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 24.77% ในปีก่อนหน้า เหลือ 22.79% ในปี 2564
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 33.65% YoY:** ส่วนใหญ่จากการตั้งสำรองหนี้สูญ ค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ และรายการตามมาตรฐานบัญชีใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 152.38% YoY:** จากสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 52.02% YoY:** จากลูกหนี้บางรายชำระล่าช้าเนื่องจากโควิด-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,005.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากงานโครงการและการให้บริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 31.77% จากการได้รับงานมูลค่าสูงขึ้นและรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานได้มากขึ้น ในขณะที่รายได้จากการขายลดลง 1.59% เนื่องจากลูกค้าชะลอการรับสินค้าจากสถานการณ์โควิด-19
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.99% เป็น 229.18 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.77% เป็น 22.79% เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่กดดันกำไรในส่วนรายได้จากการขาย
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมกันเพิ่มขึ้น 10.58% เป็น 161.03 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการตั้งสำรองหนี้สูญ ค่าเผื่อมูลค่าสินค้าเสื่อมสภาพ และรายการตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 2
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก 152.38% เป็น 4.24 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้น ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 52.02% เป็น 13.56 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้บางรายชำระเงินล่าช้าจากผลกระทบโควิด-19
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 44.02 ล้านบาท ลดลง 27.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 6.62% เป็น 4.35%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากงานโครงการ:** การได้รับงานมูลค่าสูงขึ้นและรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานได้มากขึ้น แสดงถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในส่วนงานโครงการ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **ธุรกิจหลักด้านระบบป้องกันอัคคีภัย:** ตลาดระบบป้องกันอัคคีภัยยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจ:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในส่วนรายได้จากการขาย
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงส่งผลต่อการดำเนินงานของลูกค้า ทำให้เกิดการชะลอการรับสินค้าและการชำระเงินล่าช้า ซึ่งนำไปสู่การตั้งสำรองหนี้สูญและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลต่อต้นทุนขาย
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน:** การตั้งสำรองต่างๆ และภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับงานโครงการใหม่ๆ และมูลค่าของ Order Book
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขัน
* การบริหารจัดการหนี้เสียและลูกหนี้ที่อาจได้รับผลกระทบจากโควิด-19
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
* การฟื้นตัวของรายได้จากการขายสินค้าสำเร็จรูป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ภาพรวมเติบโต 10.83% โดยรายได้งานโครงการโตเด่น 31.77% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจบริการติดตั้งและวางระบบ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงจาก 24.77% เป็น 22.79% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่กดดันกำไรในส่วนรายได้จากการขาย
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 13.74% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 33.65% เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุจากการตั้งสำรองต่างๆ และรายการตามมาตรฐานบัญชีใหม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นสูงมาก 152.38% จากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เพิ่มขึ้น 52.02% บ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากหนี้สินตามสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้น รวมถึงผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางประการในโครงสร้างหนี้สินหรือการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน แต่ไม่สามารถสรุปภาพรวมได้จากข้อมูลที่มี
## สรุปท้าย
ปี 2564 FTE เผชิญความท้าทายจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะเติบโตได้ดี แต่ปัจจัยกดดันดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 27.28% ความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันและผลกระทบโควิด-19 ต่อลูกหนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การเติบโตของธุรกิจโครงการยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องติดตามการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FTE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
375.65
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
88.91
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.67
%
กำไรสุทธิ
25.71
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
89
↓ -17.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -8.6%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
14.16
ROA (%)
12.79
Book Value/หุ้น
1.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-212.94
+1,540.52%
|
-12.98
-95.20%
|
-270.41
+1,288.85%
|
-19.47
-58.41%
|
-46.81
-166.05%
|
70.87
+264.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.83
+573.81%
|
0.42
-88.80%
|
3.75
+525.00%
|
0.60
-98.90%
|
54.39
-162.32%
|
-87.27
+570.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
85.08
+19.38%
|
71.27
-82.56%
|
408.74
-1,813.08%
|
-23.86
+81.58%
|
-13.14
-79.08%
|
-62.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-125.04
-312.98%
|
58.71
-234.66%
|
-43.60
+2.04%
|
-42.73
+102.32%
|
-21.12
-73.33%
|
-79.19
-1,335.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.58%
|
17.41
-53.33%
|
0.00
-100.00%
|
116.49
-57.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
115.09
+94.67%
|
59.12
-42.39%
|
102.62
+209.28%
|
33.18
+90.63%
|
0.00
|
0.00
|