บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19731 out_tok=3087 at=2026-07-25T13:15:54 -->
# CNT กำไรสุทธิปี 64 พลิกขาดทุน 130 ล้านบาท ต้นทุนเหล็กพุ่ง-รายได้วูบ 17.8%
## รายได้หด 17.8% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 52.7% ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนเหล็กพุ่ง-ปิดแคมป์งานกระทบหนัก
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 130 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 76 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 17.8% ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้รายหนึ่งจำนวน 49 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ การพลิกขาดทุนสุทธิ 130 ล้านบาทในปี 2564 จากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ รายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างรุนแรง**
**1) หัวใจคืออะไร:**
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ CNT เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการก่อสร้าง 17.8%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 4.96% ในปี 2563 เหลือเพียง 2.86% ในปี 2564** นอกจากนี้ ยังมี **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 49 ล้านบาท** ที่เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการเพิ่มเติม
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้ลดลง:** สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้หน่วยงานก่อสร้างหลายโครงการถูกสั่งปิดตามคำสั่งของ ศบค. รวมถึงการล่าช้าในการจัดส่งอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้การส่งมอบงานล่าช้าและรายได้ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาเหล็ก ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการก่อสร้าง ประกอบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้รายหนึ่งจำนวน 49 ล้านบาท เป็นรายการที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่า "รายได้จากงานก่อสร้างในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงานคงเหลือยกมาจากโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ 2 โครงการ" ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ COVID-19 และความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อการรับงานใหม่และอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 130 ล้านบาท:** จากกำไร 76 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง 17.8%:** เหลือ 6,199 ล้านบาท จาก 7,540 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรขั้นต้นวูบ 52.7%:** เหลือ 177 ล้านบาท จาก 373 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 4.96% เหลือ 2.86%
* **ต้นทุนเหล็กพุ่งสูง:** เป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไร
* **ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 49 ล้านบาท:** กระทบผลประกอบการโดยตรง
* **Backlog สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 12,566 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,198.6 ล้านบาท ลดลง 1,340.9 ล้านบาท หรือ 17.8% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวม 7,539.5 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการก่อสร้างที่ลดลง 1,446.6 ล้านบาท หรือ 19.4% สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้โครงการก่อสร้างหลายแห่งต้องหยุดชะงัก รวมถึงปัญหาการจัดส่งวัสดุและขาดแคลนแรงงาน
กำไรขั้นต้นลดลง 196.6 ล้านบาท หรือ 52.7% จาก 373.4 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 176.8 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 4.96% เหลือ 2.86% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก และรายได้ที่ลดลง
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 130.4 ล้านบาท ในปี 2564 เทียบกับกำไรสุทธิ 76.0 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 49.6 ล้านบาท และหนี้สูญ 3.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนภาครัฐ:** คาดว่าการลงทุนก่อสร้างภาครัฐจะขยายตัว 6.0-7.0% ต่อปี จากโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC และโครงการสำคัญอื่นๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3
* **การฟื้นตัวของภาคเอกชน:** การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวระดับต่ำในปี 2565 และทยอยปรับดีขึ้นในปี 2566-2567 หนุนโดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีโอกาสเติบโตในระดับภูมิภาค โดยบริษัทฯ มีโครงการที่ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แล้ว 7 โครงการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** ราคาเหล็กและวัสดุอื่นๆ ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมาก
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและเศรษฐกิจโดยรวม
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ความเปราะบางของตลาดแรงงาน ภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการลงทุน
* **ปัญหาอุปทาน:** การขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กและวัสดุก่อสร้าง:** จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การรับงานใหม่:** โดยเฉพาะโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ และการแข่งขันในการประมูล
* **ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่:** โดยเฉพาะ 2 โครงการหลักที่ส่งผลต่อ Backlog
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการก่อสร้างภาคเอกชน
* **การดำเนินงานของธุรกิจพลังงานทดแทน:** ศักยภาพการเติบโตและผลตอบแทน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**Backlog:** ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 12,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 โดยมีงานคงเหลือจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ 2 โครงการ คือ อาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และอาคารหลักโครงการ ICONSIAM ซึ่งฝ่ายบริหารคาดว่าจะส่งผลให้รายได้จากการก่อสร้างในปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
**การประมูลงาน:** ในปี 2564 บริษัทฯ เข้าร่วมประมูล 63 โครงการ มูลค่า 26,281 ล้านบาท และได้รับงาน 12 โครงการ มูลค่า 6,877 ล้านบาท สัดส่วนงานที่ได้รับส่วนใหญ่อยู่ในส่วนอาคารภาคเอกชน รองลงมาคืองานโรงงานอุตสาหกรรม และงาน Infrastructure ภาครัฐ สำหรับปี 2565 คาดการณ์มูลค่าประมูล 21,000 ล้านบาท และคาดว่าจะได้งานประมาณ 6,500 ล้านบาท (ภาครัฐ 2,500 ล้านบาท, เอกชน 4,000 ล้านบาท) โดยปัจจัยสำคัญคือการคลี่คลายของ COVID-19 และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนงานก่อสร้างรวมในปี 2564 อยู่ที่ 5,855 ล้านบาท ลดลง 17.6% ซึ่งลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าการลดลงของรายได้ เป็นผลจากการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนเหล็กและแรงงานที่สูงขึ้น
**การบริหารจัดการ:** ฝ่ายบริหารมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 33 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคาลดลง 4 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 12 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินระยะสั้นที่น้อยลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5,552 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากปีก่อน โดยหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลง 805 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 825 ล้านบาท จากการเก็บหนี้ได้มากขึ้นและรายได้ที่ลดลง รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,626 ล้านบาท ลดลง 14.9% จากปีก่อน โดยหลักมาจากหนี้สินที่เกิดจากสัญญา (รวมเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า) ลดลง 584 ล้านบาท เนื่องจากได้รับเงินรับล่วงหน้าจากโครงการขนาดใหญ่ในปี 2563 และงานก่อสร้างที่ลดลงในปี 2564
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,926 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากปีก่อน เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในปี 2564 จำนวน 130 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดรับสุทธิ 287.0 ล้านบาท ลดลงจาก 634.6 ล้านบาทในปี 2563 เนื่องจากได้รับเงินรับล่วงหน้าจากโครงการใหม่ๆ น้อยลง และได้รับเงินคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายลดลง
* **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 132.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยหลักมาจากการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อย
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 91.0 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจากปีก่อน เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.05 เท่า (ลดลงเล็กน้อย) และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 0.29 เท่า (ต่ำกว่าปีก่อน)
* **หนี้สินต่อทุน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.88 เท่า จาก 2.02 เท่าในปี 2563
## สรุปท้าย
CNT พลิกขาดทุนในปี 2564 จากแรงกดดันของรายได้ที่ลดลง 17.8% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 52.7% อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น แต่การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม Backlog ที่ยังคงมีอยู่ และโอกาสจากการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจพลังงานทดแทน อาจเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวในปีถัดไป แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและสภาวะการแข่งขันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|