บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11080 out_tok=2939 at=2026-07-25T13:45:38 -->
# CNT กำไรสุทธิหดตัว 290% ใน Q2/65 รับผลกระทบรายได้ก่อสร้างวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้ก่อสร้างทรุด 26% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ ฝ่ายจัดการเร่งบริหารต้นทุน-หาโครงการใหม่
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 6.7 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 3.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างเร่งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและมองหาโอกาสในการรับงานใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CNT ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากงานก่อสร้าง** ซึ่งหดตัวถึง 23.5% ในไตรมาส 2 และ 24.8% ในงวด 6 เดือนแรก เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับ **ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น** โดยเฉพาะราคาเหล็ก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงอย่างมาก จาก 3.90% ใน Q2/64 เหลือเพียง 2.34% ใน Q2/65 และจาก 3.84% ในงวด 6 เดือนแรกปี 64 เหลือ 3.33% ในงวดเดียวกันปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้งานก่อสร้างลดลง มาจาก **การชะลอตัวและการเลื่อนโครงการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน** เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้การลงทุนลดลง ประกอบกับผู้ลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนได้เลื่อนหรือชะลอโครงการแทบทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2565 และอีกส่วนเป็นโครงการที่ยังอยู่ในกระบวนการประมูลและยังไม่ประกาศผล ทำให้ปริมาณงานใหม่ที่เข้ามามีน้อยลง ส่วนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น เป็นผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่สำคัญปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีงานหลายส่วนที่บริษัทฯ กำลังดำเนินการประมูลและคาดการณ์มูลค่างานประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายได้งานมูลค่า 3,000 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2565 ซึ่งอาจส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคต แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นทั่วโลก ความกังวลต่อนโยบายการเงินของประเทศหลัก และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ ทำให้การคาดการณ์ปริมาณงานใหม่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 อยู่ที่ 1,288.2 ล้านบาท ลดลง 26.0% YoY** จาก 1,740.7 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 6.7 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 3.5 ล้านบาทใน Q2/64
* **รายได้งานก่อสร้าง Q2/65 อยู่ที่ 1,281.4 ล้านบาท ลดลง 23.5% YoY** จาก 1,675.1 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/65 อยู่ที่ 2.34% ลดลงจาก 3.90% ใน Q2/64** สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
* **งวด 6 เดือนแรกปี 65 ขาดทุนสุทธิ 19.0 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 3.1 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน
* **มูลค่าการประมูลงานใหม่ที่ได้รับในครึ่งปีแรก 548 ล้านบาท** จากการเข้าร่วมประมูล 12,870 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,288.2 ล้านบาท ลดลง 452.5 ล้านบาท หรือ 26.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 6.7 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 3.5 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากงานก่อสร้างที่ลดลง 23.5% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 3.90% เป็น 2.34% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินจะลดลงก็ตาม
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,528.9 ล้านบาท ลดลง 908.5 ล้านบาท หรือ 26.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 19.0 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 3.1 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลง 26.4% และต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลงสอดคล้องกัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 47.6 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 3.84% เป็น 3.33% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและภาคบริการที่กลับมาคึกคัก ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานในระยะต่อไป
* **การประมูลงานใหม่:** บริษัทฯ กำลังดำเนินการประมูลงานมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายได้งานใหม่มูลค่า 3,000 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2565 ซึ่งหากได้รับงาน จะช่วยเสริมรายได้และ Backlog ในอนาคต
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** บริษัทย่อยในธุรกิจพลังงานทดแทน (BPS) กำลังสรุปสัญญาสําหรับโอกาสใหม่ในโครงการ Biogas ร่วมกับเทคโนโลยีที่ยั่งยืนใหม่ๆ เช่น การจัดการการรีไซเคิลของเสีย และการบูรณาการทางการเกษตรกับ Solar Farm ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่กำลังดำเนินการและโครงการใหม่
* **การชะลอตัวของโครงการลงทุน:** การที่ภาครัฐและเอกชนยังคงชะลอหรือเลื่อนโครงการลงทุนออกไป ส่งผลให้ปริมาณงานใหม่มีจำกัด และการแข่งขันในตลาดรับเหมาก่อสร้างยังคงสูง
* **ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน, อัตราเงินเฟ้อสูง, และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและกำลังซื้อในประเทศ
* **การขาดแคลนแรงงาน:** ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากผลกระทบของ COVID-19 อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการประมูลงานใหม่:** มูลค่าและจำนวนโครงการที่บริษัทฯ จะได้รับในช่วงครึ่งหลังของปี 2565
* **แนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและวัสดุก่อสร้างหลักอื่นๆ
* **การดำเนินงานของธุรกิจพลังงานทดแทน:** ความคืบหน้าของโครงการในจังหวัดลพบุรีและการเริ่มโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน:** สัญญาณการกลับมาลงทุนของภาครัฐและเอกชน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**Backlog และการรับงานใหม่:** ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2565 บริษัทฯ เข้าร่วมประมูลงาน 24 โครงการ มูลค่า 12,870 ล้านบาท และได้รับงาน 3 โครงการ มูลค่า 548 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ถูกเลื่อนหรือชะลอออกไป ทำให้ Backlog ที่จะรับรู้รายได้ในอนาคตยังมีความไม่แน่นอนสูง บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจะได้รับงานใหม่มูลค่า 3,000 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2565 ซึ่งหากทำได้ จะช่วยเสริมรายได้ในระยะต่อไป
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาเหล็ก เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก ทำให้ GPM ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างทุกรายในปัจจุบัน
**การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทฯ ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 403.5 ล้านบาท จากการได้รับเงินล่วงหน้าค่าก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 441 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,190.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นเพิ่มขึ้น 42.3 ล้านบาท และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 417.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้น 401.4 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 2.7% มาอยู่ที่ 1,873.4 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 จำนวน 19 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.24 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.88 เท่าในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการกู้ยืมและเงินรับล่วงหน้า
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.03 เท่า ซึ่งเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 บ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ CNT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการหดตัวของรายได้งานก่อสร้างและการพุ่งสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญและพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและมองหาโอกาสในการรับงานใหม่ รวมถึงมีธุรกิจพลังงานทดแทนที่น่าสนใจ แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการเพิ่ม Backlog และการควบคุมต้นทุนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|