บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7583 out_tok=2515 at=2026-07-25T13:49:30 -->
# CNT กำไรสุทธิลดลง 2 ล้านบาทใน Q1/2566 รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
## รายได้รวมโต 41.7% แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้น
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,758.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท ลดลง 10.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ CNT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้งานก่อสร้างที่สูงถึง 42.6%** ซึ่งเป็นผลมาจากงานคงค้างเดิมที่ทยอยรับรู้รายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนงานก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ได้กลบผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก **การเริ่มทยอยรับรู้งานคงค้างเดิมจากโครงการขนาดใหญ่ที่เคยหยุดชะงัก** จากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนงานก่อสร้างและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้** ที่ 42.2% ขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.1 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ (5 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น (1.8 ล้านบาท) นอกจากนี้ **ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 6.1 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรก่อนภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้โดยรวมแล้วผลขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่าสภาวะตลาดก่อสร้างเริ่มฟื้นตัว และมีงานคงเหลือมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อยแห่งใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนผ่านบริษัทย่อย CNES ที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนระยะยาวนั้น ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีผลขาดทุนสุทธิ 3.3 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,758.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.7% YoY** จาก 1,240.7 ล้านบาทใน Q1/2565
* **ขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท** ลดลง 10.4 ล้านบาท YoY จากขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาทใน Q1/2565
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 4.4% ใน Q1/2565 เป็น 4.1% ใน Q1/2566
* **ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 42.2%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.1 ล้านบาท** จากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่และค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน (CNES) มีรายได้ 15 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3.3 ล้านบาท** แต่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,758.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดรายได้ที่รับรู้จากงานคงค้างเดิมของโครงการที่มีอยู่สูงกว่าปีก่อน ต้นทุนงานก่อสร้างและบริการรวมถึงต้นทุนจากการขายและบริการอยู่ที่ 1,684.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.2% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 4.4% ในปีก่อนเป็น 4.1% ในปีนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาทจากการขยายระยะเวลาชำระหนี้ของลูกหนี้โครงการรายหนึ่ง ทำให้มีกำไรสุทธิก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 12.1 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลรอตัดบัญชี 14.1 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท ลดลง 10.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโลก** ส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง
* **การลงทุนในกลุ่มเมกะเทรนด์** เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ปิโตรเคมี พลังงานสะอาด Data Center จะเป็นโอกาสในการรับงานใหม่
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน (CNES)** มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการพลังงานยั่งยืนและราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Solar Farm ที่จะเปิดใช้งานในไตรมาส 2/2566 และโอกาสในการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่
* **การได้งานใหม่มูลค่า 513.24 ล้านบาท** (ทางหลวงหมายเลข 41) ในเดือนเมษายน 2566 จะช่วยเสริม Backlog
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน** อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคเอกชน
* **การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่** อาจส่งผลต่อการชะลอการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่รุนแรง** เนื่องจากโครงการใหม่มีน้อย ทำให้การได้งานใหม่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** จากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น** เป็น 3.04 เท่า จาก 2.76 เท่าในปี 2565 เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากงานคงค้างเดิม** และการได้งานใหม่เพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง 2566
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย CNES** หลังเปิดใช้งานโครงการ Solar Farm และการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อยแห่งใหม่
* **แนวโน้มการลงทุนภาครัฐและเอกชน** หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
* **การบริหารจัดการสภาพคล่องและหนี้สิน** โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **Backlog:** บริษัทฯ มีงานคงเหลือยกมาจากไตรมาสก่อนมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป
* **การได้งานใหม่:** ในไตรมาส 1/2566 ได้รับงาน 5 โครงการ มูลค่า 201 ล้านบาท และในเดือนเมษายน 2566 ได้งานเพิ่มอีก 1 โครงการ มูลค่า 513.24 ล้านบาท
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **D/E Ratio:** เพิ่มขึ้นเป็น 3.04 เท่า จาก 2.76 เท่าในปี 2565 เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืม, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการให้เครดิตแก่ลูกค้ารายใหญ่, เงินจ่ายล่วงหน้าผู้รับเหมาช่วง และภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นจากการโอนสินทรัพย์ถาวรเข้าบัญชี และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิเพิ่มขึ้นจากงานระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและเงินเบิกเกินบัญชีเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และเพื่อการดำเนินงานของบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,647 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงไตรมาสแรก
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.95 เท่า ซึ่งเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.04 เท่า สูงกว่าปี 2565 ที่ 2.76 เท่า
## สรุปท้าย
CNT ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการรับรู้รายได้งานคงค้างเดิมที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โอกาสในการเติบโตมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|