บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8869 out_tok=2702 at=2026-07-25T14:19:21 -->
# CNT Q1/2565: รายได้หด 26.9% กดดันขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาท
## ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากโครงการเดิมสิ้นสุด-โครงการใหม่น้อยลง ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างยังทรงตัว
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,240.7 ล้านบาท ลดลง 26.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงจากการสิ้นสุดของโครงการเดิมและจำนวนโครงการใหม่ที่น้อยลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CNT ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **รายได้รวมที่ลดลง 26.9%** ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ พลิกจากกำไรสุทธิเล็กน้อยในปีก่อนมาเป็นขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวลงได้อย่างเต็มที่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สาเหตุหลักมาจากรายได้จากงานก่อสร้างที่ลดลง 431.9 ล้านบาท (26.2%)** ซึ่งเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ:
* **โครงการเดิมบางส่วนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลง:** ทำให้ไม่มีรายได้จากโครงการเหล่านั้นเข้ามาต่อเนื่อง
* **จำนวนโครงการใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงสามเดือนแรกของปี 2565 มีจำนวนน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน:** สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
แม้ว่ารายได้จะลดลง แต่ **ต้นทุนงานก่อสร้างก็ลดลงตามไปด้วย (26.6%)** ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 3.78% เป็น 4.36%** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงทรงตัว และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สุดท้ายบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะไม่ต่อเนื่องในลักษณะเดิม แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2565 จะมีมูลค่าการประมูลงานใหม่ประมาณ 15,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายที่จะได้งานใหม่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถคว้างานใหม่ได้ตามเป้า จะช่วยหนุนรายได้ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลายชัดเจน, สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและโภคภัณฑ์, การชะลอตัวของกำลังซื้อในยุโรป, และความผันผวนของภาคการเงินที่กดดันเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนภาคเอกชนและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งอาจทำให้การได้งานใหม่เป็นไปได้ยากขึ้น และต้นทุนโครงการที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทาย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 26.9% YoY:** อยู่ที่ 1,240.7 ล้านบาท จาก 1,696.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาท:** พลิกจากขาดทุนสุทธิ 0.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 3.78% เป็น 4.36% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนงานก่อสร้างลดลง 26.6%:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **คาดการณ์มูลค่างานประมูล 15,000 ล้านบาท:** และตั้งเป้าได้งานใหม่ 6,000 ล้านบาทในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,240.7 ล้านบาท ลดลง 456.1 ล้านบาท หรือ 26.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากงานก่อสร้างลดลง 431.9 ล้านบาท เนื่องจากโครงการเดิมสิ้นสุดลงและมีโครงการใหม่น้อยกว่าปีก่อน ต้นทุนงานก่อสร้างลดลง 424.4 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 10.1 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.78% เป็น 4.36% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 1.8 ล้านบาท และไม่มีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเหมือนปีก่อน ส่งผลให้ผลขาดทุนก่อนภาษีอยู่ที่ 4.4 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนสุทธิหลังภาษีอยู่ที่ 12.4 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในธุรกิจพลังงานทดแทน มีรายได้รวม 19.6 ล้านบาท และมีผลขาดทุนก่อนภาษี 2.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การคาดการณ์มูลค่างานประมูลใหม่:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์มูลค่างานที่จะประมูลในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2565 ไว้ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายที่จะได้งานใหม่ 6,000 ล้านบาท ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งหากทำได้ตามเป้า จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และผลประกอบการในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และสงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลง จะส่งผลให้การบริโภค การลงทุน และกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาคการก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว:** จากผลกระทบของ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น และปัญหาอุปทานคอขวด ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
* **การแข่งขันสูงในธุรกิจก่อสร้าง:** โดยเฉพาะในกลุ่มงานโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีกลุ่มบริษัทต่างชาติที่รับงานด้วยราคาต่ำเข้ามาแข่งขัน ทำให้กระทบผู้รับเหมาไทยโดยตรง
* **การชะลอตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน:** โครงการภาครัฐส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนน้อยลงในไตรมาสแรก และงานก่อสร้างภาคเอกชน โดยเฉพาะที่พักอาศัย ชะลอตัวจากกำลังซื้อลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนโครงการที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนจะกดดันความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความสามารถในการได้งานใหม่:** การคว้างานใหม่ให้ได้ตามเป้า 6,000 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในอนาคต
* **ทิศทางต้นทุนก่อสร้าง:** การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อและการลงทุนในประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ:** ที่อาจส่งผลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
* **ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้งานก่อสร้างลดลง:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยมีสาเหตุจากการสิ้นสุดโครงการเดิมและจำนวนโครงการใหม่ที่น้อยลง ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังคงชะลอตัวและมีการแข่งขันสูง
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** แม้รายได้ลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 3.78% เป็น 4.36% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายภายในได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลมูลค่า Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 แต่ได้กล่าวถึงเป้าหมายการได้งานใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทฯ กำลังพยายามสร้างงานในอนาคต
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ราคาพลังงานและโภคภัณฑ์สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,599.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 43.4 ล้านบาท หลักๆ มาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 640.9 ล้านบาท แต่เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง 152.1 ล้านบาท และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาลดลง 425.6 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,686.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการกู้ยืมระยะสั้นของบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 30.9 ล้านบาท และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 33.5 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.6% อยู่ที่ 1,913.3 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.04 เท่า เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.93 เท่า สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 1.88 เท่าในปี 2564
## สรุปท้าย
CNT ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญความท้าทายจากรายได้ที่ลดลง 26.9% ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการเดิมที่สิ้นสุดลงและโครงการใหม่ที่เข้ามาน้อย ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 12.4 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หดตัวลง ปัจจัยภายนอกทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามรัสเซีย-ยูเครน และต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความหวังอยู่ที่การได้งานใหม่ตามเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต แต่ก็ต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการได้งานใหม่ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|